"เอกนิติ” ลุยรื้อค่าการกลั่น-ค่าการตลาด เร่งสรุป 6 เม.ย. ชง ครม.เคาะนัดแรก
“เอกนิติ” นั่งหัวโต๊ะ คตร. นัดแรก สั่งพลังงานรื้อค่าการกลั่น-ค่าการตลาด ตัด War Premium ต้นทุนแฝง หวังกดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ก่อนชง ครม. 6 เม.ย.นี้
KEY
POINTS
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ สั่งรื้อโครงสร้างต้นทุนราคาน้ำมันใหม่ทั้งระบบ โดยมุ่งเป้าไปที่การทบทวนค่าการกลั่นและค่าการตลาด
- มีการพิจารณาตัดต้นทุนส่วนเกินออกจากโครงสร้างราคา เช่น ค่าความเสี่ยงจากสงคราม (War Premium) ที่อาจบวกไว้สูงเกินจริง และค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้อง
- คณะกรรมการฯ ตั้งเป้าจะสรุปผลการศึกษาเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 6 เมษายนนี้ โดยคาดว่าจะทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกลดลง
แรงกดดันต่อราคาน้ำมันหน้าปั๊มเริ่มชัด หลัง "เอกนิติ" ประธาน คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เปิดประชุม นัดแรก สั่งพลังงานรื้อโครงสร้างต้นทุนใหม่ทั้งระบบ ทบทวนค่าการกลั่น ค่าการตลาด และตัด War Premium ที่อาจบวกเกินจริง เร่งสรุปภายใน 6 เม.ย.นี้ เพื่อนำเสนอต่อการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก คณะรัฐมนตรี (ครม.) 7 เม.ย.นี้ หวังกดค่าครองชีพประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (2 เม.ย.) เวลา 10.30 น. ที่กระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธาน คณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ได้เรียกประชุมนัดแรก โดยใช้เวลาหารือเกือบ 4 ชั่วโมงเต็ม
ภายหลังการประชุม นายเอกนิติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการได้เชิญตัวแทนโรงกลั่นเข้าชี้แจงข้อมูล เพื่อหาข้อสรุปโครงสร้างราคาน้ำมันให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ทั้งนี้ จากการพิจารณาตัวเลขในปัจจุบัน พบว่า อัตราค่าการกลั่นที่กระทรวงพลังงานนำเสนออาจอยู่ในระดับสูงเกินไป เนื่องจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ทำให้มีการบวก ค่าความเสี่ยง หรือ War Premium เข้าไปในการคำนวณทั้งค่าการกลั่น ค่าการตลาด และราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ
อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติจริง โรงกลั่นไม่ได้พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเพียงแหล่งเดียว และยังมีแหล่งจัดหาอื่นรองรับ ขณะเดียวกัน ต้นทุนบางรายการ เช่น ค่าขนส่ง (Freight) และ ค่าประกันภัย ที่ไม่ควรถูกรวมในโครงสร้างราคาขาย ก็ยังถูกนำมาคิดรวมอยู่ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรตัดออก
ด้วยเหตุนี้ ที่ประชุมจึงมีมติและมอบหมายให้กระทรวงพลังงานเร่งดำเนินการ 3 เรื่องหลัก ได้แก่
ปรับลดค่าการกลั่น โดยจัดทำตัวเลขใหม่ ไม่นับรวมค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้อง
หาตัวเลข War Premium ที่แท้จริง โดยหารือกับโรงกลั่น เพื่อประเมินต้นทุนส่วนนี้ตามข้อเท็จจริง
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นพ้องให้ใช้กลไก กำหนดเพดาน (Ceiling) และขั้นต่ำ (Floor) ทั้งในส่วนของค่าการกลั่นและค่าการตลาด โดยให้กระทรวงพลังงานนำข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงมาจัดทำเป็นข้อเสนออย่างชัดเจน
นายเอกนิติ ระบุว่า กระบวนการทั้งหมดต้องเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยกำหนดให้โรงกลั่นส่งข้อมูลกลับมาภายในวันพรุ่งนี้ (3 เม.ย.) และแม้นายกรัฐมนตรีจะให้กรอบเวลาศึกษา 15 วัน แต่คณะกรรมการตั้งเป้าจะสรุปผลให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 6 เม.ย.นี้ เพื่อเสนอเข้าสู่การประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก
“เชื่อมั่นว่าการปรับโครงสร้างทั้งค่าการกลั่นและค่าการตลาดในครั้งนี้ จะทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงจากปัจจุบันอย่างแน่นอน” นายเอกนิติ กล่าว
นอกจากนี้ รัฐบาลยังเตรียมพิจารณาใช้กลไกอื่นควบคู่กัน ทั้ง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และ มาตรการภาษี เพื่อให้การดูแลราคาพลังงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมสูงสุด
ด้าน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบัน ค่าการตลาดเฉลี่ย ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 2 เม.ย. 2569 อยู่ที่ประมาณ 1.95 บาทต่อลิตร ซึ่งถือว่าไม่ได้สูงเกินไป และยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่กระทรวงพลังงานเคยศึกษาไว้
ทั้งนี้ จากการประเมินต้นทุนสถานีบริการ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน พบว่า ค่าการตลาดที่เหมาะสมควรอยู่ที่ราว 2.45 บาทต่อลิตร โดยกระทรวงพลังงานได้กำกับดูแลไม่ให้เกินระดับดังกล่าว
ส่วน ค่าการกลั่น ที่ปัจจุบันปรับขึ้นไปอยู่ในระดับ 13-14 บาทต่อลิตร นั้น แท้จริงเป็นเพียง ส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันดิบกับน้ำมันสำเร็จรูป ไม่ใช่กำไรสุทธิทั้งหมด เพราะยังมีต้นทุนวัตถุดิบและค่าพรีเมียมจากภาวะสงครามรวมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาข้อมูลย้อนหลังในช่วง 5 ปีที่สถานการณ์ปกติ จะพบว่า ค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.45 บาทต่อลิตร ซึ่งใกล้เคียงกับระดับค่าการตลาด
“ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้ขอให้โรงกลั่นชี้แจงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤติ โดยเฉพาะในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อนำมาหักล้างและค้นหาตัวเลข กำไรสุทธิ (Windfall Profit) ที่แท้จริง สำหรับใช้คำนวณกรอบเพดานและขั้นต่ำต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว


