
CEA ปั้น FESTIVAL CREATOR 2026 ดันเทศกาลท้องถิ่นสู่สากล
CEA เดินหน้า FESTIVAL CREATOR 2026 ปีที่ 2 หนุน 6 ทีม 5 จังหวัด พัฒนาเทศกาลสร้างสรรค์ ยกระดับเมืองและเศรษฐกิจท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากล
โครงการ FESTIVAL CREATOR 2026 โดย Creative Economy Agency (CEA) เดินหน้าต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อพัฒนาผู้ขับเคลื่อนเทศกาลสร้างสรรค์ท้องถิ่น หรือ Festival Creators ให้สามารถยกระดับเทศกาลที่มีอัตลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ สร้างการจดจำให้กับเมือง และผลักดันอุตสาหกรรมเฟสติวัลไทยสู่มาตรฐานสากล โดยมีทุนสนับสนุนรวมกว่า 9 ล้านบาท สำหรับ 6 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกจาก 5 จังหวัดทั่วประเทศ
โครงการมุ่งใช้ “พลังวัฒนธรรม” เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่านการเชื่อมโยง “สินทรัพย์ทางวัฒนธรรม คน และเมือง” เพื่อสร้างเทศกาลที่ต่อยอดจากอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทำให้เมืองมีความ “น่าอยู่ น่าลงทุน และน่าท่องเที่ยว” มากยิ่งขึ้น พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
FESTIVAL CREATOR 2026 ครอบคลุมกระบวนการพัฒนาเทศกาลอย่างเป็นระบบ
ตั้งแต่การเสริมองค์ความรู้ การทดลองต้นแบบกิจกรรมจริง ไปจนถึงการลงพื้นที่ศึกษาและแลกเปลี่ยนเครือข่ายกับต้นแบบเทศกาลในประเทศ โดยในปีนี้มี 6 ทีมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ FESTIVAL CAMP แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่ม Art & Design ประกอบด้วย Patani Artspace จังหวัดปัตตานี, Singorama Art Fest จังหวัดสงขลา และ Everywhere Gallery จังหวัดเชียงราย กลุ่ม Creative Industry ได้แก่ หอการค้าจังหวัดตาก และไทบ้าน สตูดิโอ จังหวัดศรีสะเกษ ส่วนกลุ่ม City Development คือ The City Connext จังหวัดสงขลา
ทั้ง 6 ทีมจะได้พัฒนาแนวคิดร่วมกับวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญในฐานะ Mentor ก่อนนำแนวคิดไปต่อยอดสู่การจัดเทศกาลจริงในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2569
ภายในโครงการยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เริ่มจากหัวข้อ Festival Placemaking โดย ดร.พีรียา บุญชัยพฤกษ์ จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่มองว่า “เทศกาลคือเครื่องมือสร้างชีวิตให้เมือง” ผ่านการสร้างความหมายใหม่ให้พื้นที่ และใช้เมืองเป็นพื้นที่ทดลองสำหรับสร้างกิจกรรมที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน พร้อมเสนอแนวคิด Power of 10+ ซึ่งเน้นการสร้างจุดหมาย กิจกรรม และพื้นที่ย่อยที่ช่วยปลุกพลังเมืองให้มีชีวิตชีวา ขณะเดียวกัน ผู้จัดเทศกาลจำเป็นต้องตระหนักถึงทั้งผลเชิงบวกในการฟื้นเมือง และผลกระทบด้านลบที่อาจทำให้พื้นที่สูญเสียความเป็นสาธารณะ จึงต้องรักษาสมดุลระหว่างการพัฒนาและอัตลักษณ์ดั้งเดิมของพื้นที่
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาชุมชนเชิงสร้างสรรค์ ได้นำเสนอแนวคิด Co-creation & Partnership โดยเน้นความสำคัญของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาเทศกาล ผ่านการสร้างความสัมพันธ์ เปิดพื้นที่ให้ผู้คนเห็นคุณค่าของทุนวัฒนธรรมเดิม และใช้กิจกรรมสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือในการค้นหา “สินทรัพย์ของชุมชน” เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาในระยะยาว พร้อมเสนอว่าพื้นที่ที่ยังไม่มีองค์กรชุมชนควรเริ่มต้นจากกลุ่มเล็กที่พร้อมขับเคลื่อน และใช้เทคโนโลยีหรือกิจกรรมสร้างสรรค์เข้ามาเสริมศักยภาพเดิมของพื้นที่แทนการทำซ้ำสิ่งที่ชุมชนเชี่ยวชาญอยู่แล้ว
ในหัวข้อ The Art of Storytelling, from Product to City ศักดิ์สิทธิ์ ภัทรประกฤต จาก Wisdomative กล่าวถึงบทบาทของเทศกาลในฐานะ “พื้นที่ทดลองทางสังคม” ที่ช่วยทำให้ภูมิปัญญา ชุมชน และพื้นที่ได้รับการมองเห็นผ่านกระบวนการสร้างความหมาย โดยใช้ Storytelling เป็นเครื่องมือสำคัญในการออกแบบประสบการณ์และอารมณ์ของผู้เข้าร่วมเทศกาล ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อสร้างความจดจำและส่งต่อคุณค่าของพื้นที่สู่สังคมอย่างมีพลัง
ขณะที่ กฤติยา กาวีวงศ์ ผู้อำนวยการหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน ได้บรรยายในหัวข้อ Contemporary Re-interpretation for Art and Design Festival in Thai Context ถึงพัฒนาการของเทศกาลจากอดีตสู่ปัจจุบัน โดยชี้ให้เห็นว่าเทศกาลยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมตามประเพณี แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญด้านเศรษฐกิจและการสร้างภาพลักษณ์เมือง หรือ City Branding พร้อมอธิบายความแตกต่างระหว่าง “เทศกาลทั่วไป” ที่เน้นชุมชนและประเพณี กับ “เทศกาลศิลปะ” ที่ให้ความสำคัญกับการคัดสรรและการตีความเชิงสร้างสรรค์ รวมถึงแนวโน้มของเทศกาลรูปแบบ Hybrid Model ที่ผสมผสานทั้งสองรูปแบบเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น Design Week ของ CEA ซึ่งเชื่อมโยงศิลปะ ชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์เข้าไว้ด้วยกันอย่างมีชีวิตชีวา
หลังจากนี้ ทั้ง 6 ทีมจะเข้าสู่กระบวนการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การจัดเทศกาลจริงในช่วงกลางปี 2569 โดย CEA ตั้งเป้าใช้เทศกาลเป็นเครื่องมือสำคัญในการสะท้อนอัตลักษณ์ใหม่ของเมือง สร้างงาน สร้างรายได้ และผลักดันอุตสาหกรรมเฟสติวัลไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล







