พลิกโฉมถนนประชาราษฎร์สาย 2 กฟน. จับมือ กทม. นำสายไฟลงดิน 1.4 กม.
ใช้โมเดลนำสายไฟลงดินแบบเต็มรูปแบบ! กฟน. ร่วมกับ กทม. เดินหน้ารื้อถอนเสาไฟฟ้าและสายสื่อสารบนถนนประชาราษฎร์สาย 2 ระยะทาง 1.4 กม. ให้เสร็จสิ้นภายใน 26 ก.พ. 69
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมกับ รณชัย เรืองยุทธ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือ กฟน. เปิดกิจกรรม “ประชาราษฎร์สาย 2 พลิกโฉมสู่ถนนสวยไร้เสาสาย” ณ บริเวณหน้าศูนย์การค้าเกทเวย์ แอท บางซื่อ โดยมีเป้าหมายในการเร่งนำ สายไฟลงดิน และรื้อถอนเสาไฟฟ้าเดิม เพื่อคืนพื้นที่ทางเท้าและทัศนียภาพที่สวยงามให้กับประชาชน
กิจกรรมในครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การรื้อถอนเสาไฟฟ้าและดำเนินการ จัดระเบียบสายสื่อสาร บน ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่ท่าเรือบางโพจนถึงถนนประชาชื่น รวมระยะทาง 1.4 กิโลเมตร โดยทาง กฟน. จะเร่งรื้อถอนเสาไฟฟ้าในบริเวณดังกล่าวให้เสร็จสิ้นภายในคืนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
2 รูปแบบหลักในการขับเคลื่อนโครงการ สายไฟลงดิน
เพื่อให้การปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองและระบบจ่ายไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงสุด การดำเนินงานจึงถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่
- การนำสายไฟลงดินแบบเต็มรูปแบบ: เป็นการก่อสร้างระบบไฟฟ้าใต้ดินให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ ก่อนที่จะดำเนินการรื้อถอนเสาไฟและสายเคเบิลอากาศด้านบน วิธีการนี้จะช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนในระยะยาวทั้งด้านความปลอดภัยและทัศนียภาพของเมือง
- การจัดระเบียบสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้า: มุ่งเน้นการรื้อถอนสายเคเบิลหรือสายโทรคมนาคมที่ไม่ได้ใช้งานออก เพื่อลดความรกรุงรังและลดภาระน้ำหนักบนเสาไฟฟ้า ซึ่งแนวทางนี้สามารถดำเนินการควบคู่กันไปได้ในหลายพื้นที่ ช่วยลดความแออัดของโครงข่ายและทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ โครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินนี้ ได้เริ่มต้นดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2564 โดย กฟน. ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนระบบการจ่ายไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา
สำหรับความคืบหน้าในภาพรวม ปัจจุบัน กฟน. ดำเนินการรื้อถอนและนำ สายไฟลงดิน สำเร็จไปแล้วรวม 97.3 กิโลเมตร และภายในปี 2569 นี้ มีเป้าหมายที่จะดำเนินการรื้อถอนเพิ่มเติมอีก 38.4 กิโลเมตร ซึ่งจะส่งผลให้มีระยะทางสะสมรวมเป็น 135.7 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ยังมีแผนแม่บทเชิงรุกที่จะดำเนินโครงการ ถนนไร้เสาสาย ให้ครบตามเส้นทางที่ได้รับอนุมัติ รวมทั้งสิ้น 317.3 กิโลเมตร ภายในปี 2575


