posttoday

"ชัชชาติ" สั่งเก็บมือถือ 437 รร.กทม. ดีเดย์ 18 พ.ค. 69 เน้นเรียนรู้

13 มีนาคม 2569

ผู้ว่าฯ กทม. เปิดโครงการ Phone Off, Learning On สั่งเก็บมือถือ 437 โรงเรียน ห้ามใช้ในเวลาเรียน เริ่ม 18 พ.ค. 69 หวังดึงเด็กออกจากโลกเสมือน เสริมสมาธิและสุขภาวะ

KEY

POINTS

  • ผู้ว่าฯ กทม. สั่ง 437 โรงเรียนในสังกัดดำเนินมาตรการเก็บโทรศัพท์มือถือนักเรียน โดยจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569
  • มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาเด็กมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมลดลง ขาดสมาธิในการเรียน และใช้ชีวิตในโลกเสมือนมากเกินไป
  • โครงการ "Phone Off, Learning On" มุ่งเน้นให้นักเรียนกลับมามีสมาธิกับการเรียน เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน และส่งเสริมสุขภาวะที่ดี โดยอ้างอิงผลสำเร็จจากโรงเรียนนำร่อง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มาตรการเชิงรุกเพื่อยกระดับการศึกษาและสุขภาวะของเยาวชน ภายใต้โครงการ “Phone Off, Learning On โฟกัสการเรียนรู้ ฝากมือถือไว้กับครู”

 โดยมีเป้าหมายควบคุมและกำกับการใช้อุปกรณ์ดิจิทัลภายในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครทั้ง 437 แห่ง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
 

"ชัชชาติ" สั่งเก็บมือถือ 437 รร.กทม. ดีเดย์ 18 พ.ค. 69 เน้นเรียนรู้

เปิดเหตุผลสำคัญ "ดึงเด็กจากโลกเสมือน" นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของมาตรการนี้ว่า “เด็กรุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่มีเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีความสำคัญในชีวิต กรุงเทพมหานครเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการวางรากฐานในการใช้งานอย่างเหมาะสม จึงได้กำหนด ‘มาตรการควบคุมการใช้อุปกรณ์ดิจิทัล’ ซึ่งโรงเรียนในหลายๆ ประเทศก็มีมาตรการแบบนี้เช่นกัน”

"ชัชชาติ" สั่งเก็บมือถือ 437 รร.กทม. ดีเดย์ 18 พ.ค. 69 เน้นเรียนรู้

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุเพิ่มเติมถึงผลกระทบที่พบว่า “เหตุผลสำคัญที่เราต้องควบคุมการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ คือ เยาวชนมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนน้อยลง สนใจในการเรียนน้อยลง เด็กใช้ชีวิตในโลกเสมือนเยอะ มีภาวะอ้วนมากขึ้นเนื่องจากไม่ออกกำลังกาย และเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงได้เกิดมาตรการเหล่านี้ขึ้นมา โดยในรายวิชาที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดิจิทัลครูในแต่ละวิชาก็จะเป็นผู้อนุญาต ส่วนในกรณีฉุกเฉินก็มีไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์ที่ผู้ปกครองสามารถติดต่อในกรณีที่จำเป็นได้”

"ชัชชาติ" สั่งเก็บมือถือ 437 รร.กทม. ดีเดย์ 18 พ.ค. 69 เน้นเรียนรู้

หลักการ 3 ประการ เพื่อความสมดุล

มาตรการนี้มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมากกว่าการสั่งห้ามเพียงอย่างเดียว โดยยึดหลักสำคัญ 3 ด้าน คือ:

การเรียนรู้อย่างมีจุดมุ่งหมาย: สนับสนุนการใช้อุปกรณ์เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ภายใต้การดูแลของครู ไม่ใช่เพื่อความบันเทิงอย่างไร้ทิศทาง

สุขภาวะและพัฒนาการทางสังคม: กำหนดเขตปลอดดิจิทัล (Digital-Free Zone) ในช่วงพักเที่ยงหรือพื้นที่ส่วนรวม เพื่อให้เด็กได้พูดคุย ออกกำลังกาย และพักสายตา

ความปลอดภัยทางไซเบอร์: สร้างระบบเฝ้าระวังป้องกันการกลั่นแกล้งออนไลน์ (Cyberbullying) และเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม
 

"ชัชชาติ" สั่งเก็บมือถือ 437 รร.กทม. ดีเดย์ 18 พ.ค. 69 เน้นเรียนรู้

อ้างอิงระดับโลก UNESCO ชี้มือถือทำลายสมาธิ

มาตรการนี้ยังสอดคล้องกับรายงาน UNESCO GEM 2023 ที่ระบุว่าการใช้เทคโนโลยีมากเกินไปส่งผลเสียต่อการเรียน โดยเฉพาะในห้องเรียนที่สมาร์ทโฟนสามารถรบกวนสมาธิ 

ซึ่งหากนักเรียนถูกรบกวนจากการแจ้งเตือน อาจต้องใช้เวลาถึง 20 นาทีในการกลับมาโฟกัสกับการเรียนอีกครั้ง นอกจากนี้ในประเทศเบลเยียม สเปน และสหราชอาณาจักร พบว่าการนำสมาร์ทโฟนออกจากโรงเรียนช่วยให้ผลการเรียนของกลุ่มนักเรียนที่มีคะแนนต่ำดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ผลสำเร็จจาก 10 โรงเรียนนำร่อง
 
ที่ผ่านมา กทม. ได้ทดลองใช้มาตรการนี้ใน 10 โรงเรียน อาทิ รร.มัธยมประชานิเวศน์, รร.มัธยมบ้านบางกะปิ และ รร.นาหลวง เป็นต้น 

ซึ่งผลลัพธ์เบื้องต้นน่าพึงพอใจอย่างมาก ผู้ปกครองมีความพึงพอใจสูง นักเรียนตั้งใจเรียนมากขึ้น มีสมาธิและผลการเรียนดีขึ้น รวมถึงมีปฏิสัมพันธ์กับครูและเพื่อนผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การสนทนาและการเข้าห้องสมุดแทนการก้มหน้ามองจอ

ทั้งนี้ กทม. อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุงมาตรการให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละโรงเรียน ก่อนจะดีเดย์เริ่มใช้จริงพร้อมกันทั่วกรุงเทพฯ ในภาคเรียนหน้า
 

ข่าวล่าสุด

เทรนด์วิวาห์ปี 2026 งานเล็ก ความหมายใหญ่ และความยั่งยืนกำลังมาแรง