ปิดจบ! EEC–UTA เคาะเริ่มอู่ตะเภา นับ NTP ก.พ.69 ปลุกเมืองการบิน 2แสนล้าน
สกพอ. จับมือ UTA ลงนามเริ่มโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาอย่างเป็นทางการ เตรียมนับ NTP ก.พ.2569 เร่งพัฒนา Airport City และโครงสร้างพื้นฐาน ปักหมุดกลไกเศรษฐกิจใหม่ EEC
KEY
POINTS
- สกพอ. เตรียมออกหนังสือแจ้งเริ่มโครงการ (NTP) ให้แก่ UTA ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 หลังจากที่ UTA ตกลงสละสิทธิเงื่อนไขเรื่องรถไฟความเร็วสูง ทำให้โครงการสามารถเริ่มต้นได้
- ภายหลังการแจ้ง NTP บริษัท UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะการก่อสร้างในส่วนของเมืองการบิน (Airport City) เพื่อรองรับการเติบโตและดึงดูดการลงทุน
- เป้าหมายของโครงการคือการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็น "เมืองการบิน" (Airport City) เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางและกลไกเศรษฐกิจใหม่ของ EEC เชื่อมโยงอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆ
การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเดินหน้าอีกก้าวสำคัญ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EECO นำโดย ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการ สกพอ. ร่วมกับบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) นำโดย นายกวิน กาญจนพาสน์ และนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการบริษัทฯ ลงนามในข้อตกลงบริหารสัญญาร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกอย่างเป็นทางการ ณ ห้อง Auditorium ชั้น 33 อาคารบีทีเอส วิชันนารี ปาร์ค โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน
การลงนามครั้งนี้ถือเป็น “สัญญาณเริ่มต้น” ของการขับเคลื่อนโครงการในทางปฏิบัติ หลังบริษัท UTA ตกลง สละสิทธิเงื่อนไขบังคับก่อน ตามสัญญาร่วมลงทุนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับแผนการก่อสร้างและการเดินรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (HSR) ซึ่งเดิมเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของโครงการ การตัดสินใจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ภาครัฐ นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่าโครงการสามารถเดินหน้าได้โดยไม่ต้องรอทุกองค์ประกอบพร้อมกันทั้งหมด
จากการสละสิทธิดังกล่าว สกพอ. เตรียมออกหนังสือแจ้งเริ่มนับระยะเวลาโครงการ หรือ Notice to Proceed (NTP) ให้แก่บริษัท UTA ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งจะทำให้การพัฒนาโครงการเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยภายหลังการออก NTP ทั้งสองฝ่ายจะร่วมกันพิจารณามาตรการแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ในระยะเริ่มต้นหลังการแจ้ง NTP บริษัท UTA จะมุ่งเน้นการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานสนามบินที่จำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะการก่อสร้างในส่วนของ Airport City และโครงสร้างพื้นฐานหลักรอบสนามบิน เพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสาร และสร้างแรงดึงดูดการลงทุนอย่างต่อเนื่องในพื้นที่
แนวคิด “Airport City” หรือ “Aerotropolis” เป็นรูปแบบการพัฒนาเมืองที่มีสนามบินเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ไม่ได้จำกัดบทบาทสนามบินเพียงการคมนาคม แต่เชื่อมโยงกับกิจกรรมทางธุรกิจ โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว ศูนย์ประชุม พาณิชยกรรม และนวัตกรรม แนวคิดนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยนักเศรษฐศาสตร์ด้านการบินอย่าง Prof. John D. Kasarda และถูกนำไปใช้จริงในหลายประเทศ เช่น สนามบินอินชอน (เกาหลีใต้) ชางงี (สิงคโปร์) และสคิปโฮล (เนเธอร์แลนด์) ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจและการจ้างงานในวงกว้างมากกว่าสนามบินแบบดั้งเดิม
สำหรับสนามบินอู่ตะเภา Airport City ถูกวางบทบาทให้เป็น กลไกเศรษฐกิจใหม่ของ EEC เชื่อมโยงอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อุตสาหกรรมการบินและซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) โลจิสติกส์อัจฉริยะ การท่องเที่ยวคุณภาพสูง และธุรกิจบริการระดับนานาชาติ ควบคู่กับการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่
ปัจจุบัน ในพื้นที่โครงการ กองทัพเรืออยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างทางวิ่งที่ 2 และทางขับ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2571 ขณะเดียวกัน ระบบสาธารณูปโภคหลักภายในสนามบิน อาทิ ระบบผลิตน้ำประปาและบำบัดน้ำเสีย ระบบไฟฟ้า และระบบเชื้อเพลิงอากาศยาน ได้รับการพัฒนาไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ เพื่อรองรับการขยายตัวของสนามบินในระยะยาว


