posttoday
รฟท.เปิดรางรับเอกชน ปั้นธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้โต 100%

รฟท.เปิดรางรับเอกชน ปั้นธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้โต 100%

31 สิงหาคม 2569

รฟท. เร่งเปิดโครงข่ายรถไฟรับเอกชนลงทุน ปั้นธุรกิจท่องเที่ยวบนราง หลังรายได้ยัง 80-90 ล้าน ตั้งเป้าโตเท่าตัวใน 3 ปี

KEY

POINTS

  • รฟท. ปรับบทบาทเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เปิดให้ภาคเอกชนเช่าใช้ระบบรางเพื่อสร้างสรรค์แพ็กเกจและธุรกิจท่องเที่ยว
  • ตั้งเป้าหมายเพิ่มรายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวให้เติบโตขึ้น 100% ภายใน 3 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 80-90 ล้านบาทต่อปี
  • มุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มกำลังซื้อสูงด้วยรถไฟหรู, ตลาดประชุมสัมมนา (MICE) และการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Culinary Tourism)

การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ให้บริการรถไฟไปสู่ “เจ้าของแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐาน”

 

เปิดทางภาคเอกชนเข้ามาใช้ประโยชน์จากระบบรางเพื่อพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยว หลังประเมินว่าตลาดดังกล่าวยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก

 

อนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยว่า ทิศทางการพัฒนาระบบรางในระยะต่อไปจะไม่ได้มองเพียงเรื่องการขนส่งผู้โดยสาร

 

แต่ต้องการให้โครงข่ายรถไฟเป็นเครื่องมือเชื่อมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และธุรกิจตลอดแนวเส้นทาง โดย รฟท. จะวางตัวเป็นผู้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่ภาคเอกชนเข้ามาออกแบบสินค้าและบริการท่องเที่ยว

 

แนวคิดดังกล่าวอยู่ภายใต้โมเดล “SRT as a Platform” เปิดให้โรงแรม บริษัทท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยว และผู้ประกอบการรายอื่น นำศักยภาพของระบบรางไปพัฒนาแพ็กเกจ One Day Trip, Overnight Trip รวมถึงตลาด Luxury และ Long Stay
รฟท.เปิดรางรับเอกชน ปั้นธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้โต 100%

เปิด Track Access ดึงเอกชนลงทุน

 

โอกาสสำคัญของภาคเอกชนมาจาก พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. 2566 ที่เปิดช่องให้ผู้ประกอบการสามารถนำขบวนรถของตัวเองเข้ามาวิ่งบนโครงข่าย รฟท. ผ่านการเช่าสล็อตเวลาที่มีอยู่ หรือเช่าขบวนรถพิเศษของ รฟท. เพื่อจัดทริปท่องเที่ยว

 

โมเดล Track Access Charge จะทำให้เอกชนไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบรางเอง แต่สามารถใช้โครงข่ายที่มีอยู่ โดยจ่ายค่าการใช้ทางตามหลักเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด

รฟท.เปิดรางรับเอกชน ปั้นธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้โต 100%

ปัจจุบันมีเอกชนหลายรายเข้าหารือกับ รฟท. แล้ว รวมถึงกลุ่ม Minor Group ที่สนใจโมเดลการเช่าขบวนรถและจัดเส้นทางท่องเที่ยว ขณะที่อัตราค่าใช้รางยังอยู่ระหว่างรอหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการ โดยเบื้องต้นมีการประเมินอัตราค่าใช้บริการไว้ในระดับไม่สูง

 

“รฟท. ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวโดยตรง สิ่งที่เราทำได้คือเปิดโครงสร้างพื้นฐานให้คนที่เก่งด้านท่องเที่ยวเข้ามาบริหาร” แนวทางของผู้ว่าการ รฟท. สะท้อนการแบ่งบทบาทระหว่างเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานกับผู้พัฒนาธุรกิจอย่างชัดเจน

 

รฟท.เปิดรางรับเอกชน ปั้นธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้โต 100%

รายได้ท่องเที่ยว 90 ล้าน เร่งปั้นให้โตเท่าตัว

 

ตัวเลขสะท้อนว่าธุรกิจท่องเที่ยวของ รฟท. ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดยปัจจุบันรายได้จากผู้โดยสารรวมอยู่ที่กว่า 2,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากธุรกิจท่องเที่ยวอยู่ที่ประมาณ 80-90 ล้านบาทต่อปี

