
คมนาคมฯ จับมือ ICAO จัด AAM 2026 เปิดการลงทุนอุตสาหกรรมการบินใหม่
คมนาคมลงนาม ICAO เตรียมไทยเจ้าภาพ AAM 2026 ดึงผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก ร่วมวางกติกา เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เปิดทางลงทุนการบินยุคใหม่ สู่ Aviation Hub
KEY
POINTS
- ประเทศไทยจับมือกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เป็นเจ้าภาพจัดประชุม Advanced Air Mobility Symposium 2026 (AAM 2026) ที่กรุงเทพฯ เพื่อวางรากฐานระบบคมนาคมรองรับเทคโนโลยีการบินแห่งอนาคต
- การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศในการเป็นศูนย์กลางการบินแห่งอนาคต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก
- ไทยจะมีส่วนร่วมในการกำหนดกรอบนโยบายและมาตรฐานด้าน AAM ในระดับสากล และเตรียมผลักดัน "Bangkok Statement" เพื่อเป็นแนวทางให้ประเทศสมาชิกนำเทคโนโลยีไปใช้งาน
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม The Second Advanced Air Mobility Symposium 2026 (AAM 2026)
การลงนามดังกล่าวถือเป็นอีกก้าวของไทยในการเตรียมระบบคมนาคมรองรับเทคโนโลยีการบินรูปแบบใหม่ โดย ICAO กำหนดจัด AAM 2026 ระหว่างวันที่ 1–3 ธันวาคม 2569 ที่กรุงเทพฯ
ภายใต้หัวข้อ “From Vision to Implementation: Enabling the AAM Ecosystem” ซึ่งมุ่งหารือแนวทางผลักดันเทคโนโลยี Advanced Air Mobility (AAM) จากระดับแนวคิดไปสู่การใช้งานที่ปลอดภัย ขยายตัวได้ และเชื่อมโยงกับมาตรฐานสากล
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ AAM 2026 เป็นโอกาสสำคัญในการแสดงศักยภาพและความพร้อมของประเทศต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการบิน
AAM ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีอากาศยานรูปแบบใหม่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบคมนาคมแห่งอนาคตที่ต้องเตรียมพร้อมทั้งกฎหมาย กฎระเบียบ ความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี บุคลากร และระบบนิเวศที่เอื้อต่อการลงทุน
สำหรับ AAM ครอบคลุมเทคโนโลยีการเดินทางทางอากาศรูปแบบใหม่ รวมถึงอากาศยานขึ้นลงทางดิ่งพลังงานไฟฟ้า (eVTOL) และระบบอากาศยานไร้นักบิน
ซึ่ง ICAO ระบุว่าเวที AAM 2026 จะหารือทั้งบทเรียนจากการใช้งานระบบอากาศยานไร้นักบินและ eVTOL รวมถึงความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับการนำ AAM เข้าสู่ระบบการบินโลกอย่างเป็นระบบ
เปิดเวทีดึงลงทุนอุตสาหกรรมการบินใหม่
การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดประชุม แต่กระทรวงคมนาคมมองว่าเป็นโอกาสในการสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและผู้ประกอบการต่างประเทศถึงความพร้อมของไทยในการรองรับอุตสาหกรรมการบินรูปแบบใหม่
กลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสต่อยอด ได้แก่ เทคโนโลยี AAM อากาศยานไร้นักบิน เทคโนโลยีการบิน โครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริหารจัดการห้วงอากาศ ตลอดจนการวิจัยและพัฒนา
สามารถเชื่อมโยงไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ การจ้างงาน การพัฒนาทักษะบุคลากร และการสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านเทคโนโลยีการบินภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทย สถาบันการศึกษา และบุคลากรด้านการบินจะมีโอกาสเชื่อมโยงกับผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และเครือข่ายระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นฐานสำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว
ทั้งนี้AAM 2026 จะจัดขึ้นที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี และเปิดให้ภาคอุตสาหกรรม ผู้แทนรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วม
กำหนดค่าลงทะเบียนสำหรับภาคอุตสาหกรรมและบุคคลทั่วไปไว้ที่ 2,450 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สื่อมวลชนไม่เสียค่าลงทะเบียนแต่ต้องผ่านกระบวนการรับรอง
ไทยร่วมวางกติกา AAM ระดับโลก
อีกประเด็นสำคัญคือการที่ไทยจะมีส่วนร่วมในการพัฒนากรอบนโยบายและมาตรฐานด้าน AAM ในช่วงที่เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา
โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) จะทำงานร่วมกับ ICAO และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านกฎหมาย มาตรฐานความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการห้วงอากาศ และบุคลากร
หนึ่งในผลลัพธ์ที่เตรียมผลักดันจากการประชุมคือ “Bangkok Statement” ซึ่งจะสะท้อนเป้าประสงค์และผลลัพธ์จาก AAM 2026 และต่อยอดจาก “Call to Action” ที่เกิดขึ้นจาก AAM 2024 ณ สำนักงานใหญ่ ICAO เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา
สาระสำคัญของ Bangkok Statement จะมุ่งส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกเตรียมความพร้อมต่อการนำ AAM มาใช้งาน ทั้งด้านองค์ความรู้ โครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนากฎระเบียบที่เหมาะสม
ด้าน พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ CAAT กล่าวว่า CAAT ให้ความสำคัญกับการเตรียมประเทศไทยให้พร้อมรองรับเทคโนโลยี AAM ในทุกมิติ
โดยเฉพาะกฎหมาย กฎระเบียบ มาตรฐานความปลอดภัย โครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริหารจัดการห้วงอากาศ และการพัฒนาบุคลากร
ทั้งนี้ CAAT จะทำงานร่วมกับ ICAO กระทรวงคมนาคม ภาครัฐ เอกชน ภาคการศึกษา และผู้พัฒนาเทคโนโลยี เพื่อให้ AAM 2026 ต่อยอดไปสู่การพัฒนาระบบการบินของประเทศในระยะยาว
โดยยึดหลักการพัฒนานวัตกรรมควบคู่กับความปลอดภัย และต้องมีระบบกำกับดูแลที่เหมาะสมกับการใช้งานจริงและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
3 ไฮไลต์ AAM 2026
งาน AAM 2026 แบ่งกิจกรรมหลักออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การประชุมและสัมมนาระดับนานาชาติ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และหารือทิศทางการกำกับดูแล
การจัดนิทรรศการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AAM และอากาศยานไร้นักบิน รวมถึงการสาธิตการบิน เพื่อแสดงศักยภาพและแนวทางการใช้งานจริงของเทคโนโลยี
ICAO ระบุว่าเวทีดังกล่าวจะมุ่งวางแนวทางสำหรับระบบ AAM ที่ปลอดภัย ขยายตัวได้ และสามารถทำงานร่วมกันในระดับโลก
พร้อมหารือเรื่องบทบาทของมนุษย์ในยุคที่ระบบการบินมีระบบอัตโนมัติและความเป็นอิสระในการทำงานเพิ่มขึ้น รวมถึงความต้องการด้านบุคลากรและโครงสร้างพื้นฐาน
การเป็นเจ้าภาพ AAM 2026 จึงเป็นมากกว่าการจัดงานประชุมนานาชาติ แต่เป็นโอกาสให้ไทยยกระดับบทบาทจากผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่การมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางระบบการบินแห่งอนาคต
พร้อมเปิดพื้นที่ให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบาย เทคโนโลยี การลงทุน และการพัฒนาบุคลากร ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางการบินของภูมิภาค







