สถาบันพระปกเกล้า-สมาคมอุทยานฯ เปิดตัว SeaSight กู้วิกฤตขยะทะเลไทย
พลิกโฉมการอนุรักษ์ด้วย SeaSight Platform ดึงพลังพลเมืองรายงานพิกัดขยะ Real-time ผ่าน LINE OA เชื่อมโยงนโยบายสาธารณะสู่การปฏิบัติจริงเพื่อคืนลมหายใจให้ปะการังไทย
KEY
POINTS
- สถาบันพระปกเกล้าและสมาคมอุทยานแห่งชาติร่วมกันเปิดตัวนวัตกรรม “SeaSight Platform” เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาวิกฤตขยะทะเลไทย
- SeaSight เป็นแพลตฟอร์มผ่าน LINE OA ที่ให้ประชาชนทั่วไปสามารถแจ้งเบาะแสขยะทะเลได้โดยการถ่ายภาพและระบุพิกัดแบบเรียลไทม์
- โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างฐานข้อมูลที่แม่นยำ ช่วยให้การเก็บกู้ขยะ โดยเฉพาะขยะที่ติดค้างในแนวปะการัง มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น
นวัตกรรมเปลี่ยนโลก: เมื่อเทคโนโลยี SeaSight จับมือสถาบันพระปกเกล้าฯ กู้วิกฤตขยะใต้ท้องทะเลไทย
ปัญหาขยะทะเลไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น "วิกฤตเรื้อรัง" ที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ขยะพลาสติกและเศษอวนประมงมหาศาลไม่ได้เพียงแค่ลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่กำลังเข้าทำลายระบบนิเวศแนวปะการังซึ่งเป็นเสมือนบ้านของสัตว์ทะเล
ล่าสุด สถาบันพระปกเกล้า โดยนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย (ปนป.) รุ่นที่ 15 กลุ่มนกหัวขวาน ร่วมกับ สมาคมอุทยานแห่งชาติ ได้ผนึกกำลังเปิดตัวนวัตกรรมที่น่าจับตามองอย่าง “SeaSight Platform” เพื่อเปลี่ยนบทบาทของนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ให้กลายเป็น "สายลับรักษ์โลก"
จากนโยบายสู่ปลายนิ้ว: พลังของ SeaSight
SeaSight ไม่ได้เป็นเพียงแค่แอปพลิเคชัน แต่คือสะพานเชื่อมระหว่างภาคประชาชนและหน่วยงานจัดการทรัพยากร โดยทำงานผ่านระบบ LINE OA ที่ใช้งานง่าย ผู้พบเห็นขยะทะเลสามารถถ่ายภาพและระบุพิกัดแบบ Real-time ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อความแม่นยำในการเข้าจัดการ
โครงการนี้ได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากกลุ่มนักศึกษา ปนป.15 (กลุ่มนกหัวขวาน) ที่นำเอาหลักการนโยบายสาธารณะมาผสานกับประสบการณ์จริงของสมาคมอุทยานแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหา "หน้างาน" ที่ยากลำบาก โดยเฉพาะขยะที่เกี่ยวพันกับแนวปะการังซึ่งต้องใช้เทคนิคพิเศษในการกู้คืน
เสียงสะท้อนจาก "ตัวจริง" ในสนามอนุรักษ์
นายพสิษฐ เอี๋ยวพานิช นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเบื้องหลังความสำคัญของโครงการนี้ว่า:
"ปัจจุบันการท่องเที่ยวทางทะเลมีความสำคัญมหาศาลต่อทั้งเศรษฐกิจและสังคม แต่ปัญหาที่เป็น 'เนื้อร้าย' คือขยะที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะขยะจากอวนและประมงมหาศาล สิ่งที่ยากที่สุดคือขยะที่ไปเกี่ยวพันกับแนวปะการัง ซึ่งต้องใช้เทคนิคและความสามารถพิเศษในการกู้คืน"
นายพสิษฐ กล่าวเสริมถึงความหวังในการนำเทคโนโลยีมาใช้ว่า "การดึงพลังนวัตกรรม SeaSight (LINE OA) มาช่วยชี้เป้าขยะทะเล จึงเป็นคำตอบที่ตรงโจทย์มาก เพราะในยุค World Economic Forum ทิศทางของโลกมุ่งไปที่ความร่วมมือและเทคโนโลยี การมีฐานข้อมูลที่แม่นยำจะช่วยให้เราทำงานเชิงรุกได้ทันที"
หมุดหมายใหม่เพื่อท้องทะเลทั่วประเทศ
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ในอนาคตมีแผนที่จะขยายผลจากพื้นที่นำร่องไปสู่การครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลทั่วประเทศไทย เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังที่เข้มแข็งที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เมื่อเทคโนโลยีเข้าถึงง่ายและการจัดการเป็นระบบ การคืนลมหายใจให้ปะการังไทยก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป SeaSight จึงเป็นต้นแบบของการใช้นวัตกรรมดิจิทัลมาขับเคลื่อนงานอนุรักษ์อย่างยั่งยืน โดยมีประชาชนเป็นหัวใจสำคัญในการปกป้องทรัพยากรของชาติ


