
เจอปัญหาเพียบ ! คนใช้วีลแชร์เจออะไรบนทางเท้า หลังกทม.ส่องอุปสรรคทั่วกรุง
กทม.ลุยสำรวจทางเท้าพระนคร–ปทุมวัน เดินจริง-ใช้วีลแชร์ ปักหมุดจุดเสี่ยง เตรียมฐานข้อมูลเชื่อมโครงข่ายทางเท้าเพื่อทุกคน
KEY
POINTS
- กทม. ลงพื้นที่สำรวจทางเท้าในเขตพระนครและปทุมวันโดยทดลองใช้รถวีลแชร์จริง เพื่อค้นหาอุปสรรคที่กระทบการเดินทาง
- ปัญหาหลักที่พบคือทางเท้าแคบ มีเสาไฟฟ้าและป้ายกีดขวาง ทำให้รถวีลแชร์ผ่านไม่ได้ รวมถึงพื้นผิวไม่เรียบ มีขั้นบันได และระดับไม่ต่อเนื่อง
- กทม. จะรวบรวมข้อมูลอุปสรรคเพื่อจัดทำฐานข้อมูล "จุดเสี่ยง" และวางแผนปรับปรุงเชื่อมโยงโครงข่ายทางเท้าให้ใช้งานได้ต่อเนื่องตามหลัก Universal Design
กทม.เดินหน้าตรวจสอบคุณภาพทางเท้าใจกลางกรุงเทพฯ ผ่านกิจกรรม “Check เมือง” ลงพื้นที่เขตพระนครและปทุมวัน
สำรวจเส้นทางด้วยการเดินเท้าจริงและทดลองใช้รถวีลแชร์ เพื่อค้นหาจุดอุปสรรคที่กระทบการเดินทางของประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมปักหมุดพื้นที่ที่ต้องปรับปรุง หวังพัฒนาโครงข่ายทางเท้าให้เชื่อมต่อกันตามหลัก Universal Design
การสำรวจเริ่มจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) มุ่งหน้าสู่ย่านเมืองเก่าและพื้นที่ที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้งานหนาแน่น
แบ่งเป็นเส้นทางไปตามถนนดินสอ
ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
นิทรรศรัตนโกสินทร์
ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์
ป้อมมหากาฬ
ถนนมหาไชย
แยกสำราญราษฎร์
ถนนศิริพงษ์ และสวนรมณีนาถ
ก่อนสิ้นสุดที่ MRT สายสีน้ำเงิน สถานีสามยอด
ส่วนเส้นทางขากลับใช้ถนนตีทอง ผ่านแยกเสาชิงช้า วัดสุทัศนเทพวรารามฯ และลานคนเมือง ก่อนกลับมายังศาลาว่าการ กทม.
จุดสำคัญของการสำรวจครั้งนี้คือการลงพื้นที่เพื่อทดสอบการใช้งานจริง ทั้งการเดินเท้าและการใช้รถวีลแชร์
โดยตรวจสอบตั้งแต่พื้นผิวทางเท้า ทางลาด จุดข้ามทางม้าลาย ไปจนถึงสิ่งกีดขวางต่างๆ เพื่อดูว่าเส้นทางสามารถใช้งานได้จริงและต่อเนื่องหรือไม่
หากพบจุดที่มีปัญหาหรือไม่สามารถใช้งานได้จริง จะมีการปักหมุดเพื่อจัดเก็บเป็นข้อมูลสำหรับวางแผนปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลัก Universal Design หรือการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้งานของคนทุกกลุ่ม
ดร.สุภรธรรม กล่าวว่า การสำรวจพื้นที่โดยรอบศาลาว่าการ กทม. ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญของเกาะรัตนโกสินทร์ มีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต ทั้งแหล่งเรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ ระบบขนส่งสาธารณะ ร้านค้า และสวนสาธารณะ
การลงพื้นที่จริงทำให้เห็นความเชื่อมโยงของเส้นทางและการเข้าถึงอาคารต่างๆ โดยเฉพาะทางเข้าหลัก (Main Entrance)
ว่าสามารถรองรับคนทุกกลุ่มได้อย่างเท่าเทียมหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบจุดที่อาจทำให้ประชาชนต้องเดินอ้อม ทางลาดที่ไม่ต่อเนื่อง และระดับพื้นหรือถนนที่ไม่สัมพันธ์กันจากการก่อสร้างในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
สำรวจปทุมวัน พบทางเท้าติดข้อจำกัดหลายจุด
ช่วงเวลา 13.30 น. คณะได้ลงพื้นที่เขตปทุมวัน โดยมีสำนักการโยธาและสำนักงานเขตปทุมวันร่วมให้ข้อมูล
เริ่มจากวัดพระมหาไถ่
เข้าซอยร่วมฤดี เพื่อตรวจสอบทางเท้าที่ได้รับการปรับปรุง
