
เปิดโจทย์ใหม่ “รถไฟฟ้าสายสีเงิน” อย่าปล่อยตันแค่บางนา–สุวรรณภูมิ
รฟม.เดินหน้าศึกษาสายสีเงินใหม่ เปิดทางทบทวนแนวเส้นทางและจุดเชื่อมต่อ ขณะที่ Render Thailand เสนอคิดไกลถึงการต่อเข้าสู่ใจกลางเมือง
KEY
POINTS
- การศึกษารถไฟฟ้าสายสีเงินรอบใหม่ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการทบทวนโครงการ ไม่ให้ออกแบบเป็นเพียงเส้นทางที่ "ปลายตัน" แค่ระหว่างบางนา-สุวรรณภูมิ แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายที่เชื่อมต่อเมืองและสนามบินอย่างแท้จริง
- โจทย์สำคัญคือการปรับปรุงจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่นให้สะดวกและไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการเชื่อมกับสายสีเขียวที่สถานีบางนา และการวางแผนให้เชื่อมต่อเข้าถึงอาคารผู้โดยสารหลักของสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่ใช่แค่สิ้นสุดที่อาคารใหม่ (South Terminal)
- ควรออกแบบโครงสร้างโดยเปิดโอกาสสำหรับการต่อขยายเส้นทางในอนาคตจากบางนาเข้าสู่ใจกลางเมือง เพื่อเพิ่มศักยภาพให้สายสีเงินเป็นมากกว่ารถไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสารสนามบิน แต่รองรับการเดินทางของคนในพื้นที่และเชื่อมย่านเศรษฐกิจสำคัญ
รถไฟฟ้าสายสีเงินจ่อศึกษาใหม่ เปิดโจทย์ “บางนา–สุวรรณภูมิ” ต้องไปให้ไกลกว่า South Terminal
รถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา–ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กำลังเข้าสู่การศึกษารอบใหม่ หลังการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รับโอนโครงการจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) และเดินหน้าทบทวนรายละเอียดทั้งด้านความเหมาะสม รูปแบบการลงทุน การออกแบบ รวมถึงการจัดทำรายงาน EIA ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
ล่าสุด รฟม.ได้ลงนามจ้างที่ปรึกษาศึกษาและออกแบบโครงการแล้ว โดยโครงการสายสีเงินใช้งบประมาณว่าจ้างที่ปรึกษาประมาณ 75.70 ล้านบาท ใช้เวลาศึกษาประมาณ 360 วัน
และคาดว่าจะสรุปผลเสนอคณะรัฐมนตรีได้ในปี 2571 ขณะที่แนวคิดเบื้องต้นยังคงเป็นรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา–ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมีการปรับเพิ่มเส้นทางให้เชื่อมต่อถึงอาคารผู้โดยสารด้านใต้ หรือ South Terminal ของสนามบินสุวรรณภูมิ โดย รฟม.ได้หารือกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เบื้องต้นแล้ว
ประเด็นดังกล่าวทำให้ “การศึกษาใหม่” กลายเป็นจังหวะสำคัญในการตั้งคำถามว่า รถไฟฟ้าสายสีเงินควรเป็นเพียงเส้นทางเชื่อมบางนาเข้าสู่สนามบิน หรือควรถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายรถไฟฟ้าที่เชื่อมกรุงเทพฯ กับสนามบินอย่างแท้จริง
สายสีเงินในแผนปัจจุบัน
ข้อมูลของ รฟม.ระบุว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเงินมีแนวเส้นทางเริ่มต้นบริเวณสี่แยกบางนา บนถนนเทพรัตนฝั่งขาออก ก่อนวิ่งขนานไปตามถนนเทพรัตน เบี่ยงเข้าสู่ถนนสุวรรณภูมิ 3 และสิ้นสุดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้านทิศใต้ ระยะทางประมาณ 19.7 กิโลเมตร จำนวน 14 สถานี โดยรูปแบบโครงการเป็นรถไฟฟ้ารางคู่ขนาดเบา หรือ Light Rail Transit (LRT)
