NIA-อว. ปั้น SPACE-F ปี 7 ดันไทยฮับ FoodTech เชื่อมโลกด้วยนวัตกรรม
NIA จับมือ อว. เปิดตัว SPACE-F รุ่น 7 ขน 20 สตาร์ตอัปทั่วโลกบุกตลาดไทย ชูยุทธศาสตร์นวัตกรรมนำหน้า มุ่งยกระดับครัวไทยสู่ศูนย์กลางสุขภาพโลก
KEY
POINTS
- กระทรวง อว. โดย NIA ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำ เปิดตัวโครงการ SPACE-F ปีที่ 7 เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีอาหาร (FoodTech Hub) ของโลก
- โครงการมุ่งเน้นการเปลี่ยนอุตสาหกรรมอาหารจากการผลิตเชิงปริมาณไปสู่การแข่งขันด้วยนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม โดยใช้กลไก Proof of Concept (POC) ช่วยเหลือสตาร์ตอัป
- สร้างเครือข่ายระดับนานาชาติ โดยดึงดูดสตาร์ตอัปจาก 57 ประเทศ และร่วมมือกับพันธมิตรจากไต้หวันเพื่อสร้าง "FoodTech Corridor" เชื่อมโยงนวัตกรรม
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ไทยยูเนี่ยน, มหาวิทยาลัยมหิดล, ไทยเบฟเวอเรจ, เนสท์เล่ (ไทย) และ Foodland Ventures จากไต้หวัน ประกาศเดินหน้าโครงการ “SPACE-F ปีที่ 7” โครงการบ่มเพาะและเร่งการเติบโตฟู้ดเทคสตาร์ตอัประดับสากลแห่งแรกของไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีอาหารโลก
นวัตกรรมนำหน้า: จุดเปลี่ยนจาก “ปริมาณ” สู่ “มูลค่า”
ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เน้นย้ำว่าอุตสาหกรรมอาหารถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ โดยไทยต้องก้าวข้ามการผลิตแบบเดิมไปสู่การแข่งขันด้วยเทคโนโลยี
“อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ที่กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากการผลิตเพื่อปริมาณไปสู่การแข่งขันด้วยนวัตกรรมและมูลค่า ด้วยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงผลักดันนโยบาย ‘ครัวไทยสู่โลก’ เพื่อเป็นแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสทางรายได้ที่ยั่งยืนและมั่นคงให้กับเกษตรกรไทย” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
นอกจากนี้ รมว.อว.ยังระบุว่าแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Thailand) โดยมีอาหารและการแพทย์เป็นกลไกหลัก พร้อมเชิดชูวัตถุดิบ GI (Geographical Indication) ในแต่ละท้องถิ่นว่าเป็น "ทุนทางเศรษฐกิจ" ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและสะท้อนอัตลักษณ์ไทยในตลาดโลกได้อย่างโดดเด่น
SPACE-F กลไกเชื่อมงานวิจัยสู่ตลาดจริง
โครงการ SPACE-F ในปีที่ 7 นี้ มุ่งเน้นกลยุทธ์การพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์ร่วม (Proof of Concept: POC) เพื่อช่วยให้สตาร์ตอัปสามารถก้าวข้าม "หุบเขาแห่งความตาย" (Death Valley) ของธุรกิจได้จริง
ศ.ดร.ยศชนัน ให้ความเห็นถึงความสำคัญของโมเดลความร่วมมือนี้ว่า “โครงการ SPACE-F ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยเร่งให้ประเทศไทยสามารถแปลงศักยภาพด้านอาหารไปสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนำองค์ความรู้มาร่วมพัฒนา ต่อยอด เป็นนวัตกรรมหรือต้นแบบ และได้ทดสอบการใช้งานจริงกับพันธมิตรภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นหัวใจในการเชื่อมงานวิจัยเข้ากับตลาดจริง ช่วยลดความเสี่ยงและช่องว่างของระบบนวัตกรรมไทย”
พลังพันธมิตรและเครือข่ายสากล
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA เปิดเผยความสำเร็จว่าตลอด 6 ปีที่ผ่านมา SPACE-F สร้างมูลค่าการระดมทุนไปแล้วกว่า 5,100 ล้านบาท โดยในปีที่ 7 นี้มีผู้สมัครสูงถึง 204 รายจาก 57 ประเทศ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นระดับสากล
ขณะที่ภาคเอกชนอย่าง ไทยยูเนี่ยน มุ่งเน้นการพัฒนาโปรตีนแห่งอนาคตโดยใช้กระบวนการ POC และการทำวิจัยด้านประสาทสัมผัส (Sensory) เพื่อให้รสชาติตอบโจทย์ตลาดโลก ด้าน เนสท์เล่ เข้ามาเสริมทัพเรื่องโภชนาการ (Nutrition, Health and Wellness) ส่วน Foodland Ventures จากไต้หวัน พร้อมสร้าง “FoodTech Corridor” เชื่อมโยงนวัตกรรมระหว่างไทยและไต้หวันอย่างเป็นรูปธรรม


