
ทองคำพักฐาน แต่ยังไม่จบรอบ! GCAP GOLD ลุ้นทองไทยแตะ 1 แสนบาท หากโลกมีแรงกระแทกใหม่
ทีมวิเคราะห์ GCAP GOLD ชี้ราคาทองไทยพักฐานในกรอบ 60,000–75,000 บาท จังหวะย่อซื้อสะสม ลุ้นเป้าหมายถัดไป 81,000 บาท ย้ำชัดหากสงครามแห่งใหม่จุดติด บวกเงินบาทอ่อนค่า ถือเป็นแรงส่ง “ทองไทยแสนบาท”
KEY
POINTS
- ทีมวิเคราะห์ GCAP GOLD ชี้ราคาทองไทยพักฐานในกรอบ 60,000–75,000 บาท
- จังหวะย่อซื้อสะสม ลุ้นเป้าหมายถัดไป 81,000 บาท
- ย้ำชัดหากสงครามแห่งใหม่จุดติด บวกเงินบาทอ่อนค่า ถือเป็นแรงส่ง “ทองไทยแสนบาท”
จากทองคำ 20,000 บาท สู่วันที่คนไทยยืนมองหน้าร้านทองด้วยความรู้สึกว่า ซื้อตอนนี้ดีหรือไม่ ? ด้วยราคาทองที่พุ่งแรงจนแตะระดับ 60,000–70,000 บาท ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลขที่สูงขึ้น แต่มันกำลังสะท้อนโลกที่ปั่นป่วนมากขึ้นทุกวัน...สงคราม เงินเฟ้อ น้ำมัน และการเมืองมหาอำนาจ
คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่..ทองยังซื้อได้ไหม ? แต่คือ..ราคาที่ร่วงลงมารอบนี้จะพุ่งขึ้นรอบใหม่ใช่หรือไม่ ? หรือนี่คือป้ายสุดท้ายก่อนลงแรง ?
และโอกาสเห็น "ทองคำ 1 แสนบาท" ใกล้แค่เอื้อม หรือเพียงเพ้อฝันเท่านั้น
นายชัยวัฒน์ สามัคคีนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีแคป จํากัด (GCAP GOLD) ผู้ค้าทองคำในไทย เปิดมุมมองต่อภาพรวมการลงทุนในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันว่า ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติเคลื่อนไหวสวนทางกับสินทรัพย์ประเภทอื่น
โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น การมีทองคำในพอร์ตการลงทุนจึงช่วยลดความผันผวนโดยรวมได้ และถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ขาดไม่ได้เมื่อพูดถึงการกระจายความเสี่ยง
สำหรับผู้เริ่มต้น ทองคำมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งสภาพคล่องสูง และมีประวัติผลตอบแทนระยะยาวที่น่าประทับใจ เป็นที่คุ้นเคยในวงกว้างสำหรับคนไทย รวมถึงสามารถเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียงหลักร้อยบาท
แม้ราคาทองจะปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากระดับ 20,000 บาท สู่ 40,000–60,000 บาท และมักมีคำถามว่า "ยังซื้อได้อยู่ไหม" ก็ยังคงเกิดขึ้นในทุกระดับราคา จากประวัติศาสตร์ของทองคำการลงทุนในระยะยาวถึงแม้ว่าจะอยู่ในระดับราคาปัจจุบันก็ยังคงมีเหตุผลรองรับ
“GCAP GOLD มีแอปพลิเคชัน ME GOLD by GCAP GOLD ที่เริ่มต้นออมทองได้ตั้งแต่ 100 บาท และสามารถถอนทองคำจริงได้ สำหรับผู้ที่ไม่เคยลงทุนมาก่อน แนะนำให้เริ่มจากจำนวนเล็กน้อย เช่น เทียบเท่าค่าอาหารนอกบ้านเพียง 1 มื้อ”นายชัยวัฒน์ กล่าว
GCAP GOLD มองว่าทองคำยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นในระยะยาว โดยมีการสะสมของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ขณะที่ในระยะสั้นยังมีแรงกดดันจากการคาดการณ์ อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ อยู่บ้าง
จังหวะย่อน่าซื้อสะสม
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้าทีมวิเคราะห์ GCAP GOLD กล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำไทยปีนี้อยู่ในช่วงของการพักฐาน หลังจากปรับตัวขึ้นมารุนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันราคาทองคำย่อตัวลงมาแตะที่ 69,000 -70,000 บาท หากไม่หลุดีะดับราคา 60,000 บาท คาดว่าจะแกว่งตัวออกด้านข้าง(ไซด์เวย์)ในกรอบ 60,000 - 75,000 บาท จากนั้นจะเริ่มสร้างฐานราคาก่อนปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
โดยมีปัจจัยหนุนจากภาวะสงคราม บวกกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเช่นกันจึงเป็นปัจจัยบวกและลบสำหรับราคาทองคำ แต่หากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านมีความชัดเจนมากขึ้นและตกลงกันได้มองทิศทางทองคำน่าจะมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี หากราคาทองคำลดลงมาที่ระดับ 50,000-60,000 บาทถือเป็นแนวรับน่าซื้อสะสม
เมื่อผู้สื่อข่าว "โพสต์ทูเดย์" ถามว่า ราคาทองคำมีโอกาสพุ่งไปแตะระดับ 100,000 บาทได้หรือไม่ ?
นางสาวอารีรัตน์ มองว่าสัญญาณทางเทคนิคยังมีโอกาสได้เห็น เนื่องด้วยค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนตัวต่อเนื่อง แต่อาจจะไม่ใช่ในเร็ววันนี้ เพราะในช่วงแรกราคาทองคำต้องยืนเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นเงินไทยมูลค่า 75,000 - 78,000 บาทให้ได้ก่อน
จากนั้นหากราคาทองคำสามารถกลับไปยืนเหนือระดับ 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยที่ 81,000 บาท
และหากราคาทองคำขึ้นทำราคาสูงสุดใหม่แถว 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ บวกกับค่าเงินบาทอ่อนตัวขึ้นไปแถว 33 บาทต่อดอลลาร์ คาดราคาทองคำไทยน่าจะแตะระดับ 100,000 บาท
โดยเฉพาะหากมีแรงส่งใหม่ๆจากสงคราม เช่น เกิดสงครามไต้หวันกับจีนหรือจุดอื่นๆเข้ามาเพิ่มจะส่งผลให้ราคาทองคำวิ่งได้เร็วเหมือนกับช่วงมีสงครามรัสเซียและยูเครนได้.