ผลการศึกษาที่เผยแพร่โดย รฟม. ระบุประมาณการผู้โดยสารในปีเปิดให้บริการไว้ที่ 189,635 คน-เที่ยวต่อวัน แต่ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการศึกษาครั้งเดิมอยู่ที่ EIRR 3.29% ซึ่งสะท้อนว่าโครงการมีโจทย์ด้านความคุ้มค่าที่ต้องนำกลับมาทบทวนอีกครั้งด้วย
เดิมโครงการนี้อยู่ภายใต้การศึกษาของ กทม. ก่อนถูกโอนให้ รฟม.รับผิดชอบ โดยการโอนภารกิจสายสีเงิน สีเทา และสีฟ้า เป็นไปตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เมื่อเดือนธันวาคม 2567
ดังนั้น การศึกษารอบใหม่จึงไม่ใช่เพียงการนำผลการศึกษาเดิมมาปรับตัวเลข แต่เป็นโอกาสในการทบทวนแนวเส้นทางและจุดเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้าที่เปลี่ยนไปจากช่วงเวลาที่จัดทำการศึกษาเดิม
ชี้โจทย์สำคัญ “อย่าปล่อยให้สายสีเงินตัน”
ท่ามกลางการศึกษารอบใหม่ Render Thailand สื่อด้านโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และการพัฒนาเมือง ได้เสนอแนวคิดว่า หากจะลงทุนรถไฟฟ้าสายสีเงินแล้ว ไม่ควรออกแบบให้โครงการกลายเป็นเส้นทางที่ “ตัน” อยู่เพียงบริเวณบางนาและ South Terminal แต่ควรคิดถึงการเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้าและพื้นที่เมืองในระยะยาว
โดยมองว่า สายสีเงินไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะการเดินทางของผู้โดยสารสนามบิน แต่ยังมีบทบาทต่อชุมชน แหล่งงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจตลอดแนวถนนเทพรัตน รวมถึงแรงงานจำนวนมากที่เดินทางเข้าออกสนามบินในแต่ละวัน
โจทย์จึงไม่ควรอยู่ที่การทำให้สายสีเงินเป็น Airport Express หากแต่เป็นการสร้างระบบขนส่งที่ทำให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางจากพื้นที่เมืองเข้าสู่สนามบิน และเดินทางจากสนามบินกลับเข้าสู่เมืองได้สะดวก โดยมีการเปลี่ยนระบบให้น้อยที่สุด
เสนอ 4 จุดที่ควรทบทวนในการศึกษาใหม่
ประเด็นแรกคือ การเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าสายอื่น
แนวทางปัจจุบันเชื่อมโยงกับรถไฟฟ้าสายสีเหลืองบริเวณวัดศรีเอี่ยม และเชื่อมกับสายสีเขียวบริเวณบางนา แต่การเชื่อมต่อที่บางนายังมีข้อจำกัดเรื่องระยะเดินและการเปลี่ยนระบบ
เสนอให้พิจารณาปรับตำแหน่งสถานีบางนาให้สามารถเชื่อมกับสถานีบางนาของรถไฟฟ้าสายสีเขียวได้สะดวกที่สุด โดยมองว่าหากสามารถลดระยะเดินลงมาอยู่ในระดับประมาณ 500 เมตร ก็ยังสามารถพัฒนาโครงสร้างทางเดินและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อช่วยให้การเปลี่ยนระบบทำได้ง่ายขึ้น
ประเด็นที่สองคือ การเข้าถึงสนามบิน
แม้แนวทางปัจจุบันจะถูกปรับให้เชื่อมต่อกับ South Terminal แล้ว แต่ Render Thailand เสนอให้ รฟม.และ ทอท.วางแผนระบบรถไฟฟ้าและระบบขนส่งภายในสนามบินร่วมกันตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารต้องเปลี่ยนระบบหลายครั้ง
