posttoday
AI พลิกพัฒนาเมือง! "โคราชโมเดล" ต้นแบบ Smart City ขับเคลื่อนท้องถิ่น

AI พลิกพัฒนาเมือง! "โคราชโมเดล" ต้นแบบ Smart City ขับเคลื่อนท้องถิ่น

31 กรกฎาคม 2569

โคราชเดินหน้าพัฒนาเมืองด้วย AI และ Big Data เชื่อม 8 แพลตฟอร์มดิจิทัล ยกระดับบริการประชาชน เพิ่มความโปร่งใส และใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการตัดสินใจ สู่ต้นแบบ Smart City ของภาคอีสาน

KEY

POINTS

  • ใช้ AI และ Big Data ผ่าน 8 แพลตฟอร์มดิจิทัล ยกระดับการบริหารเมืองด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์
  • เชื่อมบริการภาครัฐ ลดขั้นตอนราชการ เพิ่มความสะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้
  • วาง "โคราชโมเดล" เป็นต้นแบบการพัฒนา Smart City เพื่อขยายผลสู่ท้องถิ่นทั่วประเทศ
     

การพัฒนาเมืองอัจฉริยะในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างระบบบริหารจัดการที่ใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง 

เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
 

AI พลิกพัฒนาเมือง! "โคราชโมเดล" ต้นแบบ Smart City ขับเคลื่อนท้องถิ่น

ท่ามกลางความท้าทายของการบริหารเมืองที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการสาธารณะ และการจัดสรรทรัพยากร

 

เทศบาลนครนครราชสีมาเดินหน้าพัฒนา "โคราชโมเดล" (Korat Model) ร่วมกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับการบริหารเมืองด้วยเทคโนโลยี AI และ Big Data ผ่านการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มดิจิทัลจำนวน 8 ระบบ

 

แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารเมืองในรูปแบบ Data-Driven City หรือเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งช่วยให้การวางนโยบาย การตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มีความแม่นยำมากขึ้น พร้อมติดตามสถานการณ์ของเมืองได้แบบเรียลไทม์

 

วีรวัฒน์ รัตนวราหะ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบดร็อค อนาไลติกส์ จำกัด กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนา Smart City ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการสร้างฐานข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อมโยงกันทั้งเมือง เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถคาดการณ์ วางแผน และตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ภายใต้โครงการดังกล่าว มีการพัฒนาโครงสร้างการบริหารเมืองผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ Smart Living, Smart Service และ Smart Governance ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดการข้อมูล การให้บริการประชาชน และการบริหารราชการที่มีความโปร่งใส

 

ยกระดับการตัดสินใจด้วยข้อมูลเมือง

 

มิติแรกคือ Smart Living ที่มุ่งสร้างฐานข้อมูลเมืองแบบบูรณาการ ผ่านแพลตฟอร์ม City Data Digital Platform (CDDP) และระบบบริหารจัดการทรัพย์สินอัจฉริยะ (Smart Asset Management) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินของเทศบาลไว้ในระบบเดียว

 

เมื่อข้อมูลได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ภาพรวมของเมือง วางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

AI พลิกพัฒนาเมือง! "โคราชโมเดล" ต้นแบบ Smart City ขับเคลื่อนท้องถิ่น

จัดลำดับความสำคัญของโครงการ และบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน
 

เปลี่ยนบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล

 

อีกหนึ่งแกนสำคัญคือ Smart Service ซึ่งมุ่งลดข้อจำกัดของการติดต่อราชการแบบเดิม ผ่านระบบบริการประชาชนแบบรวมศูนย์ (Citizen One Stop Service) และระบบบริหารจัดการสาธารณูปโภคอัจฉริยะ (Smart Utilities)

 

ประชาชนสามารถแจ้งปัญหา ยื่นคำร้อง ตรวจสอบสิทธิ ติดตามสถานะ หรือชำระค่าธรรมเนียมผ่านเว็บไซต์และ LINE OA ได้ตลอดเวลา

 

ขณะที่ระบบจะส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงผลการดำเนินงานผ่านแดชบอร์ด ทำให้ผู้บริหารสามารถติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

แนวทางดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาการให้บริการ ลดภาระงานเอกสาร และยกระดับประสบการณ์ของประชาชนในการเข้าถึงบริการภาครัฐ

 

เพิ่มความโปร่งใส ลดขั้นตอนราชการ

 

ด้าน Smart Governance มีการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กร ผ่านระบบภาษีอัจฉริยะ (Smart TAX) ระบบขออนุญาตและควบคุมอาคารอัจฉริยะ (Smart Building Permit)

 

ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) และระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (E-HR)

 

การเชื่อมโยงระบบเหล่านี้ช่วยลดการใช้เอกสารกระดาษ ลดขั้นตอนการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ และลดความเสี่ยงด้านการทุจริต ด้วยกระบวนการที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ในทุกขั้นตอน

 

วีรวัฒน์ กล่าวว่า เทคโนโลยี AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่บุคลากรภาครัฐ แต่เข้ามาช่วยลดภาระงานเอกสารและงานประจำที่ต้องทำซ้ำ

 

ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้เวลาไปกับการลงพื้นที่ รับฟังปัญหา และให้บริการประชาชนเชิงรุกได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระยะยาว

 

ต้นแบบพัฒนาเมืองอัจฉริยะสู่ท้องถิ่นไทย

 

โครงการ "โคราชโมเดล" สะท้อนแนวโน้มการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือสนับสนุนการบริหารภาครัฐ มากกว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนของเมืองเข้าด้วยกัน

 

หากโมเดลดังกล่าวสามารถขยายผลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ได้ ก็จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารเมือง ลดข้อจำกัดของระบบราชการ เพิ่มความโปร่งใสในการทำงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมผลักดันการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลในอนาคต
 

ข่าวล่าสุด

สนพ. รับฟังความคิดเห็นร่างผลศึกษาน้ำมัน SAF มุ่งวางรากฐานขับเคลื่อนพลังงานสะอาด

สนพ. รับฟังความคิดเห็นร่างผลศึกษาน้ำมัน SAF มุ่งวางรากฐานขับเคลื่อนพลังงานสะอาด