เปิดจุดหลบร้อนทั่วกรุง “BKK Cooling Spot” ปักหมุดสู้แดดหน้าร้อน
กทม.ยกระดับมาตรการรับมือหน้าร้อน เปิดจุดหลบร้อนและบริการน้ำดื่มกว่า 2,800 จุด พร้อมเฝ้าระวังดัชนีความร้อนตามเกณฑ์กรมอนามัยเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงาน ครั้งที่ 3/2569 ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เร่งรัดแผนบริหารจัดการความร้อนเมือง (Urban Heat) เพื่อรับมือฤดูร้อนปี 2569 ที่คาดว่าจะลากยาวไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม โดยเน้นย้ำการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนเข้าถึงความเย็นและน้ำดื่มได้ทันที
เปิดลายแทงจุดคลายร้อน: มีที่ไหนบ้าง?
กทม. โดยสำนักสิ่งแวดล้อมได้จัดเตรียมพื้นที่เพื่อลดผลกระทบจากโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) ดังนี้:
จุดหลบร้อน (BKK Cooling Spot): * สวนสาธารณะหลัก 48 แห่ง (110 จุด)
สวน 15 นาที จำนวน 200 แห่ง (242 จุด)
ห้องหลบร้อน (BKK Cooling Center) 255 แห่ง: * โรงเรียนในสังกัด 51 แห่ง และโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 แห่ง
ศูนย์บริการสาธารณสุข 68 แห่ง
สำนักงานเขต 50 แห่ง และศูนย์บริการสำนักวัฒนธรรมฯ 76 แห่ง
จุดบริการน้ำดื่มสะอาด: กระจายครอบคลุม 2,806 จุด ทั่วกรุงเทพฯ
"จุดหลบร้อนที่ดีที่สุด คือ ร้านสะดวกซื้อที่มีอยู่ทุกมุมถนน เราคงต้องให้เอกชนมาร่วมมือด้วย แต่ส่วนจุดหลบร้อนของเราเอง สิ่งสำคัญคือ 'น้ำดื่ม' ที่จะช่วยลดอาการที่อาจนำไปสู่โรคฮีทสโตรก ฝากสำนักงานเขตวางประจำจุดในชุมชนให้เพียงพอ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ออกกำลังกาย" — นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.
สำหรับการแจ้งเตือนภัยความร้อน กรุงเทพมหานครได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัย เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนให้ดูแลตนเองตามระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยแบ่งการแจ้งเตือนเป็น 4 ระดับ ดังนี้
- ระดับสีเขียว (เฝ้าระวัง) ค่าดัชนีความร้อน 27.0–32.9 องศาเซลเซียส ติดตามข้อมูลข่าวสารและดูแลสุขภาพทั่วไป
- ระดับสีเหลือง (เตือนภัย) ค่าดัชนีความร้อน 33.0–41.9 องศาเซลเซียส ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
- ระดับสีส้ม (อันตราย) ค่าดัชนีความร้อน 42.0–51.9 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงหรืองดการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น
- ระดับสีแดง (อันตรายมาก) ค่าดัชนีความร้อนมากกว่า 52.0 องศาเซลเซียส ห้ามทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคลมร้อน (Heat Stroke)
ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) เป็นค่าที่สะท้อนความร้อนที่ร่างกายรู้สึกได้ ไม่ได้มาจากการวัดอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว แต่คำนวณร่วมกับค่าความชื้นสัมพัทธ์ (Relative Humidity) ในอากาศ ซึ่งหากความชื้นสัมพัทธ์สูง ร่างกายจะระบายความร้อนผ่านเหงื่อได้ยาก ทำให้รู้สึกร้อนและไม่สบายตัวมากกว่าอุณหภูมิจริง และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพ
ความปลอดภัยรอบด้าน: อัคคีภัย และ สุขอนามัย
นอกจากการจัดหาจุดหลบร้อน คณะผู้บริหาร กทม. ยังกำชับมาตรการความปลอดภัยอื่นที่มาพร้อมความร้อน โดย พญ. เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัด กทม. ได้เสนอแนะเพิ่มเติมว่า:
"วัด คือ จุดหลบร้อนอีกหนึ่งสถานที่ใกล้ชุมชน หากมีการเพิ่มพัดลมหรือจุดบริการน้ำดื่มให้ครอบคลุม จะช่วยคลายร้อนให้ประชาชนได้อีกทางหนึ่ง" ขณะที่ รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. แสดงความกังวลด้านอัคคีภัย:
"ย้ำผู้อำนวยการเขตเร่งระวังและหาแนวทางการป้องกันพื้นที่เสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้ และจุดไฟไหม้หญ้าตามสถานที่เสี่ยง"
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ยังกำชับเรื่องการ ฉีดวัคซีนและทำหมันสุนัข-แมว อย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในช่วงที่อากาศร้อนจัด ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อนซ้ำเติมให้กับประชาชน
กทม. ยืนยันว่าการยกระดับมาตรการนี้เป็นการเปลี่ยนจากการรับมือเชิงรับสู่เชิงรุก โดยกำหนดเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของหน่วยงาน เพื่อให้มั่นใจว่าชาวกรุงเทพฯ จะผ่านพ้นวิกฤตความร้อนปีนี้ไปได้อย่างปลอดภัย


