
กฟผ.เดินหน้าผลักดัน สู่การเปลี่ยนไทยไปสู่พลังงานสะอาด
กฟผ. เดินหน้าสู่เป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 50% พร้อมพัฒนาโซลาร์ลอยน้ำ แบตเตอรี่ SMR และ Smart Grid รองรับความต้องการไฟฟ้ายุค Data Center
ในวันที่ 9 กันยายน 2569 นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ ยุทธศาสตร์กฟผ. ภายใต้แผน PDP 2026 ในงาน THE BIG ISSUE PDP 2026 ENERGY GREEN POWER “พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” ที่ ห้อง Grand Ballroom โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพ ราชประสงค์ ว่า
ปัจจุบันทิศทางพลังงานของไทยกำลังมุ่งหน้าสู่เป้าหมายการใช้พลังงานหมุนเวียนให้ถึง 50% เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น จาก Data Center โดยการเปลี่ยนผ่านนี้จำเป็นต้องรักษาสมดุลระหว่างความสะอาด ความมั่นคง และความคุ้มค่า ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟโดยรวมของประเทศ
กลยุทธ์สำคัญคือการต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม เช่น การพัฒนาระบบโซล่าเซลล์ลอยน้ำในพื้นที่เขื่อนสิรินธรและเขื่อนอุบลรัตน์ รวมถึงการบริหารนำน้ำทิ้งจากเขื่อนชลประทานมาผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้ยังเริ่มมีการศึกษา เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR ที่สามารถทยอยเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามความต้องการจริงและมีผลกระทบด้านพื้นที่น้อยกว่า
เพื่อแก้ปัญหาความผันผวนของพลังงานสะอาด จึงมีการนำระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ มาใช้งานนำร่องที่ชัยภูมิและชัยบาดาล ควบคู่ไปกับการใช้งานโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบ Pumped Storage เช่น ที่ลำตะคองที่มีกำลังผลิตสูงถึง 1,000 เมกะวัตต์ ทำหน้าที่เสมือนแบตเตอรี่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงานในภาพรวม
ในด้านโครงข่ายไฟฟ้า มีการขยายขีดความสามารถของสายส่งในพื้นที่ EEC เพื่อให้รองรับไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นอีก 3.8 กิกะวัตต์ มาตรฐานความมั่นคงระบบไฟฟ้าของไทยตั้งเป้าให้ไฟฟ้าดับไม่เกิน 1 วันต่อปี ในขณะที่มาตรฐานสากลของประเทศพัฒนาแล้วมักอยู่ที่ระดับ 0.1 - 2.4 วันต่อปี ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงที่อยู่ในจุดสมดุลระหว่างการรักษาเสถียรภาพและภาระค่าไฟ
ระบบนิเวศพลังงานแห่งอนาคตกำลังเปิดกว้างให้ผู้ใช้ไฟมีส่วนร่วมมากขึ้น ผ่านการขยายสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่ตั้งเป้ามากกว่า 650 แห่ง และการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ หรือ Smart Grid นำร่องที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน การปรับตัวเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนผ่านระบบรวมศูนย์ไปสู่ Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภคเข้าด้วยกันอย่างยั่งยืน







