
“สามารถ” ตั้งคำถาม Data Center ใช้ทรัพยากรไทย แล้วประเทศได้อะไร
“สามารถ” ชี้ Data Center ใช้ไฟฟ้า-น้ำและทรัพยากรไทยมหาศาล จี้รัฐวัด “ประโยชน์สุทธิ” ทั้งการจ้างงาน ใช้ของไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยี และประโยชน์ชุมชน
KEY
POINTS
- การลงทุน Data Center ต้องแลกมากับการใช้ทรัพยากรของประเทศมหาศาล ทั้งไฟฟ้า น้ำ และที่ดิน ซึ่งเป็นต้นทุนที่ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับผลประโยชน์
- มูลค่าการลงทุนที่สูงไม่ได้สะท้อนประโยชน์ที่ไทยจะได้รับโดยตรง เนื่องจากอุปกรณ์และผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ และกำไรอาจไม่ได้หมุนเวียนในประเทศทั้งหมด
- ควรเปลี่ยนจากการมองแค่ตัวเลขการลงทุนมาเป็นการประเมิน "ประโยชน์สุทธิ" โดยชั่งน้ำหนักระหว่างต้นทุนทรัพยากรที่เสียไปกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง เช่น การจ้างงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการใช้สินค้าบริการในประเทศ
“สามารถ” ตั้งคำถาม Data Center ใช้ทรัพยากรไทย แล้วประเทศได้อะไร ชี้ต้องวัด “ประโยชน์สุทธิ”
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ตั้งคำถามถึงทิศทางการส่งเสริมการลงทุน Data Center ในประเทศไทย หลังรัฐบาลมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค
ชี้การลงทุนมูลค่ามหาศาลไม่ได้หมายความว่าไทยจะได้รับประโยชน์มหาศาล พร้อมเสนอให้ประเมินทั้งต้นทุนทรัพยากรที่ประเทศต้องใช้และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง
ดร.สามารถ ระบุผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า Data Center ไม่ได้ใช้เพียงที่ดินในการก่อสร้าง แต่ยังต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณมาก รวมถึงระบบสื่อสาร โครงสร้างพื้นฐาน และทรัพยากรอื่น ๆ ของประเทศ
ขณะที่ชุมชนโดยรอบอาจต้องเผชิญผลกระทบจากการก่อสร้าง การจราจร เสียง ความร้อน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง การจัดเก็บน้ำมัน และประเด็นด้านความปลอดภัย
ทั้งนี้ ดร.สามารถไม่ได้เสนอให้ประเทศไทยปฏิเสธการลงทุน Data Center แต่เห็นว่าจำเป็นต้องพิจารณาให้ชัดเจนว่า ประเทศไทยต้องแบกรับต้นทุนอะไร และได้รับผลประโยชน์กลับคืนมาในรูปแบบใดบ้าง
เงินลงทุนสูง ไม่ได้แปลว่าไทยได้ประโยชน์สูง
ดร.สามารถยกข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุว่า ในช่วงปี 2567-2569 จนถึงเดือนมีนาคม 2569 มีผู้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการ Data Center จำนวน 42 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 750,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ควรถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเครื่องจักรและอุปกรณ์สำคัญของ Data Center จำนวนมากยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมาจากต่างประเทศ และรายได้หรือกำไรของผู้ประกอบการไม่ได้หมายความว่าจะหมุนเวียนอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด
ดังนั้น สิ่งที่ควรถามต่อคือ เงินลงทุนดังกล่าวสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทยมากน้อยเพียงใด และประเทศไทยสามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการลงทุนได้มากแค่ไหน
อยากเห็นคนไทยและธุรกิจไทยได้ประโยชน์
ดร.สามารถเสนอว่า Data Center ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยควรสร้างประโยชน์มากกว่าการมีอาคารและเซิร์ฟเวอร์ โดยควรนำไปสู่การพัฒนาทักษะแรงงานไทย การเพิ่มจำนวนบริษัทไทยที่เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ รวมถึงการวิจัยและพัฒนาที่เกิดขึ้นภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน การลงทุน Data Center ควรถูกใช้เป็นตัวเร่งให้ธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยเติบโต ตั้งแต่ชิปและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ไปจนถึงเทคโนโลยี Cloud, AI, Automation และ Robotics
เพราะ Data Center ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่จัดเก็บและประมวลผลข้อมูล แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล
หากประเทศไทยสามารถต่อยอดการลงทุนให้เกิดธุรกิจ เทคโนโลยี และบุคลากรที่มีศักยภาพภายในประเทศ ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถและสนับสนุนการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค
จาก “มูลค่าลงทุน” สู่การวัด “ประโยชน์สุทธิ”
ประเด็นสำคัญที่ ดร.สามารถ เสนอคือ การประเมิน Data Center ควรเปลี่ยนจากการดูเพียงมูลค่าเงินลงทุน มาเป็นการคำนวณ “ประโยชน์สุทธิ” ที่ประเทศไทยได้รับ โดยต้องนำต้นทุนต่าง ๆ มาพิจารณาร่วมกัน ทั้งการใช้ไฟฟ้า น้ำ ที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน ผลกระทบต่อชุมชน ตลอดจนสิทธิประโยชน์ที่ภาครัฐมอบให้แก่ผู้ลงทุน
จากนั้นจึงนำมาเปรียบเทียบกับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง เช่น การจ้างงานคนไทย การใช้สินค้าและบริการจากบริษัทไทย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน การวิจัยและพัฒนา รวมถึงมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นภายในประเทศ
ดร.สามารถตั้งข้อสังเกตว่า หาก Data Center ใช้ทรัพยากรของประเทศไทย แต่ผลประโยชน์ทางธุรกิจส่วนใหญ่ยังตกอยู่กับบริษัทต่างประเทศ คำถามที่ต้องตอบคือ ประเทศไทยกำลังเป็น “ศูนย์กลางดิจิทัล” หรือเป็นเพียง “สถานที่ตั้งของ Data Center”
เสนอ 5 คำถาม ก่อนกำหนดกติกา Data Center
ดร.สามารถ ยังกล่าวถึงคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งรัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อกำหนดนโยบาย มาตรฐาน และกรอบการกำกับดูแลกิจการ พร้อมเสนอว่ากติกาที่จะออกมาควรตอบคำถามสำคัญอย่างน้อย 5 เรื่อง ได้แก่
- ตั้งที่ไหน — พิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่และผลกระทบต่อชุมชน
- ใช้ทรัพยากรเท่าไร — โดยเฉพาะไฟฟ้า น้ำ และโครงสร้างพื้นฐาน
- ประเทศไทยได้อะไร — ทั้งด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการพัฒนาประเทศ
- ใช้ของไทยได้มากแค่ไหน — ส่งเสริมบริษัทและผู้ประกอบการไทยใน Supply Chain
- ประชาชนในพื้นที่ได้อะไร — ให้ชุมชนได้รับประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมจากการลงทุน
ดร.สามารถ ระบุว่า คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ประเทศไทยจะรับ Data Center หรือไม่ แต่คือจะทำอย่างไรให้ Data Center ที่เข้ามาลงทุนในประเทศสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยได้มากที่สุด
เพราะการลงทุนที่ดีไม่จำเป็นต้องเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูงที่สุด หากแต่ควรเป็นการลงทุนที่ทำให้ประเทศไทยได้รับ “ประโยชน์สุทธิ” สูงที่สุด เมื่อเทียบกับทรัพยากรที่ประเทศต้องสูญเสียไป