หนึ่งในแนวคิดที่เสนอคือ การศึกษาความเป็นไปได้ในการต่อสายสีเงินจาก South Terminal ไปยังอาคารผู้โดยสารเดิมโดยตรง โดยต้องพิจารณาอย่างละเอียดทั้งตำแหน่งสถานี แนวอุโมงค์ พื้นที่อาคาร ลานจอดอากาศยาน Taxiway และรันเวย์ ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อเสนอที่ต้องผ่านการศึกษาความเป็นไปได้และข้อจำกัดด้านวิศวกรรมและการบินอย่างละเอียด
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้าสู่พื้นที่สนามบิน เพื่อเพิ่มทางเลือกการเดินทางสำหรับทั้งผู้โดยสารและบุคลากรที่ทำงานภายในสนามบิน
ปัจจุบัน ทอท.เองมีแผนพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิในระยะต่อไป ทั้งการขยายอาคารผู้โดยสารและโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน ทำให้การวางระบบขนส่งมวลชนควรเดินไปพร้อมกับแผนพัฒนาสนามบิน ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างออกแบบแล้วค่อยมาเชื่อมกันภายหลัง
ประเด็นที่สามคือ ต้องไม่ปิดประตูการต่อขยายตั้งแต่วันแรก
เสนอให้พิจารณาปรับตำแหน่งแนวทางวิ่งและสถานีบริเวณบางนา โดยเฉพาะการวางโครงสร้างให้สามารถต่อขยายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ ได้ในอนาคต
แนวคิดนี้มองว่า รถไฟฟ้าสายสีเงินไม่ควรถูกออกแบบให้เป็นเพียงเส้นทางจากบางนาไปสนามบิน แต่ควรเผื่อศักยภาพให้กลายเป็นเส้นทางที่เชื่อม “สนามบิน–บางนา–เมือง” ได้ในอนาคต
ประเด็นสุดท้ายคือ การเข้าถึงสถานี
นอกจากแนวเส้นทางแล้ว ยังต้องพิจารณาตำแหน่งทางขึ้นลงสถานี การเข้าถึงสถานีจากทั้งสองฝั่งถนนเทพรัตน ทางเดินเชื่อม การข้ามถนนขนาดใหญ่ ตลอดจนการออกแบบเพื่อผู้สูงอายุ ผู้ใช้รถเข็น และผู้โดยสารที่เดินทางพร้อมสัมภาระ โดยเฉพาะเมื่อสายสีเงินมีเป้าหมายเชื่อมต่อกับสนามบิน
เปิด 2 แนวคิดต่อยอดจากบางนาเข้าสู่เมือง
ในมุมมองของ Render Thailand หากต้องการให้สายสีเงินมีบทบาทมากกว่าการเป็นสายป้อนผู้โดยสารเข้าสู่สนามบิน อาจศึกษาการต่อขยายจากบางนาเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ อย่างน้อย 2 แนวทาง
ทางเลือกแรก บางนา–ช่องนนทรี–หัวลำโพง
แนวคิดคือ จากถนนสรรพาวุธต่อขยายผ่านพื้นที่บางกะเจ้า ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่พื้นที่พระราม 3 ก่อนเข้าสู่ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ เชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวบริเวณช่องนนทรี และหากมีความเป็นไปได้อาจต่อไปถึงหัวลำโพงเพื่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและโครงข่ายรถไฟในอนาคต
ข้อดีคือสามารถนำผู้โดยสารเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองได้โดยตรงมากขึ้น แต่แลกกับต้นทุนและความซับซ้อนสูง โดยเฉพาะการก่อสร้างข้ามแม่น้ำและประเด็นด้านพื้นที่บางกะเจ้า
ทางเลือกที่สอง บางนา–คลองเตย–มักกะสัน
อีกแนวคิดหนึ่งคือ การต่อจากบางนาเข้าสู่แนวทางรถไฟสายเก่า ผ่านพื้นที่ท่าเรือคลองเตย ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาในอนาคต ก่อนเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินบริเวณคลองเตย จากนั้นเข้าสู่พื้นที่มักกะสัน
แนวทางนี้อาจใช้เวลาเดินทางเข้าสู่เมืองมากกว่าแนวทางแรก แต่มีข้อดีในแง่การเชื่อมพื้นที่พัฒนาใหม่ ทั้งคลองเตย มักกะสัน และโครงข่ายระบบรางหลายสาย
