
ส่องอนาคตรถไฟไทย DEMU ไฮบริด 160 กม./ชม. โอกาสแสนล้านธุรกิจไทย
รู้จักรถไฟต้นแบบ DEMU นวัตกรรมใหม่ของการรถไฟฯ (รฟท.) วิ่งด้วยระบบไฟฟ้าไฮบริด 160 กม./ชม. พร้อมเจาะลึกโอกาสแสนล้านของอุตสาหกรรมระบบรางไทย
ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการคมนาคมทางราง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เตรียมจัดหารถไฟรุ่นใหม่ "รถไฟ DEMU" มาให้บริการประชาชน ทดแทนรถไฟดีเซลรางแบบเดิม
ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการอัปเกรดความสะดวกสบายและความเร็ว แต่ยังเป็น "โอกาสทอง" ของผู้ประกอบการไทยที่จะพลิกโฉมจาก "ผู้ซ่อม" สู่ "ผู้สร้าง" ในอุตสาหกรรมระบบรางที่มีมูลค่ามหาศาล
รถไฟ DEMU คืออะไร?
รถไฟ DEMU (Diesel Electric Multiple Unit) คือ รถไฟนวัตกรรมใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลปั่นกระแสไฟฟ้าเพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์ที่ล้อ แทนการขับเคลื่อนล้อโดยตรง
มาพร้อมระบบไฮบริด (Hybrid) ที่กักเก็บพลังงานขณะเบรก ทำความเร็วสูงสุดได้ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถวิ่งเข้าสถานีด้วยระบบไฟฟ้าโดยไร้ควันและเสียงรบกวน
รถไฟต้นแบบ DEMU ต่างจากรถไฟดีเซลรางเดิมอย่างไร?
รศ.ดร.วิชัย ศิวะโกศิษฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมระบบรางและพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เปิดเผยว่า โครงการออกแบบและพัฒนารถไฟต้นแบบ DEMU เป็นความร่วมมือระหว่าง สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) ภายใต้กระทรวงคมนาคม และทีมวิศวกรจาก มก. ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบรถไฟจากอิตาลี โดยอิงตามมาตรฐานยุโรปทั้งหมด
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างรถไฟดีเซลราง (รุ่นเดิม) และรถไฟ DEMU (รุ่นใหม่)
|
คุณสมบัติ |
รถไฟดีเซลราง (แบบเดิม) |
รถไฟ DEMU (แบบใหม่) |
|
ระบบขับเคลื่อน |
เครื่องยนต์ดีเซลขับเคลื่อนล้อโดยตรง (ผ่านเกียร์) |
ดีเซลปั่นไฟฟ้าส่งเข้ามอเตอร์ที่ล้อ (ไร้เกียร์) |
|
ระบบเบรก |
เบรกลม (สิ้นเปลืองผ้าเบรก) |
เบรกไฟฟ้า (ปั่นไฟกลับเข้าแบตเตอรี่) + เบรกลม |
|
มลพิษในสถานี |
มีควันจากท่อไอเสีย |
ไร้ควัน (ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขณะเข้า-ออกสถานี) |
|
ความเร็วสูงสุด |
ประมาณ 120 กม./ชม. |
160 กม./ชม. |
"รถไฟ DEMU ให้ประสิทธิภาพการขับเคลื่อนที่ดีกว่า แรงบิดดีกว่า ไม่ต้องซ่อมบำรุงชุดเกียร์ และระบบไฮบริดยังช่วยให้ประสิทธิภาพการเบรกดีขึ้น เปลืองเบรกน้อยลง" — รศ.ดร.วิชัย ศิวะโกศิษฐ ระบุ
โอกาสแสนล้านของธุรกิจไทย
โครงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดหารถไฟขบวนใหม่ แต่เป็นจุดเริ่มต้นในการประเมินและยกระดับศักยภาพของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ
ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการไทยมีขีดความสามารถสูงมาก โดยเฉพาะงานเชื่อมโครงสร้างขนาดใหญ่และการผลิตระบบปรับอากาศที่ได้มาตรฐานยุโรป
เปิดตัวเลขเม็ดเงินเศรษฐกิจ หากไทยผลิตรถไฟได้เอง
- เพิ่มสัดส่วนการผลิตในประเทศ (Local Content): โครงการตั้งเป้าเริ่มต้นใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศที่ร้อยละ 20 และจะผลักดันให้เพิ่มสูงถึงร้อยละ 75 ภายในระยะเวลา 5 ปี
- รองรับแผนการลงทุนของ รฟท.: ในแผนระยะ 10-15 ปีข้างหน้า รฟท. มีโครงการจัดหารถไฟมูลค่ารวมกว่า 200,000 ล้านบาท (แบ่งเป็นรถไฟ DEMU 1.1 แสนล้านบาท และรถโดยสารกว่า 4 หมื่นล้านบาท)
- กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ: หากไทยผลิตได้เอง จะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อน GDP ของประเทศโดยตรง
- ลดภาระงบประมาณระยะยาว: ตลอดอายุการใช้งาน 40 ปี รถไฟจะมีค่าซ่อมบำรุงสูงถึง 6 แสนล้านบาท หากประเทศไทยสามารถผลิตชิ้นส่วนและอะไหล่ได้เอง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายรวม (จัดซื้อและซ่อมบำรุง) ลงได้ถึงร้อยละ 70
เฟสต่อไปของโครงการรถไฟ DEMU
ปัจจุบันโครงการผ่าน เฟสที่ 1 (Conceptual Engineering Design) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งรวมถึงการออกแบบทางวิศวกรรมเบื้องต้น รับฟังความเห็นจากประชาชน และประเมินผู้ผลิต
ก้าวต่อไปใน เฟสที่ 2 คือการออกแบบรายละเอียดทุกชิ้นส่วนร่วมกับผู้ผลิตในประเทศ ไปจนถึงการสร้างรถต้นแบบ ซึ่งต้องอาศัยนโยบายที่ชัดเจนจากภาครัฐในการกำหนด Roadmap และผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม







