
“Wakppu” ของเล่นบีบแล้วทิ้ง ไวรัลเกาหลีใต้ ปลุกตลาดคลายเครียด
เพราะชีวิตเครียดเกินไป เกาหลีใต้จุดกระแส “Wakppu” ของเล่นบีบแล้วทิ้ง ราคาไม่ถึงร้อยบาท คลายเครียด คนวัยทำงานโหยหาของเล่นวัยเด็ก
ลองนึกภาพของเล่นชิ้นหนึ่งที่ซื้อมาในราคาไม่ถึง 100 บาท เล่นได้แค่ครั้งเดียว และวิธีเล่นก็คือ…เอาไปบีบ กด หรือทุบให้แตก
ฟังดูเหมือนจะเป็นของเล่นที่ไม่น่าจะขายดี แต่กลับกลายเป็นสินค้าที่กำลังไวรัลในเกาหลีใต้ นั่นคือ “Wakppu” (วาคปู้)
เพราะทันทีที่ Wakppu แตกออกมา จะเกิดเสียงป๊อก พร้อมเผยให้เห็นเนื้อดินน้ำมันหรือสไลม์สีสันสดใสที่อยู่ด้านใน
ความสนุกไม่ได้อยู่แค่การเล่น แต่อยู่ที่ “ความรู้สึกตอนทำลาย” ทั้งเสียงที่ได้ยิน สัมผัสของเนื้อวัสดุ และภาพที่เห็นหลังของเล่นแตก ซึ่งทั้งหมดสามารถนำไปทำคอนเทนต์สั้นหรือคลิป ASMR ลง TikTok, Instagram และ YouTube Shorts ได้แบบจบในไม่กี่วินาที
นี่เป็นอีกหนึ่งกระแสที่กำลังเกิดขึ้นในตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ของเกาหลีใต้ ที่สะท้อนว่าตอนนี้ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อแค่สินค้าเพื่อประโยชน์ใช้สอยอย่างเดียว แต่กำลังมองหา “ประสบการณ์” และความรู้สึกบางอย่างที่ได้รับจากสินค้า
Wakppu คืออะไร ทำไมคนถึงอยากซื้อมา “ทุบ” ?
Wakppu เป็นของเล่นคลายเครียดแบบใช้ครั้งเดียว ลักษณะภายนอกเป็นลูกบอลเคลือบแว็กซ์ ผิวเรียบคล้ายลูกบอลประดับต้นคริสต์มาส แต่ภายในซ่อนดินน้ำมันหรือสไลม์สีสดเอาไว้ เมื่อบีบ กด หรือทุบ ลูกบอลจะแตกออกพร้อมเสียง “ป๊อก” ก่อนเผยเนื้อสัมผัสนุ่มเหนียวด้านใน
ชื่อ Wakppu มาจากการผสมคำว่า “Wax” กับคำภาษาเกาหลี “Ppushigi” ที่หมายถึงการทุบหรือทำลาย จึงสะท้อนวิธีเล่นของมันได้ตรงตัว
ความแตกต่างสำคัญคือ Wakppu เล่นได้เพียงครั้งเดียว แตกต่างจาก Squishy หรือ Stress Ball ที่สามารถบีบเล่นซ้ำได้
แต่การเล่นครั้งเดียวกลับกลายเป็นจุดขาย เพราะผู้บริโภคไม่ได้ซื้อเพื่อเก็บไว้ใช้นาน ๆ แต่ซื้อเพื่อสัมผัส “โมเมนต์” ตั้งแต่การเลือกสี การแกะห่อ ไปจนถึงจังหวะที่ทุบให้แตก และดูสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใน
ยิ่งราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3,000 วอน หรือราว 80 บาท ก็ยิ่งทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานที่ต้องการของเล่นเล็ก ๆ ราคาไม่แรงไว้คลายเครียด
บางรายยังนำไปทำในรูปแบบ DIY เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคออกแบบสีหรือสิ่งที่อยู่ด้านในด้วยตัวเอง ทำให้สินค้าไม่ได้จบแค่การซื้อ แต่สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมและคอนเทนต์ได้อีกด้วย
คนทำงานโหยหาวัยเด็ก
เบื้องหลังกระแสของ Wakppu กำลังสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคเกาหลีใต้ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทั้งการเรียน การทำงาน และการแข่งขันในสังคม
เมื่อความเครียดเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคจึงเริ่มมองหาสินค้าที่ช่วยให้ตัวเอง “รู้สึกดีขึ้น” แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ
ตรงนี้เองที่แนวคิดเรื่อง Healing และ Nostalgia เข้ามามีบทบาท ของเล่นที่มีหน้าตาเรียบง่ายและชวนให้นึกถึงวัยเด็ก สามารถสร้างความรู้สึกคุ้นเคยและผ่อนคลาย
ขณะเดียวกัน การได้บีบ ทุบ หรือทำลายบางอย่างแล้วได้ยินเสียงที่น่าพึงพอใจ ก็ช่วยสร้างความรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความเครียดออกมา
นี่คือเหตุผลที่สินค้ากลุ่ม Sensory Toys หรือของเล่นที่กระตุ้นประสาทสัมผัส กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะสามารถตอบโจทย์ทั้งการมองเห็น การสัมผัส และการได้ยินในเวลาเดียวกัน
อีกปัจจัยที่ทำให้ Wakppu โตเร็ว คือการเข้ากับพฤติกรรมการเสพคอนเทนต์ในยุคนี้ได้อย่างพอดี
คอนเทนต์ฮิตบนโซเชียล
เพียงถ่ายคลิปตั้งแต่แกะกล่อง จับ บีบ แล้วทุบให้แตก ก็สามารถกลายเป็นคอนเทนต์ได้ทันที โดยเฉพาะคลิป ASMR ที่เน้นเสียงแตกและเสียงสัมผัสของวัสดุ ซึ่งสร้างความเพลิดเพลินให้คนดู แม้คนดูจะไม่ได้ซื้อสินค้าด้วยตัวเองก็ตาม
เมื่อคลิปถูกแชร์ต่อผ่าน TikTok, Instagram และ YouTube Shorts สินค้าก็สามารถกลายเป็นไวรัลได้โดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาแบบเดิมเพียงอย่างเดียว
กระแสยังขยายไปถึงกลุ่มศิลปิน K-pop ที่หยิบสินค้าลักษณะนี้มาเล่นหรือทำคอนเทนต์ ส่งผลให้ของเล่นที่เดิมอาจเป็นเพียงสินค้าคลายเครียด กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีทั้งความบันเทิงและความเป็นไวรัลอยู่ในตัว
ที่น่าสนใจคือ เทรนด์นี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ของเล่น แต่เริ่มถูกนำไปต่อยอดในธุรกิจอื่น เช่น เบเกอรี่และขนมหวานที่ออกแบบให้มีเปลือกแตกกรอบ ก่อนเผยไส้ด้านใน เพื่อเลียนแบบประสบการณ์ของ Wakppu
แม้กระทั่งคอนเทนต์ AI และ ASMR ที่สร้างเสียง “แตก” แบบ Wakppu ก็เกิดขึ้นตามมา
คุมเข้มความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม หากมองในมุมธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้ไปทำตลาดในเกาหลีใต้ เรื่องหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้คือ “มาตรฐานความปลอดภัย”
เกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กค่อนข้างมาก โดยของเล่นหลายประเภทอยู่ภายใต้ Special Act on the Safety of Children's Products และอยู่ในการกำกับดูแลของ Korean Agency for Technology and Standards หรือ KATS
สินค้าที่เข้าข่ายของเล่นอาจต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยและได้รับเครื่องหมาย KC ก่อนนำเข้าและวางจำหน่าย
โดยมีการตรวจสอบตั้งแต่ความแข็งแรงของสินค้า ความปลอดภัยจากชิ้นส่วนขนาดเล็ก ความไวไฟ ไปจนถึงสารเคมีอันตราย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม และสารพาทาเลต รวมถึงต้องมีฉลากและคำเตือนภาษาเกาหลี
การรับรองแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Safety Certification, Safety Confirmation และ Supplier's Declaration of Conformity หรือ SDoC โดยขึ้นอยู่กับประเภทและระดับความเสี่ยงของสินค้า
ที่ผ่านมา เกาหลีใต้ยังเพิ่มความเข้มงวดกับของเล่นคลายเครียดและสินค้านำเข้าบางประเภท หลังพบผู้ประกอบการบางรายระบุว่าสินค้าเหมาะสำหรับผู้มีอายุ 14 ปีขึ้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดด้านการรับรอง
ทั้งที่ในทางปฏิบัติสินค้ากลับวางขายในร้านของเล่นและมีเด็กเป็นผู้ใช้งานหลัก
ขณะเดียวกัน กรณีการเรียกคืนสินค้าสไลม์ในอดีต หลังตรวจพบสารพาทาเลตและโลหะหนักเกินมาตรฐาน ก็ยิ่งทำให้ทั้งภาครัฐและผู้บริโภคเกาหลีใต้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของสินค้ากลุ่มนี้มากขึ้น
ดังนั้น หากมอง Wakppu เป็นมากกว่าของเล่นไวรัล สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังสะท้อนเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง นั่นคือ ในวันที่ผู้คนมีความเครียดมากขึ้น สินค้าที่สร้างความสุขเล็ก ๆ ให้กับชีวิต กำลังมีโอกาสเติบโตไม่แพ้สินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานโดยตรง
Source : https://www.ditp.go.th







