เริ่ม มิ.ย. 69 "ต่อใบขับขี่ออนไลน์” เต็มรูปแบบ ไม่ต้องไปขนส่ง
กรมการขนส่งทางบก จับมือกระทรวงสาธารณสุข ยกระดับ “ต่อใบขับขี่ออนไลน์” เต็มรูปแบบ ไม่ต้องไปขนส่ง เริ่ม มิ.ย. 69
กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เตรียมพลิกโฉมงานบริการภาครัฐ ผนึกกำลังกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้าโครงการยกระดับการ ต่อใบขับขี่ออนไลน์ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนตามกฎกระทรวงฉบับใหม่
โดยผู้ที่มีอายุไม่เกิน 55 ปี และใบอนุญาตขาดต่อไม่เกิน 1 ปี จะสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเดินทางไปทดสอบสมรรถภาพที่สำนักงานขนส่ง คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้
ปลดล็อกขั้นตอนเดิม เชื่อมโยงข้อมูลใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงความคืบหน้าตามประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มุ่งเน้นลดภาระการเดินทางและตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคดิจิทัล โดยหัวใจสำคัญคือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
ปัจจุบัน ขบ. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเพื่อกำหนดแนวทางตรวจสอบสมรรถนะทางร่างกายที่ได้มาตรฐาน โดยจะนำระบบ ใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ มาใช้แทนเอกสารกระดาษรูปแบบเดิม ผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลแบบ API Linkage กับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความถูกต้องและที่มาของเอกสารได้แบบเรียลไทม์ (Real-time) ป้องกันการปลอมแปลงและเพิ่มความแม่นยำในการตรวจสอบ
นำร่องโรงพยาบาล ก่อนขยายสู่คลินิกทั่วประเทศ
ในระยะแรกของการเปิดให้บริการ ต่อใบขับขี่ออนไลน์ ระบบการเชื่อมโยงข้อมูลจะครอบคลุมกลุ่มโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนที่นิยมใช้บริการคลินิกใกล้บ้าน ทางกรมฯ กำลังเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายระบบใบรับรองแพทย์ดิจิทัลให้ครอบคลุมถึงคลินิกทั่วประเทศในลำดับต่อไป
ตรวจสายตากับแพทย์ได้ทันที ไม่ต้องซ้ำซ้อน
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับขั้นตอนที่ผู้ขับขี่ต้องให้ความสำคัญคือ "การทดสอบสมรรถภาพทางสายตา" ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดมาตรฐานการตรวจสุขภาพร่วมกับแพทย์ให้มีความละเอียดรัดกุมยิ่งขึ้น
ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ประชาชนสามารถรับการทดสอบสมรรถภาพทางสายตาโดยตรงจากแพทย์ ณ สถานพยาบาลได้ทันที และนำผลการรับรองเข้าสู่ระบบ ต่อใบขับขี่ออนไลน์ ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาทดสอบซ้ำที่สำนักงานขนส่งอีก ช่วยลดความแออัดและประหยัดเวลาอย่างเป็นรูปธรรม
รองรับผู้ใช้บริการ 2.5 ล้านคน ยกระดับความปลอดภัยทางถนน
การยกระดับบริการครั้งนี้ จะรองรับความต้องการของประชาชนที่มีปริมาณการต่ออายุใบอนุญาตขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลเฉลี่ยสูงกว่า 2.5 ล้านคนต่อปี โดยมั่นใจว่าระบบใหม่จะช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงบริการได้ง่าย (Accessibility) สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ การบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่าง ขบ. และ สธ. นอกจากจะเป็นการขับเคลื่อนบริการภาครัฐสู่ความเป็นดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แล้ว ยังเป็นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน เพราะมั่นใจได้ว่าผู้ที่ผ่านการ ต่อใบขับขี่ออนไลน์ ทุกคน ได้ผ่านการตรวจสอบสมรรถภาพทางร่างกายและสายตาตามเกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์อย่างแท้จริง


