
AI พลิกพัฒนาเมือง! "โคราชโมเดล" ต้นแบบ Smart City ขับเคลื่อนท้องถิ่น
โคราชเดินหน้าพัฒนาเมืองด้วย AI และ Big Data เชื่อม 8 แพลตฟอร์มดิจิทัล ยกระดับบริการประชาชน เพิ่มความโปร่งใส และใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการตัดสินใจ สู่ต้นแบบ Smart City ของภาคอีสาน
KEY
POINTS
- ใช้ AI และ Big Data ผ่าน 8 แพลตฟอร์มดิจิทัล ยกระดับการบริหารเมืองด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์
- เชื่อมบริการภาครัฐ ลดขั้นตอนราชการ เพิ่มความสะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้
- วาง "โคราชโมเดล" เป็นต้นแบบการพัฒนา Smart City เพื่อขยายผลสู่ท้องถิ่นทั่วประเทศ
การพัฒนาเมืองอัจฉริยะในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่คือการสร้างระบบบริหารจัดการที่ใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลาง
เพื่อให้หน่วยงานท้องถิ่นสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ท่ามกลางความท้าทายของการบริหารเมืองที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการสาธารณะ และการจัดสรรทรัพยากร
เทศบาลนครนครราชสีมาเดินหน้าพัฒนา "โคราชโมเดล" (Korat Model) ร่วมกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับการบริหารเมืองด้วยเทคโนโลยี AI และ Big Data ผ่านการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มดิจิทัลจำนวน 8 ระบบ
แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารเมืองในรูปแบบ Data-Driven City หรือเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งช่วยให้การวางนโยบาย การตัดสินใจ และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มีความแม่นยำมากขึ้น พร้อมติดตามสถานการณ์ของเมืองได้แบบเรียลไทม์
วีรวัฒน์ รัตนวราหะ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบดร็อค อนาไลติกส์ จำกัด กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนา Smart City ไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการสร้างฐานข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อมโยงกันทั้งเมือง เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถคาดการณ์ วางแผน และตัดสินใจเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ภายใต้โครงการดังกล่าว มีการพัฒนาโครงสร้างการบริหารเมืองผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ Smart Living, Smart Service และ Smart Governance ซึ่งครอบคลุมทั้งการจัดการข้อมูล การให้บริการประชาชน และการบริหารราชการที่มีความโปร่งใส
ยกระดับการตัดสินใจด้วยข้อมูลเมือง
มิติแรกคือ Smart Living ที่มุ่งสร้างฐานข้อมูลเมืองแบบบูรณาการ ผ่านแพลตฟอร์ม City Data Digital Platform (CDDP) และระบบบริหารจัดการทรัพย์สินอัจฉริยะ (Smart Asset Management) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินของเทศบาลไว้ในระบบเดียว
เมื่อข้อมูลได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ภาพรวมของเมือง วางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
จัดลำดับความสำคัญของโครงการ และบริหารงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน
เปลี่ยนบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล
อีกหนึ่งแกนสำคัญคือ Smart Service ซึ่งมุ่งลดข้อจำกัดของการติดต่อราชการแบบเดิม ผ่านระบบบริการประชาชนแบบรวมศูนย์ (Citizen One Stop Service) และระบบบริหารจัดการสาธารณูปโภคอัจฉริยะ (Smart Utilities)
ประชาชนสามารถแจ้งปัญหา ยื่นคำร้อง ตรวจสอบสิทธิ ติดตามสถานะ หรือชำระค่าธรรมเนียมผ่านเว็บไซต์และ LINE OA ได้ตลอดเวลา
ขณะที่ระบบจะส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงผลการดำเนินงานผ่านแดชบอร์ด ทำให้ผู้บริหารสามารถติดตามและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางดังกล่าวช่วยลดระยะเวลาการให้บริการ ลดภาระงานเอกสาร และยกระดับประสบการณ์ของประชาชนในการเข้าถึงบริการภาครัฐ
เพิ่มความโปร่งใส ลดขั้นตอนราชการ
ด้าน Smart Governance มีการนำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในองค์กร ผ่านระบบภาษีอัจฉริยะ (Smart TAX) ระบบขออนุญาตและควบคุมอาคารอัจฉริยะ (Smart Building Permit)
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) และระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (E-HR)
การเชื่อมโยงระบบเหล่านี้ช่วยลดการใช้เอกสารกระดาษ ลดขั้นตอนการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ และลดความเสี่ยงด้านการทุจริต ด้วยกระบวนการที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ในทุกขั้นตอน
วีรวัฒน์ กล่าวว่า เทคโนโลยี AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่บุคลากรภาครัฐ แต่เข้ามาช่วยลดภาระงานเอกสารและงานประจำที่ต้องทำซ้ำ
ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถใช้เวลาไปกับการลงพื้นที่ รับฟังปัญหา และให้บริการประชาชนเชิงรุกได้มากขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระยะยาว
ต้นแบบพัฒนาเมืองอัจฉริยะสู่ท้องถิ่นไทย
โครงการ "โคราชโมเดล" สะท้อนแนวโน้มการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์เป็นเครื่องมือสนับสนุนการบริหารภาครัฐ มากกว่าการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว โดยเป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนของเมืองเข้าด้วยกัน
หากโมเดลดังกล่าวสามารถขยายผลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ได้ ก็จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารเมือง ลดข้อจำกัดของระบบราชการ เพิ่มความโปร่งใสในการทำงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมผลักดันการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลในอนาคต







