
7 กสทช.สู้ไม่ถอย เข้าสู่ ยุคสูญญากาศเต็มร้อย ใครจะโดน 157
4 กสทช.ยันปฎิบัติหน้าที่ แต่ไม่เอา “นพ.สรณ” ด้าน “ไตรรัตน์” ขู่ ไทยคม 4 ใกล้โหม่งโลก ยันไม่ได้เอาวาระเป็นตัวประกัน วงในชี้ ไทยคม ยังไม่กระทบ
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้าสู่ยุคสูญญากาศ เต็มรูปแบบ เมื่อการประชุมบอร์ดรอบที่สอง หลัง คณะกรรมการสรรหาบอร์ดกสทช.มีมติ “นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ขาดคุณสมบัติการเป็น กสทช. ล่มอีกครั้ง
ด้วยเหตุผลเดิมคือ “ไม่ครบองค์ประชุม” ที่แม้จะมี 7 กสทช.เข้าร่วมประชุม แต่ 4 กสทช. ได้แก่ พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นางสาวพิรงรอง รามสูต นายศุภัช ศุภชลาศัย และ นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ได้เดินออกจากห้องประชุมด้วยเหตุผล “ประธานกสทช.” ควรหยุดปฏิบัติหน้าที่
“ไตรรัตน์” ขู่ ไทยคม 4 โหม่งโลก
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า สำนักงานกสทช.มีความจำเป็นต้องเดินหน้าประชุม เนื่องจากมีวาระค้างอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วนของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) คือ ไทยคม 4 จะหมดอายุการใช้งานในวันที่ 10 ก.ย. 2569 แม้ในทางวิศวกรรมดาวเทียมอาจมีอายุการใช้งานได้ถึง 20 ปี แต่โดยธรรมชาติของการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 15 ปี ซึ่งกำลังจะครบกำหนดพอดี
ปัญหาหลักเกิดจาก ไทยคม ยังไม่สามารถขึ้นดาวเทียมดวงใหม่ได้ เนื่องจากโรงงานผลิตดาวเทียมดวงใหม่ผลิตไม่ทันตามกำหนดการเดิม หากไม่สามารถใช้งานดาวเทียม ไทยคม 4 ได้ตามกฎหมาย และหากฝืนใช้งานจะถือว่ามีความผิด เกิดค่าเสียโอกาสในการทำธุรกิจของภาคเอกชน และส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่ใช้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ การประชุม กสทช. ประจำเดือนส.ค. ที่กำหนดไว้แล้วล่วงหน้า คือ วันที่ 5 – 6 ส.ค. วันที่ 11 ส.ค. วันที่ 13 ส.ค. และ วันที่ 19 – 20 ส.ค. 2569 ดังนั้น เลขาธิการ กสทช. ซึ่งเป็นเลขานุการ กสทช. ตามกฎหมาย จะได้จัดเตรียมการประชุมเพื่อให้ กสทช. ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติต่อไป ยืนยันไม่ได้นำวาระการประชุมเป็นตัวประกัน แต่อย่างได
“นพ.สรณ” ลั่น รอข้อยุติทางกฎหมาย
ด้าน นพ.สรณ เปิดเผยว่า แม้ว่าศาลปกครองจะไม่รับไต่สวนฉุกเฉิน แต่ศาลรับเรื่องแล้ว ดังนั้นต้องรอผลทางกฎหมาย ขณะนี้ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามที่กฎหมายกำหนด จนกว่าจะมีข้อยุติทางกฎหมายออกมาเป็นอย่างอื่น ซึ่ง "ความสิ้นสุดทางกฎหมาย" ในที่นี้อาจหมายถึงคำสั่งจากศาลปกครอง หรือกระบวนการทูลเกล้าฯ อย่างใดอย่างหนึ่ง
ส่วนความเสี่ยงต่อมาตรา 157 นั้น ประธาน กสทช. ตอบว่า "ไม่มีใครพูดถึงเรื่อง 157 เลย" และมองว่าสถานการณ์ในขณะนี้ "ยังไม่ไปไกลถึงขนาดนั้น" ยืนยันว่าตนเอง "ไม่ได้ตั้งใจจะเอาผิดกับใคร" และเน้นการ "ขอความร่วมมือเป็นหลัก" ให้กรรมการท่านอื่นเข้าประชุมเพื่อให้งานเดินหน้าต่อไปได้
ในทางกลับกัน ประธาน กสทช. แสดงความกังวลว่า ตนเองอาจจะเป็นฝ่ายที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องมาตรา 157 (ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่) เสียเอง หากไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การเปิดประชุมหรือการลงนามในหนังสืออนุญาตต่างๆ เนื่องจากกฎหมายไม่ได้ระบุให้ใครปฏิบัติหน้าที่แทนประธานในหลายกรณี
4 กสทช.พร้อมทำงาน แต่ต้องไม่มี “นพ.สรณ”
ขณะที่ 4 กสทช.ยืนยันว่าไม่สามารถร่วมประชุมกับ ประธานกสทช.ได้ โดยทั้ง 4 คน แม้จะเข้ามาร่วมประชุม แต่ก็เดินออกจากห้องประชุม โดยกสทช.สมภพ เดินออกมาคนแรก เมื่อประธานกสทช.เข้าห้องประชุม โดยไม่มีการพูดจาใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่อีก 3 กสทช. คือ พล.อ.ท. ธนพันธุ์ , กสทช.พิรงรอง และ กสทช.ศุภัช ได้เรียกร้องให้ประธานหยุดฎิบัติหน้าที่ แต่ไม่เป็นผล จึงได้เดินออกจากห้องประชุม เช่นกัน ทำให้ไม่ครบองค์ประชุม และล่มซ้ำอีกรอบ
ด้านพลอากาศโท ธนพันธุ์ เปิดเผยว่า ขอยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับกรรมการ กสทช. ที่เหลืออยู่ 6 ท่าน ตามที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุม กสทช. กับบุคคลที่กฎหมายถือว่าสละสิทธิจึงไม่มีสถานะเป็นกรรมการ กสทช.ตั้งแต่ต้น
การที่สำนักงาน กสทช. กล่าวอ้างถึงพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นั้น เป็นการกระทำที่มิบังควร ดังนั้น ตราบใดที่ประเด็นสถานะหรือผลทางกฎหมายแห่งคำวินิจฉัยดังกล่าวยังมีผลผูกพันโดยยังมิได้มีข้อยุติเป็นอย่างอื่น จึงไม่อาจเข้าร่วมประชุม กสทช.ที่มีบุคคลซึ่งกฎหมายถือว่าไม่มีสถานะทำหน้าที่ได้
ทั้งนี้ หาใช่การละทิ้งหรือหลีกเลี่ยงการปฏิบัติหน้าที่แต่ประการใดไม่ หากแต่เป็นการใช้ความระมัดระวังตามหน้าที่ เพื่อมิให้การประชุมและมติของ กสทช. ต้องตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์สาธารณะเป็นอย่างยิ่ง
หาก นพ.สรณ ยืนยันที่จะจัดประชุมฯ โดยรู้ว่าตนเองเป็นผู้ถูกสละสิทธิตามกฎหมายแล้วเป็นเหตุให้กรรมการ กสทช.ที่เหลืออยู่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ น่าจะเป็นความผิดฐานร่วมกันขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา 138 และ 83 และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 ได้
ขณะที่แหล่งข่าวจากกสทช.เปิดเผยว่า วาระของไทยคม 4 ยังไม่เร่งด่วน เนื่องจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้อนุญาตให้ไทยคม 4 ใช้งานไปต่อถึง 10 ก.ย. 2569 จากเดิมที่หมดอายุการใช้งานกับ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT วันที่ 31 ก.ค. 2569
ดังนั้น จึงยังไม่จำเป็นต้องนำวาระเร่งด่วนเข้ากสทช. เพราะหลังจากวันที่ 10 ก.ย. 2569 ไทยคม NT และ กระทรวงดีอี จะหารือกันอีกครั้งว่าจะสามารถขยายไปถึง 31 ธ.ค. 2569 ได้อีกหรือไม่ ถ้าได้ เรื่องก็จบ ถ้าไม่ได้ค่อยนำเรื่องเข้ากสทช.







