posttoday

"ถนนราชดำเนิน" กำลังเปลี่ยนไป จาก“ชองเอลิเซย์เมืองไทย” สู่การฟื้นภูมิทัศน์ยุคใหม่

17 กุมภาพันธ์ 2569

ราชดำเนินพลิกโฉมสู่แกนวัฒนธรรมยุคใหม่ ปรับภูมิทัศน์–อาคาร–คมนาคม ยกระดับสู่ย่านการเรียนรู้และพื้นที่สาธารณะคุณภาพของกรุงเทพฯ

KEY

POINTS

  • การผลักดันเมกะโปรเจกต์ “Ratchadamnoen Knowledge & Culture Avenue” (พ.ศ. 2566–2569) เพื่อยกระดับถนนราชดำเนินให้เป็นแกนวัฒนธรรมและย่านการเรียนรู้สมัยใหม่ โดยมีศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติเป็นโครงการหลัก
  • การฟื้นฟูภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมครั้งใหญ่ โดยปรับปรุงด้านหน้าอาคาร (Façade) ให้มีเอกภาพในรูปแบบ Neo-classical Revival พร้อมพัฒนาทางเท้าและพื้นที่สาธารณะให้เป็นระเบียบ สวยงาม และเป็นมิตรต่อการใช้งาน
  • การเชื่อมต่อกับระบบคมนาคมสมัยใหม่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (สถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย) เพื่อเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงและสนับสนุนให้พื้นที่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมเมืองในอนาคต

ถนนราชดำเนิน ได้รับการเปรียบเทียบว่าเป็น “ชองเอลิเซย์เมืองไทย” เพราะเป็นถนนสายสำคัญที่สะท้อนความสง่างามและความเป็นเมืองหลวงของประเทศ เช่นเดียวกับ Champs-Élysées ในกรุงปารีส จุดเริ่มต้นของถนนสายนี้มาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2442 ภายหลังเสด็จประพาสยุโรปและทรงได้รับแรงบันดาลใจจากถนนสำคัญหลายแห่ง ได้แก่ The Mall ในกรุงลอนดอน, Champs-Élysées ในกรุงปารีส และ Unter den Linden ในกรุงเบอร์ลิน พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนสายใหม่เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองสมัยใหม่ตามแบบอย่างยุโรป

 

ใครๆ ต่างก็อยากมาเห็น มาถ่ายรูป มาเดินเล่นสักครั้งหนึ่งบนถนนสายนี้ โดยเฉพาะในโอกาสวันพิเศษสำคัญระดับประเทศ ถนนสายนี้มีภาพจำในทุกวาระโอกาส และมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสายธารประวัติศาสตร์ไทย 

 

ถนนราชดำเนินแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ราชดำเนินนอก ราชดำเนินกลาง และราชดำเนินใน ก่อสร้างแล้วเสร็จระหว่างปี พ.ศ. 2442–2446 ทำหน้าที่เชื่อมพื้นที่สำคัญระหว่างพระบรมมหาราชวังกับพระราชวังดุสิต และกลายเป็นแกนกลางของการพัฒนาเมืองในยุครัตนโกสินทร์ตอนปลาย อาคารริมถนนในยุคนั้นประกอบด้วยวังเจ้านาย อาคารราชการ และสิ่งปลูกสร้างสำคัญที่สะท้อนความรุ่งเรืองของประเทศ

 

"ถนนราชดำเนิน" กำลังเปลี่ยนไป จาก“ชองเอลิเซย์เมืองไทย” สู่การฟื้นภูมิทัศน์ยุคใหม่

 

การปรับปรุงครั้งใหญ่ในยุคปัจจุบัน (พ.ศ. 2566–2569)

โครงการพัฒนาและปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนราชดำเนินในระยะปี 2566–2569 เป็นการยกระดับเชิงกายภาพของแกนเมืองประวัติศาสตร์ โดยมุ่งฟื้นฟูภาพลักษณ์อาคาร สถาปัตยกรรม และพื้นที่สาธารณะให้มีเอกภาพตามแนวคิด “Knowledge & Culture Avenue” ทั้งนี้ งานด้านการปรับปรุงอาคารและภูมิทัศน์ในหลายส่วน โดยเฉพาะอาคารที่อยู่ในความดูแลของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานพระคลังข้างที่ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดแนวทางออกแบบ façade –ฟะซาด หรือ ฟาซาด (คำภาษาฝรั่งเศส หมายถึง ด้านหน้าของอาคาร โดยเฉพาะส่วนที่หันออกสู่ถนนหรือพื้นที่สาธารณะ ซึ่งถือเป็น “หน้าตา” หรือภาพลักษณ์หลักของอาคารนั้น) การอนุรักษ์สถาปัตยกรรม และควบคุมคุณภาพงานปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทประวัติศาสตร์ของพื้นที่

 

"ถนนราชดำเนิน" กำลังเปลี่ยนไป จาก“ชองเอลิเซย์เมืองไทย” สู่การฟื้นภูมิทัศน์ยุคใหม่

 

กระบวนการฟื้นฟูภูมิทัศน์ครั้งสำคัญนี้มีเป้าหมายยกระดับให้ “ราชดำเนิน” เป็นถนนประวัติศาสตร์ที่มีความสง่างาม เป็นระเบียบ และรองรับกิจกรรมเมืองสมัยใหม่

 

โครงการสำคัญประกอบด้วยการปรับปรุง Façade อาคารริมถนนราชดำเนินกลางให้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแนว Neo-classical Revival เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่กลมกลืนและมีเอกภาพมากขึ้น ตัวอย่างหนึ่งคือการปรับโฉมอาคารบริเวณหอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนินให้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมใหม่ที่สะท้อนความคลาสสิก

 

"ถนนราชดำเนิน" กำลังเปลี่ยนไป จาก“ชองเอลิเซย์เมืองไทย” สู่การฟื้นภูมิทัศน์ยุคใหม่

"ถนนราชดำเนิน" กำลังเปลี่ยนไป จาก“ชองเอลิเซย์เมืองไทย” สู่การฟื้นภูมิทัศน์ยุคใหม่

 

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังได้ดำเนินการปรับปรุงทางเท้า ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบระบายน้ำ และจัดระเบียบองค์ประกอบภูมิทัศน์ เช่น กระถางต้นไม้ ป้ายสัญลักษณ์ และ Street Furniture เพื่อให้พื้นที่มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อการเดินเท้ามากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางสำคัญของถนน

 

ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ยังมีการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มบริเวณสถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงพื้นที่และสนับสนุนให้ถนนราชดำเนินเป็นศูนย์กลางกิจกรรมเมืองในอนาคต

 

ภาพรวมการพัฒนาเมกะโปรเจกต์และโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ล่าสุดของ ถนนราชดำเนิน (พ.ศ. 2566–2569)

 

1) เมกะโปรเจกต์ “Ratchadamnoen Knowledge & Culture Avenue” ของสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ “OKMD” 

โครงการสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้คือการพัฒนา “Ratchadamnoen Knowledge & Culture Avenue” ภายใต้การดำเนินงานของ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (OKMD) ซึ่งได้รับความเห็นชอบจาก คณะรัฐมนตรี ให้ดำเนินการก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติบนถนนราชดำเนินกลาง

 

"ถนนราชดำเนิน" กำลังเปลี่ยนไป จาก“ชองเอลิเซย์เมืองไทย” สู่การฟื้นภูมิทัศน์ยุคใหม่

 

โครงการมีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ พัฒนาเป็นอาคารหลัก 2 ส่วน พื้นที่ใช้สอยรวมเกือบ 20,000 ตารางเมตร งบประมาณราว 900–970 ล้านบาท กำหนดก่อสร้างในช่วงปี 2567–2569 โดยมีแนวคิดให้เป็น “ศูนย์กลางการเรียนรู้สมัยใหม่” ที่เปิดให้ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าถึงได้ฟรีหรือค่าบริการต่ำ

 

"ถนนราชดำเนิน" กำลังเปลี่ยนไป จาก“ชองเอลิเซย์เมืองไทย” สู่การฟื้นภูมิทัศน์ยุคใหม่

 

องค์ประกอบสำคัญของโครงการ ได้แก่

  • ห้องสมุดมีชีวิตและพื้นที่อ่านหนังสือแบบเปิด
  • พื้นที่พัฒนาทักษะดิจิทัลและนวัตกรรม
  • ห้องประชุมและพื้นที่จัดนิทรรศการ
  • พื้นที่กิจกรรมเด็กและเยาวชน
  • Co-learning space และพื้นที่ทำงานสร้างสรรค์

และมีแผนย้ายกิจกรรมของ TK Park มารวมอยู่ในศูนย์แห่งใหม่นี้ เพื่อให้ถนนราชดำเนินกลายเป็น “ย่านการเรียนรู้” (Learning District) เชื่อมต่อกับแหล่งวัฒนธรรมในเกาะรัตนโกสินทร์

 

"ถนนราชดำเนิน" กำลังเปลี่ยนไป จาก“ชองเอลิเซย์เมืองไทย” สู่การฟื้นภูมิทัศน์ยุคใหม่

 

2) โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนราชดำเนินกลาง (Landscape Redevelopment)

ควบคู่กับโครงการศูนย์การเรียนรู้ มีการดำเนินงานปรับปรุงภูมิทัศน์โดยกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่บริเวณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปจนถึงลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์

การปรับปรุงล่าสุด (รายงานโดย The Nation Thailand ปี 2568) มีรายละเอียดสำคัญดังนี้:

1. ระบบสาธารณูปโภค

ปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่างใหม่ เพิ่มความปลอดภัยในเวลากลางคืน

ปรับปรุงฝาท่อระบายน้ำและระบบระบายน้ำ

จัดระเบียบสายสื่อสารใต้ดินในบางช่วง

2. ภูมิทัศน์ทางเท้าและพื้นที่สาธารณะ

ปรับปรุงพื้นทางเท้าให้ได้มาตรฐาน Universal Design

เพิ่มความเป็นระเบียบของกระถางต้นไม้และพื้นที่สีเขียว

จัดจุดทิ้งขยะใหม่ให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ถนนประวัติศาสตร์

ปรับปรุงราวกั้น ทางข้าม และองค์ประกอบ Street Furniture

3. การปรับปรุงอาคารริมถนน (Façade Improvement Program)

ปรับรูปแบบอาคารให้มีความกลมกลืนในแนวถนนเดียวกัน

เพิ่มรายละเอียดสถาปัตยกรรมแบบประวัติศาสตร์ผสมร่วมสมัย

ปรับป้ายชื่ออาคารและตัวอักษรให้เป็นรูปแบบเดียวกัน

 

ภาพจาก X (AI)

 

เป้าหมายหลักคือทำให้ถนนราชดำเนินมีภาพลักษณ์เป็น “ถนนประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นระเบียบและสง่างาม” รองรับทั้งกิจกรรมเมือง งานราชพิธี การท่องเที่ยว และการใช้งานประจำวันของประชาชน

 

3) การเชื่อมต่อระบบคมนาคมสมัยใหม่

พื้นที่ถนนราชดำเนินยังเกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีส้ม (Orange Line) ซึ่งมีสถานีใกล้บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ช่วยเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงพื้นที่ในระยะยาว และส่งเสริมให้พื้นที่กลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมเมืองที่เดินทางสะดวกมากขึ้น

 

ไทม์ไลน์โครงการปรับปรุง ถนนราชดำเนิน (พ.ศ. 2566–2569)

 

ปี 2566 – เริ่มต้นวางกรอบ “Knowledge & Culture Avenue”

ปี 2566 เป็นช่วงตั้งต้นของแนวคิดยกระดับถนนราชดำเนินให้เป็นแกนวัฒนธรรมและการเรียนรู้ของกรุงเทพฯ ภายใต้แนวทางโครงการ Ratchadamnoen Knowledge & Culture Avenue โดยเน้นการปรับภูมิทัศน์ทางเท้า ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง เฟอร์นิเจอร์ถนน (street furniture) และการจัดระเบียบสายสื่อสารลงใต้ดินในบางช่วงของราชดำเนินกลาง พร้อมทั้งสำรวจสภาพอาคารประวัติศาสตร์เพื่อกำหนดแนวทางปรับปรุง façade ให้มีความกลมกลืนในภาพรวม

พื้นที่ดำเนินการหลัก:

ราชดำเนินกลาง (ช่วงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย–สะพานผ่านฟ้าลีลาศ)

พื้นที่เชื่อมต่อสนามหลวงและเกาะรัตนโกสินทร์

 

ปี 2567 – ปรับปรุงภูมิทัศน์และอาคารสำคัญ

 

ปี 2567 เริ่มเห็นความคืบหน้าชัดเจนด้านกายภาพ มีการปรับปรุงภาพลักษณ์อาคารริมถนนให้สอดคล้องแนวสถาปัตยกรรม Neo-Classical Revival เพื่อสร้างเอกภาพทางสายตา หนึ่งในอาคารที่ถูกกล่าวถึงมากคือ หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ซึ่งมีการปรับปรุง façade ให้มีองค์ประกอบแบบคลาสสิกมากขึ้น

นอกจากนี้ มีการพัฒนาทางเท้าให้กว้างขึ้น เพิ่มพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง จุดนั่งพัก และระบบไฟส่องสว่างแบบใหม่ เพื่อรองรับกิจกรรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

พื้นที่ดำเนินการหลัก:

ราชดำเนินกลาง (โดยเฉพาะรอบ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย)

กลุ่มอาคารพาณิชย์เก่าแนวถนนราชดำเนินกลาง

 

ปี 2568 – โครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคม

 

ปี 2568 เน้นโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว เช่น ความเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชน โดยมีการเตรียมงานหรือดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในแนวถนนราชดำเนิน (สถานีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม) ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงพื้นที่

ควบคู่กันนั้นมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคใต้ดิน การปรับผิวจราจร และการออกแบบภูมิทัศน์ใหม่ให้เป็น “Complete Street” ที่สมดุลระหว่างรถยนต์ คนเดิน และกิจกรรมสาธารณะ

พื้นที่ดำเนินการหลัก:

ราชดำเนินกลาง (จุดตัดโครงข่ายรถไฟฟ้า)

จุดเชื่อมต่อสะพานผ่านฟ้า–ภูเขาทอง

 

ปี 2569 – สร้างเอกลักษณ์ถนนวัฒนธรรมเต็มรูปแบบ

 

ปี 2569 มุ่งสู่การใช้งานพื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ จัดกิจกรรมศิลปะ วัฒนธรรม และนิทรรศการกลางแจ้งให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ “Champs-Élysées เมืองไทย” โดยเสริมบทบาทราชดำเนินให้เป็น Cultural Corridor เชื่อมพื้นที่ประวัติศาสตร์จาก พระบรมมหาราชวัง ถึง พระราชวังดุสิต

มีการประเมินผลการปรับปรุงภูมิทัศน์ทั้งระบบ ทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และคุณภาพพื้นที่สาธารณะ เพื่อพัฒนาให้เป็นต้นแบบการฟื้นฟูเมืองประวัติศาสตร์

พื้นที่ดำเนินการหลัก:

ตลอดแนว ราชดำเนินใน–กลาง–นอก

โซนกิจกรรมเชื่อมสนามหลวง–ลานพระราชวังดุสิต

 

แผนผังเชิงพื้นที่ (สรุปตามช่วงถนน)

 

1. ราชดำเนินใน

(ช่วงสนามหลวง–ผ่านพิภพลีลา) เน้นการอนุรักษ์ภาพลักษณ์ประวัติศาสตร์ ควบคุมความสูงและรูปแบบอาคาร เชื่อมโยงพื้นที่พระราชฐานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

2. ราชดำเนินกลาง

(ผ่านฟ้าลีลาศ–อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย–สะพานมัฆวานฯ)

ศูนย์กลางเมกะโปรเจกต์ ปรับ façade อาคารพาณิชย์ พัฒนาทางเท้าและพื้นที่กิจกรรม จุดเชื่อมรถไฟฟ้าใต้ดิน โซนวัฒนธรรมและนิทรรศการกลางแจ้ง

3. ราชดำเนินนอก

(สะพานมัฆวานฯ–ลานพระราชวังดุสิต)

ปรับภูมิทัศน์แนวแกนพิธีการ เพิ่มพื้นที่สีเขียวและแสงสว่าง เชื่อมต่อเขตดุสิตและสถานที่ราชการสำคัญ

 

ภาพรวมเชิงยุทธศาสตร์

 

โครงการในช่วงปี 2566–2569 ไม่ได้เป็นเพียงการ “ปรับปรุงถนน” แต่เป็นการยกระดับถนนราชดำเนินให้เป็นแกนวัฒนธรรมสมัยใหม่ของกรุงเทพฯ ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่

- ฟื้นฟูภาพลักษณ์สถาปัตยกรรม

- พัฒนาพื้นที่สาธารณะให้เดินได้ ใช้งานได้จริง

- เชื่อมต่อระบบคมนาคมสมัยใหม่เข้ากับเมืองประวัติศาสตร์

 

ข่าวล่าสุด

สถาบันพระปกเกล้า-สมาคมอุทยานฯ เปิดตัว SeaSight กู้วิกฤตขยะทะเลไทย