posttoday
SET เปิดบวก 7 จุด! ลุ้นฝ่าด่าน 1,580 จุดแม้สงครามตะวันออกกลางกดดันตลาดโลก

SET เปิดบวก 7 จุด! ลุ้นฝ่าด่าน 1,580 จุดแม้สงครามตะวันออกกลางกดดันตลาดโลก

22 มิถุนายน 2569

ตลาดหุ้นไทยเปิดซื้อขายพุ่ง 7.20 จุด แตะ 1,579.70 จุด บวกสวนความเสี่ยงโลก จับตา "ทรัมป์-อิหร่าน" เขย่าราคาน้ำมัน หนุนแรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่ม Commodity โบรกมองดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,565-1,580 จุด พร้อมจับตาทิศทางสงคราม การเจรจาสันติภาพ และกระแสเงินทุนต่างชาติที่อาจไหลกลับสู่ตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลัง

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยเปิดซื้อขายพุ่ง 7.20 จุด แตะ 1,579.70 จุด บวกสวนความเสี่ยงโลก
  • จับตา "ทรัมป์-อิหร่าน" เขย่าราคาน้ำมัน หนุนแรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่ม Commodity โบรกมองดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,565-1,580 จุด
  • พร้อมจับตาทิศทางสงคราม การเจรจาสันติภาพ และกระแสเงินทุนต่างชาติที่อาจไหลกลับสู่ตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลัง

ความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย เปิดการซื้อขายวันนี้ (22 มิถุนายน 2569) อยู่ที่ 1,579.70 จุด เพิ่มขึ้น 7.20 จุด คิดเป็น 0.46% มูลค่าการซื้อขาย 8,343.34 ล้านบาท ระหว่างวันดัชนีปรับขึ้นสูงสุด 1,580.45 จุด ลดลงต่ำสุด 1,576.62 จุด

ขณะที่ความเคลื่อนไหวล่าสุด ณ เวลา 10.32 น. ดัชนีอยู่ที่ 1,574.72 จุด เพิ่มขึ้น 2.22 จุด คิดเป็น +0.14% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 19,544 ล้านบาท

ภาพ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาด SET Index ยังคงแกว่ง Sideways ในกรอบ 1,565 - 1,580 จุด โดยบรรยากาศการลงทุนเป็นลบและตลาด Risk-Off อ่อนๆ หลังเริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้นต่อข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน

หลังล่าสุดทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านอย่างหนักหากอิหร่านยังไม่สั่งการให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์หยุดโจมตี ซึ่งทำให้อิหร่านไม่พอใจ รวมถึงมีการวอร์กเอ้าต์จากการประชุมสันติภาพที่สวิตเซอร์แลนด์ ทำให้สถานการณ์ดูตึงเครียดขึ้นในระยะสั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดตัวกลับมายืนเหนือ US$80 ต่อบาร์เรล

ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯยังไต่ระดับขึ้นกดดันสินทรัพย์ต่างๆทั้งหุ้นและทองคำ หุ้นกลุ่ม Commodity คาดว่าจะถูกกลับมาเก็งกำไรระยะสั้นอีกครั้งจากความไม่แน่นอนของสงครามที่มากขึ้น ขณะที่กลุ่ม Consumption / Yield Sensitive คาดว่าจะถูกทำกำไรบางส่วนหลังจากฟื้นตัวขึ้นมาได้ดีในสัปดาห์ก่อน

อย่างไรก็ตามปัจจุบันข้อตกลงสันติภาพยังไม่ล่ม เพียงแต่สะท้อนว่ามีความเปราะบางทำให้ยังต้องติดตามพัฒนาการการเจรจาอย่างต่อเนื่อง โดยยังให้สมมติฐานว่าสถานการณ์จะยังอยู่ในทิศทางผ่อนคลายลงในช่วงครึ่งปีหลังและเริ่มกลับมาเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เป็นปกติมากขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกและผ่อนคลายต่อแนวโน้มราคาพลังงานและ Bond Yield ในระยะถัดไป

ฝ่ายวิจัยจึงยังมองโอกาสที่กระแสเงินทุนต่างชาติจะทยอยไหลกลับเข้าหาตลาดหุ้นไทย และคาดเกิด Sector Rotation ต่อเนื่องเข้าสู่กลุ่ม Domestic / Consumption และ Yield Sensitive ที่ยัง Laggard ตลาด อาทิ ค้าปลีก ท่องเที่ยว ขนส่ง โรงไฟฟ้า ไฟแนนซ์ เป็นต้น

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่โมเมนตัมกำไรไตรมาส 2/69 ถึงช่วงครึ่งปีหลังแข็งแกร่ง กระทบจำกัดหรือได้อานิสงส์บวกหากสงครามผ่อนคลาย

หุ้นเด่นเดือน มิ.ย : BGRIM, CPALL, CRC, ERW, STA

FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้

STA แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 22 บาท แนวโน้มกำไรไตรมาส 2/69 จะเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า (q-q) และจากช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) จากปริมาณขายและราคายางไตรมาส 2/69 จะปรับขึ้นต่อช่วยหนุนกาไรฟื้น q-q และพลิกจากขาดทุน y-y ระยะสั้นยังไม่เห็นสัญญาณการแย่งซื้อวัตถุดิบจาก El Nino แต่ผลผลิตยางไทยและยางโลกจะทยอยลดในระยะกลางยาวอยู่แล้ว

ล่าสุดราคายางยังยืนสูง 228 เซนต์ต่อกิโลกรัม สวนทางราคาหุ้นที่พักฐานมองเป็นจังหวะเข้าลงทุน แนวรับ 17.50 - 17.40 บาท และ 17 บาท แนวต้าน 18.50 - 19 บาท

ภาพ SETTRADE

ข่าวล่าสุด

ก้าวใหม่น่านฟ้าไทย! ดันเที่ยวบิน Seaplane กระบี่-ภูเก็ต ปลายปี 69

ก้าวใหม่น่านฟ้าไทย! ดันเที่ยวบิน Seaplane กระบี่-ภูเก็ต ปลายปี 69