"รสนา" เสนอแก้วิกฤต ตรวจสอบสต็อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้ไหม?
รสนาเสนอรัฐตรวจสต็อกน้ำมันเรียลไทม์ แก้ปัญหาขึ้นราคาไม่เป็นธรรม ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก หวังเพิ่มความโปร่งใส คุมราคายุติธรรมให้ผู้บริโภค
นางรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค แสดงความเห็นในงาน เสวนา ROUND TABLE “ฝ่าวิกฤตพลังงาน ทางรอดประเทศไทย” จัดโดยโพสต์ทูเดย์ วันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค ต่อปัญหาวิกฤตพลังงานโลกที่ไทยกำลังเผชิญ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนและการกักตุนพลังงานที่กำลังเป็นหัวข้อสำคัญในเวลานี้ การหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน จึงเป็นที่มาของการเสนอแนะเรื่องการตรวจสอบสต็อกน้ำมัน ความเป็นไปได้ในการตรวจสอบแบบเรียลไทม์ ไปจนถึงกลไกการควบคุมราคาซึ่งเป็นหน้าที่ของทั้งกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ที่จะทำหน้าที่ดังกล่าวแทนประชาชน
โดยนางรสนาได้เสนอแนวคิดสำคัญในการตรวจสอบสต็อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดความเหลื่อมล้ำในการกำหนดราคาพลังงาน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่กำลังส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวนสูงจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดด้านอุปทาน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังวิกฤตที่ผ่านมา
ประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลักจึงได้รับผลกระทบโดยตรง ทั้งในรูปแบบของต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นและค่าครองชีพของประชาชนที่สูงขึ้นตามไปด้วย ปัญหาสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเรื่อง “การกักตุน” และ “ความไม่โปร่งใส” ของปริมาณสต็อกน้ำมัน ซึ่งอาจเปิดช่องให้ผู้ค้าปลีกได้กำไรส่วนต่างจากการปรับขึ้นราคาโดยที่รัฐไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นางรสนายังระบุว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันในปัจจุบันเกิดขึ้นโดยที่ไม่มีระบบตรวจสอบสต็อกอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการสามารถขายน้ำมันในราคาที่ปรับขึ้นใหม่ ทั้งที่ยังเป็นสต็อกเดิมที่ต้นทุนต่ำกว่า ส่งผลให้เกิดกำไรทันทีโดยไม่สะท้อนต้นทุนจริง เธอเสนอว่า หากกระทรวงพลังงาน สามารถเปิดเผยข้อมูลสต็อกน้ำมันอย่างโปร่งใส พร้อมคำนวณต้นทุนเฉลี่ยของน้ำมันในคลังได้อย่างชัดเจน ก็จะทำให้สามารถกำหนด “ราคาคงที่สำหรับสต็อกเดิม” ได้อย่างเป็นธรรม และลดข้อโต้แย้งในการปรับราคา
"การที่คุณขึ้นราคาแล้วไม่มีการตรวจสต็อก มันทำให้ผู้ค้าปลีก ได้กำไรทันที เพราะว่าคุณจะไม่รู้ว่า น้ำมันของคุณ ในวันก่อนการปรับราคาเหลือเท่าไหร่"
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอแนะให้ กระทรวงพาณิชย์ เข้ามามีบทบาทร่วมในการกำกับดูแลด้านราคา โดยเฉพาะการกำหนดกลไกชดเชยที่แยกออกจากกันระหว่าง “สต็อกเก่า” และ “สต็อกใหม่” ซึ่งจะช่วยให้การบริหารราคาพลังงานมีความยืดหยุ่นและเป็นธรรมมากขึ้นต่อผู้บริโภค ในขณะเดียวกันก็ไม่บิดเบือนกลไกตลาดจนเกินไป
"ถ้าเข้าใจตรงกันนะ เราจะกล้าฟันธงเลยว่าล็อกราคาในสต็อกเก่า แล้วเปลี่ยนวิธีการการชดเชยใหม่ในล็อตใหม่ที่เกิดขึ้น"
ข้อเสนอเรื่องการตรวจสอบสต็อกน้ำมันแบบเรียลไทม์จึงถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับความโปร่งใสในระบบพลังงานของไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และข้อจำกัดด้านอุปทาน ซึ่งล้วนส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูง การมีข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้จะช่วยให้ภาครัฐสามารถตัดสินใจเชิงนโยบายได้แม่นยำขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในระยะยาว


