posttoday
ไม่ใช่แค่คนรวย! คนรุ่นใหม่แห่สะสมทุกอย่างที่ชอบ ดันตลาดประมูลโต 10 เท่า

ไม่ใช่แค่คนรวย! คนรุ่นใหม่แห่สะสมทุกอย่างที่ชอบ ดันตลาดประมูลโต 10 เท่า

31 สิงหาคม 2569

หมดยุคนักสะสมกระเป๋าหนัก! เมื่อนักสะสมเจนใหม่ กำลังเขย่าตลาดประมูล “สะสมทุกอย่างที่ชอบ” ตั้งแต่ของหรูยันงานศิลปะ เวียดนามไทย ดาวเด่น สร้างเทรนด์ของตัวเอง

KEY

POINTS

  • หมดยุคนักสะสมกระเป๋าหนัก! เมื่อนักสะสมเจนใหม่อายุน้อยลงเรื่อย ๆ กำลังเขย่าตลาดประมูล “สะสมทุกอย่างที่ชอบ” ตั้งแต่ของหรูยันงานศิลปะ ไร้พรมแดน ดันตลาดโตเกือบ 10 เท่า 
  • "เวียดนาม-ไทย" ดาวเด่น สร้างเทรนด์ของตัวเอง นักสะสมรุ่นเก่า มองศักยภาพไทย ก้าวสู่ Cultural Hub แห่งภูมิภาค
  • อยากเห็นรัฐบาลเร่งสนับสนุน Art Space และนโยบายภาษีจริงจัง เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่รัฐดันจนเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ถ้าพูดถึง “การประมูล” หลายคนอาจยังนึกถึงภาพของนักสะสมรุ่นใหญ่ ทุ่มเงินซื้อภาพศิลปะหายากหรือของล้ำค่าราคาแพง แต่วันนี้ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนไป เพราะคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials กำลังเข้ามาเปลี่ยนหน้าตาของตลาดประมูล ตั้งแต่วิธีซื้อ ไปจนถึงสิ่งที่พวกเขาเลือกสะสม

 

พวกเขาไม่ได้มองการสะสมว่าเป็นเรื่องของ “งานศิลปะ” เพียงอย่างเดียว แต่สามารถสนุกกับการสะสมได้ตั้งแต่กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬิกา จิวเวลรี ไวน์ ไปจนถึงงานศิลปะ และที่สำคัญคือใช้ช่องทางออนไลน์ในการค้นหาและเข้าถึงของสะสมมากขึ้น ทำให้เส้นแบ่งระหว่าง Art, Luxury และ Collectibles ค่อย ๆ จางลง

 

ปรากฏการณ์นี้กำลังสะท้อนภาพใหญ่ของตลาดประมูลโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง โดยสถาบันการประมูลชั้นนำระดับโลกกว่า 250 ปี จัดเสวนาพิเศษ “จิบชา สนทนา 40 ปี คริสตีส์ในเอเชียกับ 3 ผู้หญิงแถวหน้าในวงการประมูลระดับโลก” อย่าง ปัญญชลี เพ็ญชาติ ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา Christie’s Thailand, เยาวณี นิรันดร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท คริสตี้ส์ อ๊อกชั่น (ประเทศไทย) จำกัด และ ประภาวดี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ Christie’s ประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา (CLMVT) 

 

จากวันแรกที่ Christie’s เข้ามาสู่ประเทศไทย ในยุคที่การสะสมยังจำกัดอยู่ในวงแคบ สู่วันที่วงการประมูลไทยกำลังมองไกลไปถึงเวทีระดับเอเชีย อะไรคือความเปลี่ยนแปลงตลอดเส้นทางกว่า 28 ปี และโอกาสใหม่ที่กำลังรออยู่ข้างหน้า

 

ไม่ใช่แค่คนรวย! คนรุ่นใหม่แห่สะสมทุกอย่างที่ชอบ ดันตลาดประมูลโต 10 เท่า

 

 

ย้อนรอย 28 ปี Christie’s Thailand

 

การเดินทางของ Christie’s ในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2540 ท่ามกลางวิกฤตต้มยำกุ้ง ในยุคที่ตลาดนักสะสมยังเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ และภาครัฐต้องแบกรับภาระจัดการงานศิลปะจากสถาบันการเงิน

 

Christie’s เข้ามามีส่วนร่วมในการประมูลและประเมินมูลค่าโดยผู้เชี่ยวชาญ (Specialist) พร้อมกับ ‘โรเจอร์ แมคอิลรอย’ (Roger McIlroy อดีตประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ Christie’s Australia) ผู้ดำเนินการประมูลระดับโลกมาร่วมจัดงานจนกวาดยอดทะลุร้อยล้านบาท

 

ปัญญชลี เพ็ญชาติ ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา Christie’s Thailand เล่าว่า ในยุคแรกสินค้ากลุ่ม Jewellery, Watch และ Luxury Collectibles เติบโตอย่างรวดเร็ว ต่างจากงานศิลปะที่ยังไม่ได้รับความนิยม

 

การเข้ามาของ Christie’s จึงไม่เพียงวางรากฐานให้ระบบการประมูลไทย แต่ยังเปิดโลกการสะสมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักสะสม ความท้าทายของยุคบุกเบิกจึงไม่ได้อยู่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือการเชื่อมโยงโลกศิลปะและการประมูลเข้ากับสังคมไทย

 

อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญคือ “การประมูลเพื่อการกุศล” เพื่อระดมทุนให้แก่มูลนิธิต่างๆ กว่า 20 แห่ง ควบคู่กับการสนับสนุนผลงานของศิลปินไทยชั้นครูและศิลปินรุ่นใหม่

 

ไม่ใช่แค่คนรวย! คนรุ่นใหม่แห่สะสมทุกอย่างที่ชอบ ดันตลาดประมูลโต 10 เท่า

 

“ทุกครั้งที่เราจัดการประมูลเพื่อการกุศลจะเป็นอะไรที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยสีสัน ยังจำได้ว่า มีสุภาพสตรี 2 ท่านแย่งกันประมูลผ้าคลุมไหล่ชนิดไม่มีใครยอมใคร การประมูลในค่ำคืนนั้นสนุกมาก ๆ 

 

นอกจากนี้ เรายังสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและนักศึกษาทั่วประเทศที่มีความสามารถ แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผ่านกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะโดย มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ทำให้การประมูลเพื่อการกุศลเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Christie’s ในประเทศไทย”

 

 

ความสำเร็จของ Christie’s ในยุคบุกเบิก จึงเกิดจากการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมผ่านการประมูลเพื่อการกุศลและการส่งเสริมทุนการศึกษา สะท้อนถึงบทบาทของ Auction House ที่สามารถเชื่อมโยงโลกศิลปะเข้ากับสังคมในวงกว้าง

 

คนรุ่นใหม่เปลี่ยนโฉมหน้าการประมูล

 

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ “นักสะสมกำลังเปลี่ยนไป” ปัจจุบันความสนใจของนักสะสมได้ขยายสู่งานศิลปะมากขึ้น เช่นเดียวกับนักสะสมเจนใหม่ที่มีอายุน้อยลงเรื่อย ๆ (ประมาณ 30-40 ปี) และมีพฤติกรรมการสะสมที่เรียกว่า “Cross-Category Collecting”

 

ซึ่งเปิดโอกาสให้พวกเขาสนุกกับการสะสมหลายสิ่งในเวลาเดียวกัน ตั้งแต่กระเป๋าแบรนด์หรู (Christie’s เป็นเจ้าแรกในการประมูล) ไวน์ชั้นเลิศ งานโมเดิร์นอาร์ต ไปจนถึงศิลปะระดับโลก ปรากฏการณ์นี้กำลังเลือนเส้นแบ่งระหว่าง Art, Luxury และ Collectibles ให้กลมกลืนและไร้พรมแดนกว่าที่เคย