 

รฟท. ตั้งเป้าเพิ่มรายได้จากกลุ่มท่องเที่ยว 100% ภายใน 3 ปี โดยโจทย์สำคัญคือการเพิ่มการใช้ขบวนรถในวันธรรมดา จากปัจจุบันที่ตลาดส่วนใหญ่กระจุกตัวในวันหยุดสุดสัปดาห์

 

รฟท. จัดตั้ง Business Unit ดูแลตลาดตั๋วหมู่คณะและการเช่าขบวนรถ โดยมีขบวน SRT 3 ตู้, Royal Blossom 10 ตู้ และ KiHa 183 จำนวน 6 ตู้ ปัจจุบันสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าแล้วกว่า 50 ล้านบาท แต่ยังมีข้อจำกัดด้านจำนวนตู้ที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ

 

ปั้นรถไฟลักชัวรี เจาะตลาดกำลังซื้อสูง

 

หนึ่งในตลาดที่ รฟท. ต้องการขยายคือกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูง โดยนำขบวนรถที่มีอยู่มาพัฒนาเป็นสินค้าการท่องเที่ยวที่ขาย “ประสบการณ์” มากกว่าการเดินทาง

 

KiHa 183 ซึ่งได้รับบริจาคจากญี่ปุ่นและนำมาปรับปรุงโดยคนไทย กลายเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ได้รับความนิยมทั้งจากนักท่องเที่ยวไทยและญี่ปุ่น

 

ส่วน “รถไฟไทยทำ” เป็นอีกโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวง อว. เพื่อพัฒนาที่นั่งระดับพรีเมียมที่มีแนวคิดจากที่นั่งชั้นธุรกิจบนเครื่องบิน เตรียมทดลองใช้วันที่ 23 ตุลาคมนี้

รฟท.เปิดรางรับเอกชน ปั้นธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้โต 100%

ขณะที่ SRT Prestige ถูกวางแนวคิดเป็น “โรงแรมเคลื่อนที่” บนราง มีห้องสวีทและห้องนอนระดับพรีเมียม รองรับลูกค้า VIP ประมาณ 10 กว่าคน ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยวระยะยาวได้

 

อีกตลาดคือ MICE โดย รฟท. มีรถห้องประชุมและสัมมนาเคลื่อนที่ รองรับผู้เข้าร่วมประมาณ 150 คน จุดขายคือสามารถจัดกิจกรรมตลอดเส้นทาง ทำให้ผู้เข้าร่วมอยู่กับขบวนรถตลอดทริป

 

ดัน Culinary Tourism สร้างรายได้ตลอดเส้นทาง

 

นอกจากการขายตั๋วโดยสาร รฟท. ยังมองรายได้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตลอดแนวเส้นทาง โดยเฉพาะ Culinary Tourism

 

แนวคิดคือการนำอาหารขึ้นชื่อจากเมืองต่างๆ มาเชื่อมกับการเดินทาง เช่น ข้าวหมูแดงนครปฐม ก๋วยเตี๋ยวแห้งราชบุรี และข้าวมันแกงหนองปลาดุก โดยประสานร้านค้าให้จัดเตรียมอาหารและนำขึ้นขบวนรถในช่วงที่รถไฟจอดสถานี

 

โมเดลนี้ไม่ได้สร้างรายได้ให้ รฟท. เพียงฝ่ายเดียว แต่ยังเปิดช่องให้ร้านอาหาร ผู้ประกอบการท้องถิ่น และชุมชนตามแนวรถไฟเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่การท่องเที่ยว

 

รางใหม่ 677 กม. เปิดเมืองท่องเที่ยวเพิ่ม

 

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลมีแผนขยายโครงข่ายระบบรางใหม่อีก มากกว่า 677 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มสถานีใหม่ มากกว่า 44 แห่ง ส่งผลให้ในอนาคตเส้นทางรถไฟสามารถครอบคลุมถึง 57 จังหวัด

 

