
โพลชี้คนไทยผวา Data Center ดันใช้ไฟฟ้าพุ่ง จี้รัฐทำประชาพิจารณ์
นอร์ทแบงค็อกโพลเผยผลสำรวจลงทุน Data Center ไทย ประชาชนเห็นประโยชน์ด้าน AI แต่เกินครึ่งกังวลการใช้ไฟพุ่งกระทบความมั่นคงพลังงาน จี้รัฐประเมินก่อนสร้าง
"ประชาชนส่วนใหญ่มองว่า Data Center ในประเทศไทยมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ใกล้เคียงกัน (ร้อยละ 49.9) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมพร้อมเปิดรับเทคโนโลยี แต่ภาครัฐต้องมีมาตรการกำกับดูแลที่รัดกุม" — ผศ. ดร. สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล
นอร์ทแบงค็อกโพลเผยผลสำรวจประชาชน 955 คน พบคนไทยมองการขยายตัวของ Data Center มีทั้งโอกาสและความเสี่ยง โดยกังวลปัญหาความมั่นคงด้านพลังงานจากการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูง และภัยคุกคามทางไซเบอร์มากที่สุด
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจัดทำประชาพิจารณ์ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และบังคับใช้มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวดก่อนอนุมัติก่อสร้าง
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจดิจิทัล ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการลงทุนก่อสร้าง Data Center (ศูนย์ข้อมูล) ขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเม็ดเงินมหาศาล สังคมไทยยังคงมีข้อกังวลในหลายมิติ
ล่าสุด ผศ. ดร. สานิต ศิริวิศิษฐ์กุล หัวหน้าศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นอร์ทแบงค็อกโพล” มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนหัวข้อ “Data Center โตไว คนไทยกังวลอะไร? ความเสี่ยงที่รัฐต้องเร่งจัดการ” ซึ่งทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศจำนวน 955 คน ระหว่างวันที่ 10 – 14 กันยายน 2569
จากการสำรวจความรู้ความเข้าใจ พบว่าประชาชนร้อยละ 48.6 รู้จัก Data Center แต่เข้าใจเพียงบางส่วน ขณะที่กลุ่มที่รู้จักและเข้าใจค่อนข้างดีมีเพียงร้อยละ 19.1 โดยประเมินข้อดีและข้อกังวล ดังนี้
3 อันดับ ประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ
- สนับสนุนการพัฒนา AI และเทคโนโลยี (59.5%)
- เพิ่มโอกาสในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (45.6%)
- สร้างการลงทุนและรายได้เข้าสู่ประเทศ (40.5%)
4 อันดับ ความกังวลสูงสุดจากการตั้ง Data Center
- ความมั่นคงทางพลังงาน: ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก (52.1%)
- ความปลอดภัยข้อมูล: ภัยคุกคามจากการโจมตีทางไซเบอร์ (49.8%)
- ทรัพยากรธรรมชาติ: การใช้น้ำปริมาณมหาศาลและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (43.7%)
- ความเหลื่อมล้ำ: ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอาจตกอยู่กับกลุ่มทุนต่างชาติ (39.5%)
จี้ภาครัฐคุมเข้ม เน้น "ประชาพิจารณ์-พลังงานสะอาด"
ในด้านความเชื่อมั่นต่อการกำกับดูแลของภาครัฐ ประชาชนค่อนข้างเชื่อมั่น ร้อยละ 38.1 แต่ก็มีสัดส่วนผู้ที่ไม่ค่อยเชื่อมั่นและไม่เชื่อมั่นเลยรวมกันถึง ร้อยละ 55.4 โดยประชาชนต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้ ก่อนอนุญาตให้สร้างโครงการ
- ร้อยละ 56.3 เน้นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- ร้อยละ 55.3 ความปลอดภัยทางไซเบอร์
- ร้อยละ 47.4 ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- ร้อยละ 46.0 ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
สร้าง Data Center ใกล้ชุมชน รัฐควรทำอย่างไร?
ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 54.4 เห็นด้วยอย่างยิ่ง ว่าต้องมีการประเมินผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างเข้มงวด โดยในกรณีที่พื้นที่นั้นๆ ได้รับผลกระทบด้านพลังงาน โพลระบุว่า
- ร้อยละ 29.8: รัฐควรสนับสนุนการลงทุนต่อ แต่ต้องมีมาตรการควบคุมขั้นเด็ดขาด
- ร้อยละ 24.7: ควรจำกัดขนาดหรือจำนวน Data Center ในแต่ละพื้นที่
- ร้อยละ 21.4: รัฐควรสนับสนุนเฉพาะโครงการที่ใช้ "พลังงานสะอาด" เท่านั้น
นอกจากนี้ หากโครงการตั้งอยู่ใกล้ที่พักอาศัย ประชาชนส่วนใหญ่ (46.0%) พร้อมสนับสนุนหากมีมาตรการป้องกันผลกระทบที่ชัดเจน และร้อยละ 29.3 ขอให้มีการจัดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ก่อน
ผลสำรวจจากนอร์ทแบงค็อกโพลชี้ให้เห็นชัดเจนว่า คนไทยไม่ได้ต่อต้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ต้องการความโปร่งใสและการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ
โดยเฉพาะโจทย์ใหญ่เรื่อง "ไฟฟ้าและน้ำ" รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งสร้างสมดุล ระหว่างการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ กับการปกป้องความมั่นคงด้านทรัพยากรของประเทศอย่างยั่งยืน.







