
ไทย-ฝรั่งเศส เตรียมเซ็นแผนปฏิบัติการร่วม ดันพลังงานสะอาด
รัฐบาลยกระดับความร่วมมือไทยฝรั่งเศส เตรียมส่งผู้แทนลงนามร่างแผนปฏิบัติการร่วมฯ ปี 2569-2571 เน้นผลักดันพลังงานสะอาด ซอฟต์พาวเวอร์ไทย และปูทางเศรษฐกิจระยะยาว
KEY
POINTS
- รัฐบาลไทยและฝรั่งเศสเตรียมลงนามร่างแผนปฏิบัติการร่วมฯ ปี ค.ศ. 2026-2028 (พ.ศ. 2569-2571) ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงปารีส เพื่อขับเคลื่อนงานในระยะ 3 ปี
- มุ่งยกระดับความสัมพันธ์สู่ "หุ้นส่วนยุทธศาสตร์" โดยเน้นเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไร้คาร์บอน และผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ (แฟชั่น, ภาพยนตร์, อาหาร)
- ครอบคลุมด้านการเมืองและความมั่นคงระดับโลก, กลาโหม, เศรษฐกิจระยะยาว, และการวิจัยพร้อมแลกเปลี่ยนระดับประชาชน
วันนี้ (20 พ.ค. 69) รัฐบาลไทยประกาศเดินหน้ายกระดับ ความร่วมมือไทยฝรั่งเศส อย่างเป็นทางการ โดยนางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า
ผู้แทนจากไทยและฝรั่งเศสเตรียมลงนามในร่าง แผนปฏิบัติการร่วมไทยฝรั่งเศส (ปี ค.ศ. 2026-2028 / พ.ศ. 2569-2571) ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อใช้เป็นกรอบขับเคลื่อนการดำเนินงานระหว่างสองประเทศในระยะ 3 ปีข้างหน้า
เป้าหมายหลักของ ความร่วมมือไทยฝรั่งเศส ในระยะ 3 ปี
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า ร่างแผนปฏิบัติการฉบับใหม่นี้ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดความร่วมมือในหลายมิติ โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายสูงสุดเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันให้ก้าวขึ้นเป็น หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังเพิ่มน้ำหนักในประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับทิศทางโลก โดยเฉพาะการสนับสนุนพลังงานสะอาด ผ่านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานไร้คาร์บอน (Decarbonized Energy) ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพื่อผลักดัน ซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีสากล โดยเน้นเจาะกลุ่มสาขาแฟชั่น ภาพยนตร์ และอาหาร
4 กรอบการทำงานภายใต้ แผนปฏิบัติการร่วมไทยฝรั่งเศส
สำหรับกรอบการทำงานหลักที่ระบุใน แผนปฏิบัติการร่วมไทยฝรั่งเศส ฉบับนี้ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
- ด้านการเมืองและความมั่นคง: การเสริมสร้างการหารือเชิงการเมือง ความมั่นคง และการร่วมจัดการประเด็นระดับโลก
- ด้านกลาโหม: การยกระดับความร่วมมือทางการทหารและการป้องกันประเทศ
- ด้านเศรษฐกิจ: การเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งขึ้น ผ่านการพัฒนาความร่วมมือในระยะยาว
- ด้านงานวิจัยและประชาชน: ความร่วมมือด้านการวิจัย และการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน
การเตรียมลงนามในสัปดาห์หน้า นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนา ความร่วมมือไทยฝรั่งเศส อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ และต่อยอดความสำเร็จทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี พลังงานสะอาด และการพัฒนาศักยภาพของประชาชน เพื่อสร้างความร่วมมือระยะยาวที่แข็งแกร่งระหว่างสองประเทศต่อไป