 

ไม่ใช่แค่คนรวย! คนรุ่นใหม่แห่สะสมทุกอย่างที่ชอบ ดันตลาดประมูลโต 10 เท่า

 

ประภาวดี โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการ Christie’s (CLMVT) มองเห็นความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการเติบโตของนักสะสมรุ่นใหม่และนักสะสมเจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดประมูลไทย

 

“สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือความรู้ของนักสะสมรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก พวกเขาไม่ได้เริ่มต้นจาก Passion เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มต้นจากการค้นคว้าหาข้อมูลและมีความรู้เฉพาะทาง เชื่อมโยงเข้ากับ Lifestyle, Taste และ Investment อย่างเห็นได้ชัด

 

แต่ Christie’s ยังคงเชื่อมั่นว่า Passion คือหัวใจสำคัญในการเริ่มต้นของนักสะสม เพราะคอลเลกชันที่สมบูรณ์แบบเกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ การศึกษาประวัติศาสตร์และบริบทของตลาด ตลอดจนการเดินทางไปชมผลงานจริงในพิพิธภัณฑ์และ Art Fair ผลงานที่ดีจะต้องมีทั้งความสวยงามและเรื่องเล่าที่ซ่อนอยู่”

 

เช่นเดียวกับผลงานของศิลปินไทยระดับ Old Master อย่าง Scream of Sorrowful โดย อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ที่สร้างสถิติการประมูลในฮ่องกงปี 2023 ด้วยยอดสูงถึง 6,048,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 25,266,179 บาท) ซึ่งเป็นสถิติเดียวกับ The Symphony of the Universe โดย อาจารย์ประเทือง เอมเจริญ

 

ขณะเดียวกัน ภารกิจสำคัญของทีม Specialists ของ Christie’s คือการเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และเรื่องราวโดดเด่น เช่น ก้องกาน (Gongkan) และ ซันเต๋อ (Suntur) เพื่อถ่ายทอดสไตล์และเสน่ห์ของงานศิลปะไทย ให้สามารถเชื่อมโยงกับนักสะสมในระดับสากลได้อย่างแท้จริง

 

ไม่ใช่แค่คนรวย! คนรุ่นใหม่แห่สะสมทุกอย่างที่ชอบ ดันตลาดประมูลโต 10 เท่า

 

เอเชียกำลังสร้างเทรนด์ของตัวเอง

 

การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในไทย แต่กำลังสะท้อนภาพใหญ่ของตลาดระดับโลก เมื่อนักสะสมเอเชียก้าวเข้ามามีบทบาทและอิทธิพลมากขึ้น 

 

ประภาวดีมองว่าการดำเนินกลยุทธ์เฉพาะสำหรับเอเชียคือหัวใจสำคัญ เพราะนักสะสมในภูมิภาคนี้มีเอกลักษณ์และบริบททางวัฒนธรรมที่แตกต่างจากตะวันตก ขณะเดียวกัน อิทธิพลทางวัฒนธรรมจากเอเชียตั้งแต่ K-Pop ไปจนถึงศิลปะร่วมสมัย ก็เริ่มส่งออกและแผ่อิทธิพลไปยังวงการนักสะสมทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

 

หนึ่งในตลาดที่น่าจับตามองของเอเชียคือ ‘เวียดนาม’ ซึ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากความสนใจในผลงานที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ชาตินิยม โดยมีสัดส่วนงานศิลปะสูงถึง 90%

 

