"เชียงคาน" คว้ารางวัลขวัญใจมหาชน แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนโลก ITB Berlin 2026
เชียงคาน จังหวัดเลย สร้างชื่อบนเวทีโลก คว้ารางวัลขวัญใจมหาชน Green Destinations Story Awards 2026 จากเรื่องเล่าการท่องเที่ยวชุมชนประมงริมโขงที่ยั่งยืน
KEY
POINTS
- เชียงคาน จังหวัดเลย คว้ารางวัลชนะเลิศขวัญใจมหาชน (People's Choice Award) ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ จากเวที Green Destinations Story Awards ในงานมหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก ITB Berlin 2026
- รางวัลดังกล่าวได้มาจากเรื่องราวความสำเร็จของ “หมู่บ้านประมงเชียงคานกับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ที่นำเสนอวิถีชีวิตชุมชนประมงพื้นบ้านริมโขงซึ่งผสมผสานการอนุรักษ์เข้ากับการท่องเที่ยวโดยชุมชน
- ความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของ อพท. และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ที่ร่วมกันพัฒนาเชียงคานตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (GSTC) จนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ความสำเร็จของแหล่งท่องเที่ยวไทยบนเวทีโลกได้รับการตอกย้ำอีกครั้ง เมื่อ “เชียงคาน จังหวัดเลย” สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศขวัญใจมหาชนด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ จากเวที Green Destinations Story Awards 2026 ภายในงาน ITB Berlin 2026 มหกรรมส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 โดยรางวัลดังกล่าวมาจากเรื่องราวความสำเร็จของ “หมู่บ้านประมงเชียงคานกับการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนรูปแบบการจัดการท่องเที่ยวที่ยึดโยงกับวิถีชีวิตของชุมชนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล
รางวัลนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ที่ร่วมกันพัฒนาการท่องเที่ยวของเชียงคานให้เติบโตบนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยนายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ประธานกรรมการ อพท. พร้อมด้วยนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. ได้นำคณะเข้ารับรางวัลดังกล่าวอย่างเป็นทางการ พร้อมย้ำว่าความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล และแสดงให้เห็นถึงพลังของการทำงานแบบบูรณาการระหว่างทุกภาคส่วน
นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวเพิ่มเติมว่า เชียงคานถือเป็นพื้นที่ต้นแบบสำคัญของการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ อพท. โดยเริ่มขับเคลื่อนตามแนวทางเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก หรือ Global Sustainable Tourism Criteria (GSTC) ตั้งแต่ปี 2562 ผ่านกลไกองค์กรจัดการแหล่งท่องเที่ยว (Destination Management Organization: DMO) ที่เปิดโอกาสให้ชุมชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานภาครัฐมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวร่วมกัน ผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องทำให้เชียงคานได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน 100 แห่งของโลก หรือ Sustainable Destinations Top 100 ตั้งแต่ปี 2563 และในปี 2567 ยังได้รับการรับรองมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนระดับ Silver Award จากองค์กร Green Destinations อีกด้วย
เรื่องราวที่ทำให้เชียงคานได้รับคะแนนนิยมจากผู้คนทั่วโลก คือการนำเสนอวิถีชีวิตของ “ชุมชนประมงพื้นบ้านริมโขง” ที่ยังคงรักษาภูมิปัญญาและวิถีดั้งเดิมไว้ พร้อมกับปรับตัวให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวสมัยใหม่ ชุมชนได้รวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจท่องเที่ยวเกษตรริมโขงประมงพื้นบ้านเชียงคาน เพื่อบริหารจัดการกิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์การออกเรือหาปลากับชาวประมง เรียนรู้วิถีชีวิตริมแม่น้ำโขง การแปรรูปอาหารพื้นถิ่น และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ แต่ยังช่วยปลูกจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศของแม่น้ำโขงอีกด้วย
ความโดดเด่นของโมเดลเชียงคานอยู่ที่การรักษาสมดุลระหว่างการท่องเที่ยว เศรษฐกิจชุมชน และสิ่งแวดล้อม ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกติกาการใช้ทรัพยากร การจัดการขยะ การควบคุมกิจกรรมท่องเที่ยวไม่ให้เกินศักยภาพของพื้นที่ รวมถึงการส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้การท่องเที่ยวสามารถดำรงอยู่ได้ในระยะยาวโดยไม่ทำลายรากฐานของชุมชน
ปัจจุบันองค์กร Green Destinations ได้รับรองแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนทั่วโลกมากกว่า 160 แห่ง โดยประเทศไทยมีพื้นที่พิเศษของ อพท. ที่ได้รับการรับรองแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ เมืองเก่าน่าน จังหวัดน่าน และเมืองเก่าสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ที่ได้รับระดับ Gold Award และเชียงคาน จังหวัดเลย ที่ได้รับระดับ Silver Award ความสำเร็จเหล่านี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของประเทศไทยในการผลักดันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
รางวัลขวัญใจมหาชนในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจของเชียงคานเท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานของพลังชุมชนไทยที่สามารถนำอัตลักษณ์ท้องถิ่น วิถีชีวิต และทรัพยากรธรรมชาติมาพัฒนาเป็นการท่องเที่ยวที่สร้างคุณค่าได้อย่างยั่งยืน พร้อมก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญของโลกในการพัฒนาการท่องเที่ยวที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ อพท. ได้นำเสนอผลงานการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่พิเศษของ อพท. ในพื้นที่คูหาประเทศไทยในงาน ITB Berlin 2026 โดยนำผลงานตัวอย่างการพัฒนาและสาธิตกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) การร้อยลูกปัดโนรา ศิลปหัตถกรรมพื้นที่พิเศษลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งจังหวัดสงขลา อพท. และหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ผลักดันและขับเคลื่อนจังหวัดสงขลาสู่การเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Networks : UCCN) ด้านอาหาร (City of Gastronomy) ในปี พ.ศ. 2568
และได้พัฒนาชุมชนต้นแบบตามเกณฑ์การท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand) จนทำให้ชุมชนในจังหวัดสงขลาผ่านมาตรฐาน CBT Thailand และได้รับรางวัลทั้งในระดับชาติและรางวัลนานาชาติ อาทิ ชุมชนเมืองเก่าสงขลา ได้รับรางวัล PATA Gold Award 2025 สาขาการปรับตัวและฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยว (ทุกพื้นที่) (Destination Resilience (All Destinations))
รวมถึง พื้นที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ Skål International Sustainable Tourism Awards 2024 ประเภทความหลากหลายทางชีวภาพทางบกและทางทะเล (Land and Marine Biodiversity) ซึ่งเป็นรางวัลนานาชาติที่ อพท. ได้รับอย่างต่อเนื่องทุกปีและเป็นส่วนสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์และการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยในฐานะผู้นำการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในระดับสากลต่อไป


