พราวพุธ ลิปตพัลลภ ปั้นการท่องเที่ยวไทย จากปริมาณสู่ "แพลตฟอร์มเศรษฐกิจโลก"
เมื่อตัวเลขนักท่องเที่ยวไม่ใช่คำตอบเดียว พราวพุธ ลิปตพัลลภ เสนอโมเดลเปลี่ยนผ่านท่องเที่ยวไทยสู่ High Value ดึงกลุ่มพำนักยาวและ Soft Power ยกระดับเศรษฐกิจชาติอย่างยั่งยืนในยุค 2026
KEY
POINTS
- เสนอให้ปรับเปลี่ยนการท่องเที่ยวไทยจากการมุ่งเน้นที่ "ปริมาณ" ไปสู่การสร้าง "คุณภาพ" และมูลค่าเพิ่ม เพื่อแก้ปัญหาค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่ลดลง
- ใช้กลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มพำนักระยะยาว (Long-stay) และ Digital Nomads ที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับอุตสาหกรรมอื่น เช่น อสังหาริมทรัพย์ และการแพทย์
- ผลักดัน Soft Power ของไทย เช่น มวยไทย ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้โดยตรงและเป็นระบบ (IP-Based Destination) เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยู่นานขึ้น
เมื่อ "การท่องเที่ยว" ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนอนาคตไทย
ในเวทีสัมมนา Thailand Economic Drive 2026 ภายใต้หัวข้อ "ไทยมองไทย" จัดโดยโพสต์ทูเดย์ มุมมองจากภาคเอกชนที่คลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีอย่าง พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ได้ฉายภาพอนาคตที่ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวจากการเป็นเพียง "จุดหมายปลายทางยอดนิยม" สู่การเป็น "แพลตฟอร์มเศรษฐกิจ" ที่แข็งแกร่ง
วิกฤตในความเปราะบาง: โจทย์ใหม่ที่ต้องแก้ด้วย "คุณภาพ"
แม้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคัก แต่คุณพราวพุธชี้ให้เห็นถึง "จุดเปราะบาง" ที่ซ่อนอยู่ คือค่าใช้จ่ายต่อหัวที่ลดลงประมาณ 4% ในปีที่ผ่านมา และหากคำนวณตามอัตราเงินเฟ้อย้อนหลัง 6 ปี ตัวเลขนี้อาจดิ่งลึกลงถึง 12-13% ประกอบกับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและภูมิรัฐศาสตร์ที่ควบคุมไม่ได้
"เราพึ่งพาการท่องเที่ยวสูงมาก แต่เรายังใช้ประโยชน์จากมันได้ไม่เต็มที่ ถึงเวลาที่เราต้องเลิกวิ่งไล่ล่าแค่จำนวน แล้วหันมาสร้าง Value เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นกลไกที่มั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง"
Migration Reforming: ดึงนักท่องเที่ยวให้เป็น "พลเมืองคุณภาพ"
กลยุทธ์สำคัญที่คุณพราวพุธเสนอคือการทำ Migration Reforming หรือการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มที่พำนักระยะยาว 3-5 เดือน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มหนีหนาวจากยุโรป สแกนดิเนเวีย หรือกลุ่ม Digital Nomads นักท่องเที่ยวเหล่านี้มีพลังจับจ่ายสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 3 เท่า และยังเป็นตัวช่วยพยุงธุรกิจในช่วง Low Season
การพำนักที่ยาวขึ้นยังหมายถึงโอกาสของอุตสาหกรรมข้างเคียง เช่น อสังหาริมทรัพย์และบริการทางการแพทย์ (Healthcare) โดยเฉพาะเมื่อโลกก้าวสู่สังคมสูงวัย (Aging Population) ซึ่งไทยมีจุดแข็งด้านบริการและค่าครองชีพที่คุ้มค่า
จาก Soft Power สู่ Ecosystem ที่กินได้จริง
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญของการท่องเที่ยว ทางกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพราว ได้เปรียบเทียบการสร้างจุดหมายปลายทางของไทยกับโมเดล "Disneyland" ที่สร้างรายได้จากตัวละคร (Character) โดยเสนอให้ไทยนำ Soft Power เช่น มวยไทย อาหาร หรือแฟชั่น มาสร้างเป็น IP-Based Destination
"Soft Power ของเราต้องไม่ใช่แค่การตลาด แต่มันต้องสร้าง GDP ได้โดยตรง เช่น การสร้าง 'Thai Boxing Chateaux' ที่รวมทั้งสถาบันมวย ศูนย์สุขภาพ และโรงแรมเข้าด้วยกัน เพื่อดึงให้คนอยู่ยาวขึ้นและจ่ายมากขึ้น" พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทพราว และบริษัท พราว เรียล เอสเตท เสริม
โครงสร้างพื้นฐาน: กระดูกสันหลังของการเติบโต
ท้ายที่สุด วิสัยทัศน์ทั้งหมดจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดโครงสร้างพื้นฐานที่ไร้รอยต่อ คุณพราวพุธเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการขยายขีดความสามารถของสนามบิน และการเชื่อมโยงการคมนาคม รถ-เรือ-ราง ไปยังเมืองรองอย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ
การท่องเที่ยวไทยในปี 2026 จึงไม่ใช่เพียงอุตสาหกรรมบริการแบบเดิม แต่คือ "ยุทธศาสตร์ชาติ" ที่ต้องบูรณาการทั้งทุน โครงสร้างพื้นฐาน และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม เพื่อเปลี่ยนให้นักท่องเที่ยวกลายเป็น "นักลงทุน" และผู้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในศตวรรษหน้าอย่างยั่งยืน


