เปิดแล้ว! Green Hub Park @ ดอนเมือง-บาฟส์ สวน 15 นาทีแห่งที่ 7
กทม. ผนึกกำลังภาคเอกชน เปลี่ยนพื้นที่รกร้างใต้ทางรถไฟฟ้าสายสีแดง ริมถนนกำแพงเพชร 6 เป็นสวนสาธารณะต้นแบบเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดฝุ่นละอองในอากาศ
KEY
POINTS
- กรุงเทพมหานครเปิดตัว "Green Hub Park @ ดอนเมือง–บาฟส์" สวน 15 นาทีแห่งที่ 7 ในเขตดอนเมือง ซึ่งเป็นการพลิกฟื้นพื้นที่รกร้างใต้แนวรถไฟฟ้าสายสีแดงให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวสาธารณะ
- สวนแห่งนี้เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และชุมชน มีขนาดกว่า 3 ไร่ ประกอบด้วยทางเดิน-วิ่ง ลานออกกำลังกาย พื้นที่พักผ่อน และมีการปลูกต้นไม้เพื่อกรองฝุ่น
- นอกจากเป็นพื้นที่พักผ่อนแล้ว สวนยังทำหน้าที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรในเมือง (Urban Farming) และเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "สวน 15 นาทีทั่วกรุง" เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้คนเมือง
เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 กรุงเทพมหานครเปิดตัว สวน 15 นาที Green Hub Park @ ดอนเมือง–บาฟส์ อย่างเป็นทางการ นับเป็นสวน 15 นาทีแห่งที่ 7 ของเขตดอนเมือง และเป็นอีกหนึ่งต้นแบบของการพลิกฟื้นพื้นที่รกร้างใต้แนวรถไฟฟ้าสายสีแดงริมถนนกำแพงเพชร 6 ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน
โดยมี นายแสนยากร อุ่นมีศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงาน อาทิ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบาฟส์ (BAFS), การรถไฟแห่งประเทศไทย, สำนักงานเขตดอนเมือง, สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร รวมถึงภาคประชาชนในพื้นที่ มาร่วมแสดงพลังความร่วมมือ
จากพื้นที่รกร้างสู่สวนสุขภาพของชุมชน
สวน 15 นาที Green Hub Park @ ดอนเมือง–บาฟส์ เกิดจากการบูรณาการความร่วมมือของหลายฝ่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน โดยมีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่รกร้างใต้ทางรถไฟฟ้าสายสีแดง ปรับปรุงและออกแบบใหม่ให้เป็น สวนสาธารณะต้นแบบขนาด 3 ไร่ 3 งาน ที่ตอบสนองต่อความต้องการของคนในชุมชน
พื้นที่ดังกล่าวประกอบด้วยทางเดิน–วิ่ง ลานเปตอง พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และโซนออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟส่องสว่างตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประชาชนใช้บริการได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังมีการปลูกพันธุ์ไม้หลากหลายที่ช่วยกรองฝุ่น ดูดซับมลพิษ และสร้างความร่มรื่น
ศูนย์รวมกิจกรรมสีเขียวและการเรียนรู้
สวนแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่พักผ่อน แต่ยังเชื่อมโยงกับโครงการ Urban Farming Sharing Center – Farm Hug by BAFS Group เพื่อส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ในเมือง เป็นแหล่งเรียนรู้และกิจกรรมของชุมชนที่ช่วยสร้างความยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
ในพิธีเปิด รองปลัดกรุงเทพมหานครและผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ยังได้ร่วมกันปลูก ต้นรำเพย ภายใต้โครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” ของกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างกำแพงกรองฝุ่นและเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ทั่วกรุง
7 สวน 15 นาทีในเขตดอนเมือง
Green Hub Park @ ดอนเมือง–บาฟส์ ถือเป็นสวน 15 นาทีแห่งที่ 7 ในเขตดอนเมือง โดยก่อนหน้านี้มีการเปิดสวนแล้ว 6 แห่ง ได้แก่
สวน 15 นาที หน้ากองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ถนนเชิดวุฒากาศ พื้นที่ 1 ไร่
สวน 15 นาที หน้าบริษัทการท่าอากาศยานดอนเมือง ถนนเชิดวุฒากาศ พื้นที่ 5 ไร่ 2 งาน 25 ตร.ว.
สวน 15 นาที ภายในศูนย์บริการสาธารณสุข 60 รสสุคนธ์มโนชญากร พื้นที่ 2 งาน
สวน 15 นาที บริเวณประตู 1 สนามบินดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต พื้นที่ 1 งาน 25 ตร.ว.
ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ วิถีคนดอนเมือง ซอยโกสุมรวมใจ พื้นที่ 4 ไร่ 1 งาน 51 ตร.ว.
สวนดอนเมือง–ไทยเทยิ่น ซอยวิภาวดีรังสิต 80 พื้นที่ 62.5 ตร.ว.
พื้นที่สีเขียวกับเป้าหมายของกรุงเทพมหานคร
นโยบาย “สวน 15 นาทีทั่วกรุง” ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตั้งเป้าให้ทุกชุมชนสามารถเข้าถึงสวนหรือพื้นที่สาธารณะได้ภายในระยะเวลา 15 นาที หรือราว 800 เมตร ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มพื้นที่พักผ่อนแล้ว ยังมีผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต สุขภาพ และความสัมพันธ์ของคนในเมือง
ตามรายงานของกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันกรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวรวมประมาณ 25,000 ไร่ หรือคิดเป็น พื้นที่สีเขียวต่อคนราว 7.4 ตารางเมตร ซึ่งยังต่ำกว่าเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่แนะนำไว้ที่ 9 ตารางเมตรต่อคน การเพิ่มสวนขนาดย่อมและสวน 15 นาทีทั่วกรุง จึงเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่จะช่วยลดช่องว่างดังกล่าว
นับตั้งแต่ปี 2565 กรุงเทพมหานครได้ดำเนินโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น” และสร้างสวน 15 นาทีในหลายเขต ปัจจุบันมีสวนลักษณะนี้แล้วกว่า 70 แห่ง ทั่วกรุง และยังมีแผนขยายต่อเนื่องเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้ตามมาตรฐานสากล
Green Hub Park @ ดอนเมือง–บาฟส์ ไม่เพียงแต่เป็น “สวนเล็ก ๆ” ใต้รางรถไฟฟ้า แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการพลิกฟื้นเมืองด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย สร้างพื้นที่ที่ปลอดภัย ร่มรื่น และตอบสนองวิถีชีวิตคนเมือง
สวน 15 นาทีแห่งนี้คือเครื่องยืนยันว่า การเพิ่มพื้นที่สีเขียวไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่เสมอไป แต่สามารถทำได้จากการต่อยอดพื้นที่ว่างและพื้นที่รกร้าง หากได้รับการออกแบบที่เหมาะสมและมีการดูแลร่วมกันจากชุมชน


