
WHAUP จี้รัฐปลดล็อกไฟฟ้าสีเขียว รับ Data Center พุ่ง 16 เท่า ก่อนวืด FDI
WHAUP ชี้กลุ่ม Data Center ใช้ไฟ-น้ำพุ่ง 16 เท่า เตือนรัฐเร่งปลดล็อกเสรีสายส่งไฟฟ้าและเคาะราคาไฟสีเขียวที่แข่งขันได้ เพื่อรักษาขีดความสามารถการแข่งขันและดึงดูด FDI
KEY
POINTS
- ความต้องการไฟฟ้าสีเขียวที่มีเสถียรภาพสูงจากกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมใหม่เพิ่มขึ้นถึง 16 เท่า ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายด้านพลังงานของประเทศ
- เสนอให้ภาครัฐเร่งปลดล็อกกฎระเบียบที่จำกัดการส่งไฟฟ้าสะอาดข้ามพื้นที่ (Third Party Access) เพื่อให้สามารถจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการ
- ราคาไฟฟ้าสีเขียวที่แข่งขันได้เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ (FDI) ซึ่งหากราคาสูงเกินไปอาจทำให้ไทยเสียโอกาสในการลงทุน
นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ได้เปิดมุมมองสำคัญในงานสัมมนา “THE BIG ISSUE ENERGY CRISIS NEW SOLUTIONS : ทางออกวิกฤตพลังงานอย่างยั่งยืน” ซึ่งจัดโดยฐานเศรษฐกิจ โดยระบุว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับโจทย์ท้าทายด้านพลังงานครั้งใหญ่จากการขยายตัวของกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง
นายอัครินทร์เปิดเผยว่า ในปัจจุบันกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) และอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ มีความต้องการใช้ไฟฟ้าและน้ำในปริมาณที่สูงกว่าอดีตถึง 12-16 เท่า
ซึ่งความต้องการนี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ปริมาณเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความมั่นคงทางพลังงานในระดับสูง โดยระบุว่า “กลุ่ม Data Center จำเป็นต้องมีแหล่งที่มาของไฟฟ้าที่มีความเสถียรจากผู้ให้บริการมากกว่าหนึ่งรายเพื่อให้มั่นใจในการดำเนินงาน ในขณะเดียวกันผู้ลงทุนในกลุ่มนี้เริ่มให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับสัดส่วนของพลังงานสะอาดหรือไฟฟ้าสีเขียวว่าภาครัฐจะสามารถจัดหาให้ได้ในปริมาณที่ต้องการหรือไม่”
ประเด็นที่เป็นอุปสรรคสำคัญในขณะนี้คือ ข้อจำกัดทางเทคนิคและระเบียบปฏิบัติที่ขัดขวางการส่งจ่ายไฟฟ้าสะอาด แม้ไทยจะมีศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์สูงแต่กลับไม่สามารถขยายผลได้เต็มที่เนื่องจากติดข้อกฎหมายที่ไม่อนุญาตให้ส่งไฟฟ้าข้ามพื้นที่จากโรงงานหนึ่งไปยังอีกโรงงานหนึ่งได้อย่างอิสระ
นายอัครินทร์มองว่าการปลดล็อกส่วนนี้เป็นกลุ่ม “Low Hanging Fruit” หรือทางออกที่ทำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าการรอสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่
ในด้านความสามารถในการแข่งขัน นายอัครินทร์เตือนว่าราคาไฟฟ้าสีเขียวเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติ หากกำหนดราคาไว้สูงเกินไป เช่น ระดับ 5-7 บาทต่อหน่วย จะส่งผลกระทบต่อการดึงดูดการลงทุน (FDI) ทันที
พร้อมเสนอว่าอัตราค่าผ่านทางไฟฟ้า (Wheeling Charge) ที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 1.60 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นระดับที่ทุกฝ่ายยอมรับได้และรักษาขีดความสามารถของประเทศไว้ได้
นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ภาครัฐเร่งพิจารณาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) โดยควรบรรจุไว้ในแผนพลังงานของประเทศตั้งแต่วันนี้ แม้จะใช้เวลาเตรียมการ 10-15 ปีก็ตาม เพื่อตอบโจทย์ข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการสร้างโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่
โดยนายอัครินทร์ย้ำว่า “รัฐบาลจำเป็นต้องมีความชัดเจนในเชิงนโยบายและการลงทุนตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้สามารถส่งมอบโครงการได้ทันตามกรอบเวลาที่คาดการณ์ไว้”
ท้ายที่สุด กุญแจสำคัญคือการเปิดเสรีสายส่งไฟฟ้า (Third Party Access: TPA) เพื่อนำพลังงานสะอาดที่เหลือทิ้งจากหลังคาโรงงานต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์สูงสุด
โดยต้องนำเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) และระบบโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant: VPP) เข้ามาช่วยบริหารจัดการโครงข่ายให้มีเสถียรภาพ เพื่อรองรับการเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) ของประเทศอย่างแท้จริง







