
ByteDance ปิดดีลเงินกู้เฉียด 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ขยาย Data Center
ByteDance คว้าวงเงินกู้เฉียด 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ทุบสถิติใหญ่อันดับ 2 ของเอเชียปีนี้ ขยาย Data Center ปูพรมสู้ศึก AI ระดับโลก
ByteDance Ltd. บริษัทแม่ของ TikTok ประสบความสำเร็จในการระดมทุนผ่านสินเชื่อสกุลดอลลาร์วงเงินมหาศาลถึง 2.96 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างประวัติศาสตร์เป็นดีลเงินกู้ขนาดใหญ่อันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียในปีนี้
ท่ามกลางการตอบรับล้นหลามจากสถาบันการเงินชั้นนำ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสภาพคล่องในการขยายขีดความสามารถด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แข่งขันกับยักษ์ใหญ่ระดับโลก
สำนักข่าว Bloomberg เปิดเผยว่า เดิมที ByteDance Ltd. บริษัทแม่ของ TikTok ตั้งเป้าหมายวงเงินกู้ไว้ที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่าความต้องการสนับสนุนสินเชื่อจากกลุ่มธนาคารพาณิชย์กลับพุ่งสูงเกินคาด โดยมียอดเสนอให้กู้ทะลุ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ก่อนปิดรับ ส่งผลให้ ByteDance ตัดสินใจขยายกรอบวงเงินกู้เพิ่มเป็น 2.96 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้ การจัดหาเงินทุนดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการยืนยันสัดส่วนขั้นสุดท้ายของแต่ละสถาบันการเงิน และยังไม่มีการลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ
ขณะที่ทาง ByteDance ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์แสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวนี้
เจาะโครงสร้างสัญญาและต้นทุนดอกเบี้ย
ดีลสินเชื่อครั้งประวัติศาสตร์นี้มี Citigroup Inc. และ JPMorgan Chase & Co. รับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานหลัก (Lead Coordinators) โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจ ดังนี้
- อายุสัญญา: เบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 3 ปี และมีเงื่อนไขให้สามารถขยายเวลาเงินกู้ได้สูงสุดถึง 5 ปี
- อัตราดอกเบี้ย: คิดส่วนต่างเริ่มต้น 68 bps บวกกับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง SOFR (Secured Overnight Financing Rate) ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยสามารถปรับเปลี่ยนได้หากมีการต่ออายุสัญญา
- ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง: ดอกเบี้ยครั้งนี้ถูกลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับดีลเงินกู้ต่างประเทศรอบก่อนในปี 2024 (วงเงิน 1.08 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสถาบันการเงินราว 20 แห่ง) ซึ่งตอนนั้นมีต้นทุนส่วนต่างอยู่ที่ 85 เบสิสพอยต์เหนือ SOFR
- เทียบชั้นบิ๊กดีลระดับภูมิภาค: ดีลนี้เป็นรองเพียงสินเชื่อระยะสั้น (Bridge Loan) มูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐของ SoftBank Group Corp. ที่เพิ่งทำสัญญาไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ส่วนต่างดอกเบี้ยระดับ 68 bps ถือว่าต่ำเป็นอันดับต้นๆ ในบรรดาบริษัทเทคโนโลยีของจีน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินระดับโลกอย่างชัดเจน
ระดมทุนหมุนเวียน เสริมทัพงบ CapEx ปั้นโครงสร้างพื้นฐาน AI
แม้แหล่งข่าวจะระบุว่า ByteDance นำเงินกู้ก้อนนี้ไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไปขององค์กรเป็นหลัก ทว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่บริษัทกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเข้มข้น
รายงานระบุว่า ByteDance กำลังพิจารณาเพิ่มงบลงทุน (Capital Expenditure หรือ CapEx) ในปีนี้สูงถึง 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วกว่าหนึ่งเท่าตัว
โดยบริษัทจะทุ่มเม็ดเงินมหาศาลนี้ไปกับการขยายศูนย์ข้อมูล (Data Center) และจัดซื้อโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการประมวลผล AI อย่างเต็มรูปแบบ
สรุปตัวเลขงบลงทุนของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี
ทิศทางของ ByteDance สอดคล้องกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก เมื่อบรรดายักษ์ใหญ่กลุ่ม Hyperscaler ในสหรัฐอเมริกาต่างทุ่มเม็ดเงินมหาศาลเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เช่นเดียวกัน
- ByteDance: คาดว่างบลงทุน (CapEx) ในปีนี้อาจสูงถึง 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (อยู่ระหว่างการพิจารณา) โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อขยาย Data Center และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
- 4 ยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ (Amazon, Alphabet, Microsoft และ Meta): มีงบลงทุนรวมกันสูงถึง 725,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มุ่งเน้นไปที่อุปกรณ์ศูนย์ข้อมูล AI และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เป็นหลัก
สถาบันการเงินต่างๆ ให้ความสนใจปล่อยกู้ในดีลนี้อย่างล้นหลามจนมียอดความต้องการทะลุ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ความสำเร็จของ ByteDance ครั้งนี้จึงกลายเป็นสัญญาณบวกครั้งใหญ่ที่ช่วยปลุกตลาดสินเชื่อร่วม (Syndicated Loan) ในภูมิภาคเอเชีย
หลังจากตลาดซบเซาอย่างหนักในช่วงครึ่งปีแรกจนแตะระดับต่ำสุดในรอบ 16 ปี ดีลนี้จึงเปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยฟื้นฟูทั้งสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของตลาดการเงินในภูมิภาคให้กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง







