
เพซลุยคอนโดฯ ไฮโซต่อ
เพซ ติดใจเล็งพัฒนาคอนโด มิกซ์ยูส ซูเปอร์ลักชัวรี่กลางเมือง–หัวเมืองท่องเที่ยว ชี้ตลาดคอนโดพรีเมียม จำนวนยูนิตใหม่ยังออกสู่ตลาดน้อย
เพซ ติดใจเล็งพัฒนาคอนโด มิกซ์ยูส ซูเปอร์ลักชัวรี่กลางเมือง–หัวเมืองท่องเที่ยว ชี้ตลาดคอนโดพรีเมียม จำนวนยูนิตใหม่ยังออกสู่ตลาดน้อย
นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ เปิดเผยว่าในช่วงปลายปีนี้ ถึงปีหน้า บริษัทฯมีแผนจะพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ไฮเอนด์รูปแบบมิกซ์ยูส ประกอบด้วยธุรกิจค้าปลีก โรงแรม ราคาขาย มีรูปแบบที่แตกต่างด้วยการออกแบบ เริ่มต้นที่ 2 แสนบาทต่อตร.ม.ขึ้นไป อีก 1 แห่ง โดยอยู่ระหว่างพิจารณาที่ดินที่อยู่ในย่านใจกลางเมือง รวมไปถึงจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยว
“ตลาดคอนโดหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ยังมีน้อย จากการสำรวจข้อมูลพบว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาตลาดคอนโดมิเนียม มีเพียง 9% หรือประมาณ 800 ยูนิต จาก 8,000 ยูนิต ที่ออกมาสู่ตลาดซึ่งหากแยกเป็นเซกเมนต์ระดับนี้ถือว่าแข่งขันไม่รุนแรง ขณะที่ราคาคอนโดมิเนียมในกลุ่มลักชัวรีมีการปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปรับขึ้นแล้วเกือบ 100%” นายสรพจน์กล่าว
สำหรับปีที่ผ่านมาบริษัทฯ มียอดขาย 3,000 ล้านบาท ขณะที่ปีนี้ถึงเดือนพ.ค.มียอดขายแล้ว 2,435 ล้านบาท มาจากโครงการศาลาแดง เรสซิเด้นท์ 75% และโครงการมหานคร 35% โดยคาดว่าในปีนี้จะมียอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 4,500 ล้านบาท โดยคาดว่าโครงการมหานครจะมียอดขายเพิ่มเป็น 45% ขณะที่ยอดรับรู้รายได้ในปีนี้จะอยูที่ 2,500 ล้านบาท
นายสรพจน์ กล่าวว่าโครงการมหานคร มูลค่า 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่สูงที่สุดในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาได้มีการชี้แจงกับทางสภาสถาปนิกเรียบร้อยแล้วถึงปัญหาเรื่องการใช้ว่าจ้างบริษัท สถาปนิกข้ามชาติเป็นผู้ออกแบบ นั้น ซึ่งบริษัทฯได้ชี้แจงแล้วว่าได้ใช้สถาปนิก ภายในบริษัทฯเป็นผู้ร่วมออกแบบ
ขณะที่ผลกระทบจากปัจจัยลบทางการเมืองปีก่อน ส่งผลให้บริษัทต้องเลื่อนงานด้านการก่อสร้างออกมาอีก 6 เดือน และมีลูกค้าชาวต่างชาติ เป็นชาวอังกฤษและจีน ขอคืนห้องชุด จำนวน 8-10 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 400 ล้านบาท แต่ปัจจุบันลูกค้าชาวต่างชาติ เริ่มกลับมาให้ความสนใจอสังหาฯไทยมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองคลีคลายไปในทางที่ดี อีกทั้งเศรษฐกิจในประเทศไทยยังมีทิศทางที่ดี ส่วนพันธมิตรทางการเงินของบริษัท คือบริษัท อินดัสเทรียล บิลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น (ไอบีซี) ก็ยังเป็นพันธมิตรทางการเงินของบริษัทและไม่ได้มีการถอนหุ้น โดยโครงการมหานคร จะมีการลงเสาเข็มเพื่อก่อสร้างอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ และจะมีผู้ถือหุ้นต่างชาติมาร่วมงานดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทฯมีแผนจะเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 3,200 ล้านบาทเป็น 4,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้มีการเจรจากับทางธนาคารพาณิชย์หลายแห่งเพื่อขอเงินกู้เพื่อมาพัฒนาโครงการอีก 5,000-6,000 ล้านบาท การเจรจาคาดว่าจะได้ขอสรุปในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า







