posttoday
ฟิลิปปินส์แชมป์นำเข้าแผงโซลาร์เซลล์เบอร์หนึ่งของโลก รับมือวิกฤตค่าไฟแพงหูฉี่

ฟิลิปปินส์แชมป์นำเข้าแผงโซลาร์เซลล์เบอร์หนึ่งของโลก รับมือวิกฤตค่าไฟแพงหูฉี่

29 มิถุนายน 2569

ชาวฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับวิกฤตค่าไฟที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนต้องเร่งหาทางออกด้วยการแห่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์กันอย่างคึกคัก ปรากฏการณ์นี้ดันให้ฟิลิปปินส์ก้าวขึ้นเป็นตลาดที่ทุ่มงบนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์สูงที่สุดในโลก

ประชาชนในฟิลิปปินส์กำลังเดินหน้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ บนหลังคาบ้าน (โซลาร์รูฟท็อป) อย่างคึกคัก เพื่อหนีภาระค่าไฟแพงหูฉี่ ปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ฟิลิปปินส์ก้าวขึ้นเป็นประเทศที่ใช้เม็ดเงินสั่งซื้อแผงโซลาร์เซลล์มากที่สุดในโลก นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้น

 

วิกฤตค่าไฟ ไร้รัฐเหลียวแล

 

Meralco ผู้จัดจำหน่ายไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ ประกาศปรับขึ้นค่าไฟถึง 10% นับตั้งแต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถานการณ์ปัจจุบันบีบให้ครัวเรือนระดับชนชั้นกลางต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าไฟสูงถึง 12% ของรายได้ต่อเดือน

 

(คำนวณจากฐานการใช้ไฟฟ้า 200 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งเป็นอัตราเฉลี่ยต่อเดือนสำหรับครอบครัวขนาด 3 คน)

 

เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่รัฐบาลแทบไม่มีนโยบายอุดหนุนราคาพลังงาน ปัจจัยนี้ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนพุ่งสูงที่สุดในภูมิภาค โดยมีเพียงสิงคโปร์เท่านั้นที่มีค่าไฟใกล้เคียงกัน ทว่าประชาชนชาวสิงคโปร์กลับมีกำลังซื้อเฉลี่ยสูงกว่าชาวฟิลิปปินส์ถึงเกือบ 13 เท่า

 

ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ค่าเงินเปโซที่อ่อนค่ายิ่งเข้ามาซ้ำเติมให้ปัญหาทวีความรุนแรง เนื่องจากฟิลิปปินส์ต้องพึ่งพาการนำเข้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ปัจจัยมหภาคเหล่านี้ไม่เพียงดันอัตราเงินเฟ้อให้พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี แต่ยังฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย

 

ฟิลิปปินส์แชมป์นำเข้าแผงโซลาร์เซลล์เบอร์หนึ่งของโลก รับมือวิกฤตค่าไฟแพงหูฉี่

 

กระแสติดตั้งโซลาร์เซลล์ ทางออกที่คืนทุนรวดเร็ว

 

ความตื่นตัวของประชาชนฟิลิปปินส์ดันยอดนำเข้าแผงโซลาร์เซลล์ในช่วง 3 เดือน (นับถึงเดือนพฤษภาคม) พุ่งแตะระดับ 407 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 145% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ข้อมูลนี้อ้างอิงจากศุลกากรของจีนซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ของโลก

 

แม้ภาพรวมยอดส่งออกอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ของจีนจะลดลง 13% ในเดือนพฤษภาคมอันเป็นผลจากการยกเลิกมาตรการคืนภาษี แต่ยอดส่งออกที่ส่งตรงไปยังฟิลิปปินส์กลับเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบหนึ่งในสาม

 

(ในทางสถิติ เนเธอร์แลนด์อาจมีตัวเลขนำเข้าที่ใหญ่กว่า แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเนเธอร์แลนด์ทำหน้าที่เป็นเพียงศูนย์กลางการถ่ายลำเรือเพื่อส่งต่อสินค้าเท่านั้น)

 