ส่วนรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 อยู่ระหว่างผลักดันเส้นทางสำคัญ เช่น ชุมพร-ปาดังเบซาร์ หนองคาย อุบลราชธานี และเชียงใหม่ หลังเฟสแรกพัฒนาแล้วประมาณ 997 กิโลเมตร โดยคาดว่ากระบวนการอนุมัติ เวนคืน และก่อสร้างเฟส 2 จะใช้เวลาอีก 6-7 ปี

 

ขณะที่เส้นทางเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทางประมาณ 300 กิโลเมตร คาดว่าจะเปิดใช้ในปี 2571 เป็นอีกเส้นทางที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวสูง ทั้งจากภูมิประเทศ อุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศ และเส้นทางยกระดับท่ามกลางภูเขา

 

ส่วนบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทางกว่า 300 กิโลเมตร คาดว่าจะเปิดให้บริการช่วงปี 2572-2573 เพิ่มโอกาสเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชายแดนภาคอีสาน

 

นอกจากนี้ รฟท. เตรียมผลักดันโครงการ Missing Link ได้แก่ ชุมพร-ระนอง ระยะทาง 90 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมอ่าวไทยกับอันดามันและสนับสนุน Landbridge รวมถึงรถไฟชานเมืองสายสีแดง และเส้นทางสุพรรณบุรี-บ้านภาชี

 

ไฮสปีดกรุงเทพฯ-โคราช เชื่อมเมืองท่องเที่ยว

 

อีกโครงการที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางคือรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 250 กิโลเมตร ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง และมีสถานีสำคัญ ได้แก่ อยุธยา สระบุรี และปากช่อง

 

รฟท. คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงปี 2573-2574 ซึ่งจะทำให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองท่องเที่ยวตามแนวเส้นทางใช้เวลาสั้นลง และเปิดโอกาสให้ธุรกิจท่องเที่ยวออกแบบโปรแกรมหลายจุดหมายภายในทริปเดียว

รฟท.เปิดรางรับเอกชน ปั้นธุรกิจท่องเที่ยว ตั้งเป้ารายได้โต 100%

อย่างไรก็ตาม รฟท. มองว่ารถไฟความเร็วสูงไม่จำเป็นต้องเหมาะกับทุกเส้นทาง โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคใต้ที่มีระยะทางไกล การพัฒนารถไฟทางคู่จึงยังเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในหลายพื้นที่

 

ส่วนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินยังต้องรอความชัดเจนจากนโยบายรัฐบาลและการดำเนินการของคู่สัญญา หากไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ จะต้องกลับไปพิจารณาตามเงื่อนไขสัญญาเดิม ไม่สามารถเปิดประมูลใหม่ได้ทันที

 

เปลี่ยน “ราง” เป็นธุรกิจใหม่ของประเทศ

 

ภาพที่ รฟท. กำลังวางจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนรางหรือสถานี แต่คือการสร้างตลาดใหม่บนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่

 

จากรายได้ท่องเที่ยว 80-90 ล้านบาท หากสามารถเปิดพื้นที่ให้เอกชนเข้ามาใช้รางได้มากขึ้น ขยายเที่ยวเดินรถสู่วันธรรมดา และเพิ่มสินค้าในกลุ่ม Luxury, MICE, Culinary และ Long Stay ธุรกิจท่องเที่ยวทางรถไฟมีโอกาสขยายตัวได้มากกว่าการขายตั๋วโดยสารเพียงอย่างเดียว

 

ขณะเดียวกัน การลงทุนโครงข่ายใหม่กว่า 677 กิโลเมตร และสถานีใหม่กว่า 44 แห่ง จะเพิ่มจุดเชื่อมต่อเศรษฐกิจเข้าสู่เมืองท่องเที่ยวและชุมชนมากขึ้น

 

โจทย์สำคัญของ รฟท. จากนี้จึงไม่ใช่เพียง “สร้างรางให้เสร็จ” แต่คือการทำให้รางที่มีอยู่สามารถสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับเอกชนและพื้นที่ตลอดเส้นทาง โดยมีเป้าหมายแรกคือการดันรายได้ธุรกิจท่องเที่ยวให้โตเท่าตัวภายใน 3 ปี
 

ข่าวล่าสุด

EA Bio Innovation คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ปี 2568 ตอกย้ำนวัตกรรมพลังงานชีวภาพไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ

EA Bio Innovation คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ปี 2568 ตอกย้ำนวัตกรรมพลังงานชีวภาพไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