ทั้งสองแนวทางยังเป็น ข้อเสนอเพื่อการศึกษา ไม่ใช่แนวเส้นทางที่ รฟม.กำหนดแล้ว และจำเป็นต้องผ่านการศึกษาด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน การเวนคืน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความเป็นไปได้ในการลงทุนอีกจำนวนมาก
สายสีเงินต้องคิดพร้อมสายสีเทา
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การศึกษาใหม่ของสายสีเงินเกิดขึ้นพร้อมกับรถไฟฟ้าสายสีเทา ช่วงวัชรพล–ทองหล่อ ซึ่งเป็นอีกโครงการที่ รฟม.รับโอนมาจาก กทม. และกำลังทบทวนใหม่เช่นกัน
Render Thailand จึงเสนอว่า การวางแผนทั้งสองโครงการไม่ควรแยกออกจากกัน โดยเฉพาะพื้นที่คลองเตยและสถานีแม่น้ำ ซึ่งอาจกลายเป็นจุดสำคัญของโครงข่ายในอนาคต
ในภาพใหญ่ การศึกษารอบใหม่จึงควรมองรถไฟฟ้าแต่ละสายเป็น “เครือข่าย” มากกว่ามองเป็นโครงการรายเส้น เพราะ รฟม.เองระบุว่าการทบทวนโครงการใหม่มีเป้าหมายสำคัญในการปรับเส้นทางและจุดเชื่อมต่อให้สอดคล้องกับระบบรางที่มีอยู่และระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ
โอกาสสำคัญก่อนสร้างจริง
แน่นอนว่าแนวคิดการต่อขยายจากบางนาเข้าสู่ใจกลางเมืองยังมีข้อจำกัดจำนวนมาก ทั้งงบประมาณ การก่อสร้าง การเวนคืน ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงการประสานงานระหว่าง รฟม. กทม. ทอท. และหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
แต่สิ่งสำคัญคือ ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงศึกษา
นั่นหมายความว่า ยังมีโอกาสปรับแนวเส้นทาง จุดเชื่อมต่อ และรูปแบบสถานีให้เหมาะสมกับโครงข่ายกรุงเทพฯ ในอนาคต ก่อนที่โครงการจะเข้าสู่ขั้นตอนลงทุนและก่อสร้างจริง
อย่างน้อย การศึกษารอบใหม่นี้ควรตอบให้ได้ 3 คำถามสำคัญ
หนึ่ง จะทำอย่างไรให้สถานีบางนาเชื่อมกับสายสีเขียวได้สะดวกที่สุด
สอง จะออกแบบแนวทางวิ่งและสถานีอย่างไรให้รองรับการต่อขยายเข้าสู่เมืองในอนาคต
และสาม จะทำอย่างไรให้สายสีเงินเชื่อมกับระบบขนส่งของสนามบินได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้ง South Terminal และอาคารผู้โดยสารเดิม
เพราะหากผลการศึกษาใหม่กลับมาเป็นแนวทางเดิมทั้งหมด สายสีเงินก็ยังมีประโยชน์ต่อพื้นที่ตลอดแนวถนนเทพรัตนอย่างแน่นอน แต่ศักยภาพของการเป็น “โครงข่ายเชื่อมสนามบินกับเมือง” อาจยังถูกจำกัด
บทเรียนของรถไฟฟ้าไม่ได้อยู่ที่จำนวนกิโลเมตรหรือจำนวนสถานีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่า เมื่อผู้โดยสารก้าวออกจากสถานีหนึ่งแล้ว เขาสามารถไปถึงจุดหมายต่อไปได้ง่ายแค่ไหน
ดังนั้น การศึกษาใหม่ของสายสีเงินจึงไม่ควรเป็นเพียงการทบทวนว่า “จะสร้างหรือไม่สร้าง” แต่ควรเป็นการตอบคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ถ้าจะสร้างแล้ว จะสร้างอย่างไรให้ไม่กลายเป็นรถไฟฟ้าที่ดีเฉพาะบนแผนที่ แต่เป็นโครงข่ายที่คนใช้ได้จริง และยังเติบโตต่อได้ในอนาคต
ที่มา: เรียบเรียงจากข้อเสนอและมุมมองของเพจ Render Thailand ประกอบกับข้อมูลโครงการจาก รฟม. โดยข้อเสนอการต่อขยายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของกรุงเทพฯ เป็นแนวคิดที่เสนอเพื่อการศึกษา ไม่ใช่แนวทางที่ภาครัฐอนุมัติแล้ว