โยเชน สเตาด์เตอร์ หุ้นส่วนผู้จัดการของ Philergy German Solar บริษัทรับเหมาระบบโซลาร์ในกรุงมะนิลา เปิดเผยว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ลูกค้าติดต่อสอบถามเข้ามาเพิ่มขึ้นกว่า 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยในช่วงที่มีความต้องการพุ่งสูงสุด บริษัทต้องจัดทีมงานรับสายและตอบคำถามลูกค้าถึงวันละ 3,000 ราย

 

"ลูกค้าตัดสินใจควักเงินซื้อเร็วกว่าแต่ก่อนมาก และดีมานด์ยังคงขับเคลื่อนตลาดต่อไปตราบใดที่ค่าไฟยังคงแพงอยู่" สเตาด์เตอร์ระบุ

 

อัลนี เดโมรัล นักวิเคราะห์จาก Ember ประเมินว่าภายใน 2 ปีข้างหน้า กำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภาคครัวเรือนอาจเติบโตเกือบ 3 เท่าตัว แตะระดับ 3,500 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งเทียบเท่ากับกำลังการผลิตของโซลาร์ฟาร์มระดับสาธารณูปโภคทั้งหมดที่มีอยู่ในฟิลิปปินส์ขณะนี้

 

ปัจจัยสำคัญที่จูงใจประชาชนคือระยะเวลาคืนทุนที่สั้นลงเหลือเพียง 3.1 ปี จากเดิม 4 ปี อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากภาครัฐชี้ว่า ปัจจุบันพลังงานทางเลือกประเภทนี้ยังมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 4 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ

 

ฟิลิปปินส์แชมป์นำเข้าแผงโซลาร์เซลล์เบอร์หนึ่งของโลก รับมือวิกฤตค่าไฟแพงหูฉี่

แม้ประชาชนจะพยายามหาทางออกเพื่อรับมือกับค่าไฟที่แพงขึ้น แต่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานกลับไม่ง่ายนัก เบรนดา วาเลริโอ ผู้อำนวยการ New Energy Nexus ประจำฟิลิปปินส์ ระบุว่า ผู้รับเหมาหลายแห่งยังทำงานล่าช้าและตอบสนองความต้องการได้ไม่ทัน เนื่องจากตลาดกำลังประสบปัญหาการกักตุนอุปกรณ์ ต้นทุนผันผวน และขาดมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพที่ชัดเจน

 

นอกจากนี้ อุปสรรคใหญ่ที่สุดคือต้นทุนเริ่มต้น แม้รัฐบาลจะมีโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 5 วงเงินสูงสุด 500,000 เปโซ แต่นโยบายดังกล่าวกลับไม่ครอบคลุมพนักงานบริษัทเอกชน ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระยะแรกยังคงสูงมาก และมักจะสูงกว่ารายได้เฉลี่ยต่อปีของครัวเรือนฟิลิปปินส์ซึ่งอยู่ที่ 353,200 เปโซ

 

“แม้ตลาดโซลาร์เซลล์จะมีศักยภาพเติบโตได้จริง แต่ต้นทุนเริ่มต้นก็ยังคงสูงเกินเอื้อมสำหรับครัวเรือนหรือธุรกิจทั่วไป ไม่ว่าระยะเวลาคืนทุนจะรวดเร็วเพียงใดก็ตาม” เดโมรัลกล่าวทิ้งท้าย

 

ท้ายที่สุดแล้ว การติดตั้งโซลาร์เซลล์ยังคงเป็นทางออกที่ชาวฟิลิปปินส์เลือกใช้เพื่อสู้วิกฤตราคาพลังงาน ทว่าความพร้อมของนโยบายสนับสนุนและประสิทธิภาพของระบบห่วงโซ่อุปทาน จะเป็นปัจจัยชี้วัดสำคัญว่าการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกระดับชั้นเข้าถึงได้อย่างแท้จริงหรือไม่
 

ข่าวล่าสุด

Instagram จ่อเพิ่มลูกเล่น ปรับอัลกอริทึมได้ตามใจ เปิดทางผู้ใช้คุมหน้าฟีด

Instagram จ่อเพิ่มลูกเล่น ปรับอัลกอริทึมได้ตามใจ เปิดทางผู้ใช้คุมหน้าฟีด