ขณะที่ประเทศไทยโดดเด่นด้วยสมดุลที่ลงตัวระหว่าง Art และ Luxury เสน่ห์แห่งความหลากหลายนี้กลายเป็นจุดแข็งที่ทั่วโลกจับตามอง เมื่อนักสะสมไทยสามารถเชื่อมโยงความหลงใหลตั้งแต่ศิลปะ นาฬิกา จิวเวลรี กระเป๋าแบรนด์เนม ไปจนถึงไวน์ชั้นเลิศได้อย่างกลมกลืน

 

ไม่ใช่แค่คนรวย! คนรุ่นใหม่แห่สะสมทุกอย่างที่ชอบ ดันตลาดประมูลโต 10 เท่า

 

ไทยกับการก้าวสู่ Cultural Hub 

 

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดศิลปะระดับภูมิภาค โจทย์สำคัญของไทย คือการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านศิลปะและวัฒนธรรมอย่างเต็มภาคภูมิ (Central Hub)

 

เยาวณี นิรันดร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Christie’s Thailand และผู้ก่อตั้ง 129 Art Museum สะท้อนมุมมองว่า ไทยมีรากฐานวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่ไม่แพ้ชาติใดในอาเซียน อีกทั้งยังเต็มไปด้วยศิลปินทรงอิทธิพล นักสะสม แกลเลอรี และชุมชนสร้างสรรค์ที่รอการเชื่อมโยงเป็น Ecosystem ที่สมบูรณ์

 

“หากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกง ไทยก็เป็น Art Hub ได้เช่นเดียวกัน แต่ทุกวันนี้เรายังติดล็อคเรื่องโครงสร้างภาษี ขั้นตอนการขออนุญาต และพื้นที่จัดงานที่ครอบคลุม จากประสบการณ์ที่ได้รับจาก Christie’s บทเรียนวิกฤต Great Depression พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ศิลปะที่ดีจะยังคงอยู่เหนือกาลเวลาและมีมูลค่าเติบโตขึ้น 

 

"ปัจจุบันคนรุ่นใหม่มองศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของรสนิยมและการสะสมแบบ Quiet Luxury ส่งผลให้ตลาดเติบโตขึ้นเกือบ 10 เท่า จึงอยากเห็นรัฐบาลเร่งสนับสนุนเรื่อง Art Space และนโยบายภาษีจริงจัง เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่รัฐดันจนเติบโตอย่างก้าวกระโดด”

 

เยาวณีเสริมด้วยว่า กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางที่โดดเด่นของภูมิภาค สะท้อนจากการหลั่งไหลเข้ามาของแบรนด์ลักซ์ชัวรีระดับโลกและฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 40 ล้านคนต่อปี ซึ่งมีศักยภาพขยับขยายมาเป็นผู้อยู่อาศัยระยะยาว

 

ทว่าการสร้าง Cultural Hub ไม่อาจพึ่งพาเพียงภาคเอกชน แต่ต้องอาศัยวิศวกรรมทางนโยบายจากภาครัฐ เพื่อทลายข้อจำกัดและผลักดันศิลปินไทยสู่สากล เพราะการเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมไม่ได้วัดกันที่มูลค่าการซื้อขาย หากวัดจากการเป็น ‘พื้นที่จุดประกาย’ ที่ผู้คนทั่วภูมิภาคพร้อมเดินทางมาเพื่อแลกเปลี่ยน เสพงานศิลป์ และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ร่วมกัน

 

ไม่ใช่แค่คนรวย! คนรุ่นใหม่แห่สะสมทุกอย่างที่ชอบ ดันตลาดประมูลโต 10 เท่า

 

จาก Auction House สู่การสร้าง Art Ecosystem

 

ตลอด 40 ปีของ Christie’s Asia และ 28 ปีของ Christie’s Thailand เส้นทางของวงการประมูลไทยสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของวงการศิลปะมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคบุกเบิกที่ต้องสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องการประมูล สู่ยุคที่นักสะสมรุ่นใหม่เข้าถึงข้อมูลได้อย่างทัดเทียม และก้าวสู่อนาคตที่บทบาทของ Auction House ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซื้อขาย แต่คือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน Art Ecosystem

