posttoday
“Wakppu” ของเล่นบีบแล้วทิ้ง ไวรัลเกาหลีใต้ ปลุกตลาดคลายเครียด

“Wakppu” ของเล่นบีบแล้วทิ้ง ไวรัลเกาหลีใต้ ปลุกตลาดคลายเครียด

05 สิงหาคม 2569

เพราะชีวิตเครียดเกินไป เกาหลีใต้จุดกระแส “Wakppu” ของเล่นบีบแล้วทิ้ง ราคาไม่ถึงร้อยบาท คลายเครียด คนวัยทำงานโหยหาของเล่นวัยเด็ก

ลองนึกภาพของเล่นชิ้นหนึ่งที่ซื้อมาในราคาไม่ถึง 100 บาท เล่นได้แค่ครั้งเดียว และวิธีเล่นก็คือ…เอาไปบีบ กด หรือทุบให้แตก

 

ฟังดูเหมือนจะเป็นของเล่นที่ไม่น่าจะขายดี แต่กลับกลายเป็นสินค้าที่กำลังไวรัลในเกาหลีใต้ นั่นคือ “Wakppu” (วาคปู้)

 

เพราะทันทีที่ Wakppu แตกออกมา จะเกิดเสียงป๊อก พร้อมเผยให้เห็นเนื้อดินน้ำมันหรือสไลม์สีสันสดใสที่อยู่ด้านใน

 

ความสนุกไม่ได้อยู่แค่การเล่น แต่อยู่ที่ “ความรู้สึกตอนทำลาย” ทั้งเสียงที่ได้ยิน สัมผัสของเนื้อวัสดุ และภาพที่เห็นหลังของเล่นแตก ซึ่งทั้งหมดสามารถนำไปทำคอนเทนต์สั้นหรือคลิป ASMR ลง TikTok, Instagram และ YouTube Shorts ได้แบบจบในไม่กี่วินาที

 

นี่เป็นอีกหนึ่งกระแสที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ของเกาหลีใต้ ที่สะท้อนว่าตอนนี้ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อแค่สินค้าเพื่อประโยชน์ใช้สอยอย่างเดียว แต่กำลังมองหา “ประสบการณ์” และความรู้สึกบางอย่างที่ได้รับจากสินค้า

 

ศิลปิน KPOP กับ Wakppu

 

Wakppu คืออะไร ทำไมคนถึงอยากซื้อมา “ทุบ” ?

 

Wakppu เป็นของเล่นคลายเครียดแบบใช้ครั้งเดียว ลักษณะภายนอกเป็นลูกบอลเคลือบแว็กซ์ ผิวเรียบคล้ายลูกบอลประดับต้นคริสต์มาส แต่ภายในซ่อนดินน้ำมันหรือสไลม์สีสดเอาไว้ เมื่อบีบ กด หรือทุบ ลูกบอลจะแตกออกพร้อมเสียง “ป๊อก” ก่อนเผยเนื้อสัมผัสนุ่มเหนียวด้านใน

 

ชื่อ Wakppu มาจากการผสมคำว่า “Wax” กับคำภาษาเกาหลี “Ppushigi” ที่หมายถึงการทุบหรือทำลาย จึงสะท้อนวิธีเล่นของมันได้ตรงตัว

 

ความแตกต่างสำคัญคือ Wakppu เล่นได้เพียงครั้งเดียว แตกต่างจาก Squishy หรือ Stress Ball ที่สามารถบีบเล่นซ้ำได้

 

แต่การเล่นครั้งเดียวกลับกลายเป็นจุดขาย เพราะผู้บริโภคไม่ได้ซื้อเพื่อเก็บไว้ใช้นาน ๆ แต่ซื้อเพื่อสัมผัส “โมเมนต์” ตั้งแต่การเลือกสี การแกะห่อ ไปจนถึงจังหวะที่ทุบให้แตก และดูสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน

 

ยิ่งราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,000 วอน หรือราว 80 บาท ก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ต้องการของเล่นเล็ก ๆ ราคาไม่แรงไว้คลายเครียด

 

บางรายยังนำไปทำในรูปแบบ DIY เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคออกแบบสีหรือสิ่งที่อยู่ด้านในด้วยตัวเอง ทำให้สินค้าไม่ได้จบแค่การซื้อ แต่สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมและคอนเทนต์ได้อีกด้วย

 

 

คนทำงานโหยหาวัยเด็ก 

 

เบื้องหลังกระแสของ Wakppu กำลังสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคเกาหลีใต้ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งการเรียน การทำงาน และการแข่งขันในสังคม

 

เมื่อความเครียดเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคจึงเริ่มมองหาสินค้าที่ช่วยให้ตัวเอง “รู้สึกดีขึ้น” แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ

 

ตรงนี้เองที่แนวคิดเรื่อง Healing และ Nostalgia เข้ามามีบทบาท ของเล่นที่มีหน้าตาเรียบง่ายและชวนให้นึกถึงวัยเด็ก สามารถสร้างความรู้สึกคุ้นเคยและผ่อนคลาย 

 

ขณะเดียวกัน การได้บีบ ทุบ หรือทำลายบางอย่างแล้วได้ยินเสียงที่น่าพึงพอใจ ก็ช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความเครียดออกมา

 

นี่คือเหตุผลที่สินค้ากลุ่ม Sensory Toys หรือของเล่นที่กระตุ้นประสาทสัมผัส กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะสามารถตอบโจทย์ทั้งการมองเห็น การสัมผัส และการได้ยินในเวลาเดียวกัน

 

อีกปัจจัยที่ทำให้ Wakppu โตเร็ว คือการเข้ากับพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ในยุคนี้ได้อย่างพอดี


คอนเทนต์ฮิตบนโซเชียล

 

เพียงถ่ายคลิปตั้งแต่แกะกล่อง จับ บีบ แล้วทุบให้แตก ก็สามารถกลายเป็นคอนเทนต์ได้ทันที โดยเฉพาะคลิป ASMR ที่เน้นเสียงแตกและเสียงสัมผัสของวัสดุ ซึ่งสร้างความเพลิดเพลินให้คนดู แม้คนดูจะไม่ได้ซื้อสินค้าด้วยตัวเองก็ตาม

 

เมื่อคลิปถูกแชร์ต่อผ่าน TikTok, Instagram และ YouTube Shorts สินค้าก็สามารถกลายเป็นไวรัลได้โดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาแบบเดิมเพียงอย่างเดียว

 

กระแสยังขยายไปถึงกลุ่มศิลปิน K-pop ที่หยิบสินค้าลักษณะนี้มาเล่นหรือทำคอนเทนต์ ส่งผลให้ของเล่นที่เดิมอาจเป็นเพียงสินค้าคลายเครียด กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีทั้งความบันเทิงและความเป็นไวรัลอยู่ในตัว

 

 

ศิลปิน KPOP

ศิลปิน KPOP กับ ASMR

 

ที่น่าสนใจคือ เทรนด์นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ของเล่น แต่เริ่มถูกนำไปต่อยอดในธุรกิจอื่น เช่น เบเกอรี่และขนมหวานที่ออกแบบให้มีเปลือกแตกกรอบ ก่อนเผยไส้ด้านใน เพื่อเลียนแบบประสบการณ์ของ Wakppu

 

แม้กระทั่งคอนเทนต์ AI และ ASMR ที่สร้างเสียง “แตก” แบบ Wakppu ก็เกิดขึ้นตามมา

 

คุมเข้มความปลอดภัย

 

อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้ไปทำตลาดในเกาหลีใต้ เรื่องหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ “มาตรฐานความปลอดภัย”

 

เกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กค่อนข้างมาก โดยของเล่นหลายประเภทอยู่ภายใต้ Special Act on the Safety of Children's Products และอยู่ในการกำกับดูแลของ Korean Agency for Technology and Standards หรือ KATS

 

สินค้าที่เข้าข่ายของเล่นอาจต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยและได้รับเครื่องหมาย KC ก่อนนำเข้าและวางจำหน่าย 

 

โดยมีการตรวจสอบตั้งแต่ความแข็งแรงของสินค้า ความปลอดภัยจากชิ้นส่วนขนาดเล็ก ความไวไฟ ไปจนถึงสารเคมีอันตราย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม และสารพาทาเลต รวมถึงต้องมีฉลากและคำเตือนภาษาเกาหลี

 

การรับรองแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Safety Certification, Safety Confirmation และ Supplier's Declaration of Conformity หรือ SDoC โดยขึ้นอยู่กับประเภทและระดับความเสี่ยงของสินค้า

 

ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ยังเพิ่มความเข้มงวดกับของเล่นคลายเครียดและสินค้านำเข้าบางประเภท หลังพบผู้ประกอบการบางรายระบุว่าสินค้าเหมาะสำหรับผู้มีอายุ 14 ปีขึ้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดด้านการรับรอง 

 

ทั้งที่ในทางปฏิบัติสินค้ากลับวางขายในร้านของเล่นและมีเด็กเป็นผู้ใช้งานหลัก

 

ขณะเดียวกัน กรณีการเรียกคืนสินค้าสไลม์ในอดีต หลังตรวจพบสารพาทาเลตและโลหะหนักเกินมาตรฐาน ก็ยิ่งทำให้ทั้งภาครัฐและผู้บริโภคเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินค้ากลุ่มนี้มากขึ้น

 

ดังนั้น หากมอง Wakppu เป็นมากกว่าของเล่นไวรัล สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังสะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง นั่นคือ ในวันที่ผู้คนมีความเครียดมากขึ้น สินค้าที่สร้างความสุขเล็ก ๆ ให้กับชีวิต กำลังมีโอกาสเติบโตไม่แพ้สินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานโดยตรง

 

Source : https://www.ditp.go.th

ข่าวล่าสุด

รายงานเผย แบนไม่ได้ผล เด็กออสเตรเลียยังเล่นโซเชียลฯกว่า 80%

รายงานเผย แบนไม่ได้ผล เด็กออสเตรเลียยังเล่นโซเชียลฯกว่า 80%