สีจิ้นผิงเข้าพบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หนุนสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน
สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เข้าพบพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมเรียกร้องความพยายามร่วมกันเดินหน้าการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน
KEY
POINTS
- ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ
- สีจิ้นผิงเรียกร้องให้มีความพยายามร่วมกันในการเดินหน้าสร้าง "ประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน" เพื่อสานต่อมิตรภาพอันดี
- การพบปะครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำความสัมพันธ์ "จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" ในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2025
สำนักข่าวซินหัวรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2568 สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เข้าพบพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ หอประชาชนแห่งชาติ (Great Hall of the People) กรุงปักกิ่ง ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมเรียกร้องความพยายามร่วมกันเดินหน้าการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน
สีจิ้นผิงกล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเลือกจีนเป็นประเทศใหญ่แห่งแรกในการเสด็จพระราชดำเนินเยือน และยังเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนนับตั้งแต่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งสะท้อนการให้ความสำคัญยิ่งกับความสัมพันธ์จีน-ไทย และมิตรภาพอันลึกซึ้งที่ว่า "จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน"
ทั้งนี้ สีจิ้นผิงแสดงความเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมกล่าวว่าราชวงศ์ไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับจีนมาอย่างยาวนาน และมีคุณูปการสำคัญต่อการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างสองประเทศ ซึ่งจีนซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง
สีจิ้นผิงระบุว่าปี 2025 ตรงกับวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต และปีทองแห่งมิตรภาพจีน-ไทย โดยตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา จีนและไทยได้ทำงานร่วมกันและสนับสนุนกันและกันเสมอมา ท่ามกลางภูมิทัศน์ระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้ทั้งสองประเทศเป็นดังญาติที่ดี มิตรที่ดี และหุ้นส่วนที่ดี
สีจิ้นผิงแสดงความประสงค์จะทำงานร่วมกับพระมหากษัตริย์ไทย ณ จุดเริ่มต้นครั้งประวัติศาสตร์ใหม่นี้ เพื่อเดินหน้าการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกันในช่วง 50 ปีข้างหน้า และร่วมเขียนบทใหม่ของมิตรภาพจีน-ไทย