ก่อนออกสู่ถนนสุขุมวิทและเข้าสู่ถนนวิทยุ
ผ่านสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา
เข้าสวนลุมพินี และใช้ลิฟต์โดยสารเชื่อมต่อไปยังสะพานเขียว
ก่อนลงสู่พื้นที่ภายในสวน
จากนั้นออกทางประตูถนนสารสิน เข้าถนนราชดำริ ผ่านถนนพระรามที่ 4 และวนกลับเข้าสู่ถนนวิทยุ
เพื่อสำรวจความต่อเนื่องของทางเดินโดยรอบสวนลุมพินี ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมโยงทั้งสวนสาธารณะ ระบบขนส่ง และพื้นที่เศรษฐกิจที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวใช้งานจำนวนมาก
จากการสำรวจซอยร่วมฤดี พบว่าทางเท้ามีข้อจำกัดด้านความกว้าง โดยมีเสาไฟฟ้าและเสาป้ายจราจรตั้งอยู่บนทางเท้า กทม.จึงอาจพิจารณาปรับระดับทางเท้าด้านใดด้านหนึ่งให้เสมอกับระดับถนน เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับการสัญจร
ขณะที่บริเวณทางเท้าโดยรอบสวนลุมพินี โดยเฉพาะถนนพระรามที่ 4 พบเสาไฟฟ้าตั้งอยู่บนทางเท้า
จนทำให้รถเข็นคนพิการขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านได้ นอกจากนี้ยังพบพื้นต่างระดับ ขั้นบันได พื้นผิวไม่เรียบ และน้ำขัง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องได้รับการปรับปรุงให้มีพื้นผิวเรียบและต่อเนื่องมากขึ้น
ดร.สุภรธรรม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการพัฒนาทางเดินเท้าให้สะดวกและปลอดภัย พร้อมเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนในพื้นที่เมือง
โดยมุ่งแก้ปัญหาทางเดินที่ไม่ต่อเนื่อง พื้นผิวไม่เรียบ จุดต่างระดับ และสิ่งกีดขวาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น และผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว
อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงทางเท้าในบางพื้นที่ยังมีข้อจำกัดจากกรรมสิทธิ์ที่ดินของภาคเอกชน รวมถึงแนวระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบระบายน้ำและระบบสื่อสาร ทำให้การแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศัยการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ภาคเอกชน ผู้รับเหมา และประชาชนในพื้นที่
กทม.เตรียมทำฐานข้อมูล “จุดเสี่ยง” เชื่อมทางเท้าทั้งเมือง
สำหรับแนวทางหลังจากนี้ กทม.จะสำรวจและรวบรวมข้อมูลจากหลายเขต เพื่อจัดทำฐานข้อมูลจุดที่ควรปรับปรุงและจุดที่ควรเฝ้าระวัง
เริ่มจากเขตพระนคร เขตปทุมวัน และพื้นที่โดยรอบ ก่อนนำข้อมูลมาวางแผนเชื่อมโยงเป็นโครงข่ายทางเดินเท้าที่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดทำต้นแบบ (Model) ทางเดินเท้าให้เหมาะกับลักษณะของแต่ละพื้นที่
เช่น แนวทางเดินภายในซอย การปรับพื้นผิวให้เรียบ และการแก้ไขจุดต่างระดับ เพื่อใช้เป็นแนวทางให้หน่วยงานและผู้รับเหมานำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่อื่น
ดร.สุภรธรรม ระบุเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนแนวทางการพัฒนาเมืองให้เป็น “เมืองแห่งโอกาสและความหวัง” ที่เอื้อให้ทุกคนสามารถออกมาใช้ชีวิต เดินทาง และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
ทั้งนี้ กทม.เปิดช่องทางให้ประชาชนร่วมแจ้งปัญหาทางเท้าชำรุดหรือมีสิ่งกีดขวางผ่านระบบ Traffy Fondue เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและตรวจสอบผลการดำเนินงานต่อไป