 

เรื่องราวเกือบสามทศวรรษถูกถ่ายทอดผ่านมุมมองของผู้หญิง 3 ท่าน ผู้มองเห็นศักยภาพของวงการประมูลไทยสู่เวทีแห่งอนาคต เสียงสะท้อนของพวกเธอจึงไม่ใช่เพียงบทบันทึกของ Christie’s ประเทศไทย แต่คือกระจกเงาสะท้อนการเติบโตของวงการศิลปะ

 

“ความหลงใหลของพวกเราไม่เคยเปลี่ยน พี่หนิง (ปัญญชลี เพ็ญชาติ) ยังคงมี Passion กับจิวเวลรี่และนาฬิกา พี่กิ๊ก (เยาวณี นิรันดร) ยังคงหลงใหลในงานศิลปะ ส่วนนก (ประภาวดี โสภณพนิช) ในทุกครั้งที่รู้สึกเหนื่อย การได้เห็นลูกค้ามีความสุขและได้สัมผัสผลงานระดับ Museum Pieces ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ คือแรงบันดาลใจที่ทำให้เราอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ในทุกวัน

 

เรามุ่งหวังให้ทั้งนักสะสม สื่อมวลชน และรัฐบาลจับมือกันขับเคลื่อนวงการนี้ พร้อมเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์และสถาบันศิลปะ เพื่อส่งเสริมศิลปินไทยและสร้างความยั่งยืนให้กับ Art Ecosystem”

 

เมื่อมองไปข้างหน้า โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่โลกศิลปะจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่ประเทศไทยจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดทิศทางศิลปะในภูมิภาคได้อย่างไร จากจุดเริ่มต้นของการสร้างตลาดประมูล ขยับขยายสู่การบ่มเพาะนักสะสมรุ่นใหม่ และการยกระดับจาก Auction House สู่การสร้าง Ecosystem นี่คือบทใหม่แห่งอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นในตลาดศิลปะไทย

 

ไม่ใช่แค่คนรวย! คนรุ่นใหม่แห่สะสมทุกอย่างที่ชอบ ดันตลาดประมูลโต 10 เท่า

 

Christie’s โชว์ผลงานครึ่งปีแรก 2026 โต 71% 

 

ทุบสถิติรอบ 5 ปี คนรุ่นใหม่-ตลาดเอเชียร่วมดันประมูลโลกคึกคัก

  • ฮ่องกง - Christie’s (คริสตีส์) สถาบันประมูลชั้นนำระดับโลกที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1766 โดย เจมส์ คริสตี (James Christie) รายงานผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2026 แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 ปี ด้วยยอดขายรวม 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 114,555 ล้านบาท) เติบโตขึ้น 71% (YoY) สะท้อนภาพรวมตลาดศิลปะและวัตถุสะสมมูลค่าสูงที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

 

ภาพรวมการเติบโตและไฮไลต์ระดับโลก:

 

  • พลังนักสะสมรุ่นใหม่: 47% ของลูกค้าใหม่เป็นกลุ่ม Millennials และ Gen Z โดยช่องทางออนไลน์ดึงดูดผู้ซื้อหน้าใหม่ถึง 63% ด้านอัตราการขายสำเร็จ (Sell-through rate) สูงถึง 91% และยอดซื้อจากลูกค้านอกพื้นที่เพิ่มขึ้น 34% ส่งผลให้อัตราส่วนราคาประมูลสิ้นสุดต่อราคาประเมินขั้นต่ำอยู่ที่ 124% เพิ่มขึ้น 12 จุดเปอร์เซ็นต์ (YoY)

 

  • คอลเลกชันระดับ Masterpieces ทุบสถิติ: The Collection of S.I. Newhouse หนึ่งในคอลเล็กชันที่โดดเด่นที่สุดจัดประมูลที่นิวยอร์กในเดือนพฤษภาคม 2026 สร้างยอดขายรวมสูงถึง 630.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.06 หมื่นล้านบาท) โดยมีผลงานชิ้นสำคัญอย่าง Number 7A, 1948 ของ Jackson Pollock ทำสถิติสูงถึง 181.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5.94 พันล้านบาท) และ Danaïde ของ Constantin Brancusi ทำสถิติ 107.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.53 พันล้านบาท)

 

พลังขับเคลื่อนจากตลาดเอเชีย:

 

  • ฮ่องกงครองแชมป์ผู้นำ 5 ฤดูกาลติด: การประมูล "20th Century Spring Auctions" ในช่วง Hong Kong Art Week ทำยอดขายกว่า 8.88 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 3.71 หมื่นล้านบาท) ขายสำเร็จถึง 94% โดยนักสะสมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการใช้จ่ายเติบโตขึ้น 20% (YoY) ขณะที่จีนยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญของภูมิภาค สะท้อนถึงบทบาทของเอเชียที่กำลังขยายตัวสู่การเป็นหนึ่งในตลาดที่มีอิทธิพลต่อทิศทางการประมูลระดับโลก

 

ศิลปะไทยส่องประกาย สร้างสถิติโลกบนเวทีฮ่องกงต่อเนื่อง

 

อีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่สะท้อนความสำเร็จในภูมิภาค คือบทบาทของ Christie’s ประเทศไทย ในการดันผลงานศิลปินไทยสู่เวทีประมูลระดับโลก 20/21st Century Art Sales ณ ฮ่องกง ซึ่งสร้างสถิติโดดเด่นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปี 2021–2024 

 

  • ปี 2024 (งานเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ณ The Henderson): ผลงานชื่อ ‘Untitled’ (1963) ของ จ่าง แซ่ตั้ง ปิดประมูลที่ 1,638,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 6,869,601.65 บาท) และ “Shore Scene with Boats...” (1961) ของ ดำรง วงศ์อุปราช ปิดที่ 1,512,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 6,341,170.75 บาท)
  • ปี 2023: ผลงาน “Scream of Sorrowful” (1968) ของ ถวัลย์ ดัชนี และ “The Symphony of the Universe” (1971) ของ ประเทือง เอมเจริญ ทำสถิติตัวเลขสูงถึง 6,048,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 25,364,683.01 บาท)
  • ปี 2022: ผลงาน ‘God’ (2011) ของ นที อุตฤทธิ์ ทำสถิติสูงถึง 4,032,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 16,909,788.67 บาท)
  • ปี 2021: ผลงานระดับ Old Master ของไทยได้รับการตอบรับอย่างคับคั่ง เช่น ‘The Garden’ (1978) ของ ทวี นันทขว้าง (812,500 ดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 3,407,178.65 บาท) รวมถึงผลงานจาก ปรีชา เถาทอง, ประเทือง เอมเจริญ, สุรสิทธิ์ เสาว์คง และ สวัสดิ์ ตันติสุข

 

Ada Tsui หัวหน้าแผนกศิลปะศตวรรษที่ 20 ของ Christie’s Asia Pacific ระบุว่า นักสะสมในเอเชียมุ่งเน้นผลงานที่มีความเป็นเลิศ ความหลากหลาย และความเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผลงานในครึ่งปีแรก (2026) ชี้ชัดว่า ตลาดประมูลโลกกำลังขยายตัวผ่านช่องทางดิจิทัล ฐานนักสะสมรุ่นใหม่ และการซื้อขายข้ามพรมแดนที่ครอบคลุมทุกระดับราคา

 

ข่าวล่าสุด

EA Bio Innovation คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ปี 2568 ตอกย้ำนวัตกรรมพลังงานชีวภาพไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ

EA Bio Innovation คว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ปี 2568 ตอกย้ำนวัตกรรมพลังงานชีวภาพไทยสู่อนาคตคาร์บอนต่ำ