
ไดนาสตี้ เซรามิคเพิ่มกำลังผลิตรับความต้องการลูกค้า
ไดนาสตี้ เซรามิค ทุ่มงบเกือบ 500 ล้าน ทั้งเพิ่มกำลังการผลิตอีก 2 เตา พร้อมผุดสาขาใหม่อีก 15 แห่งตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 6,513 ล้าน
ไดนาสตี้ เซรามิค ทุ่มงบเกือบ 500 ล้าน ทั้งเพิ่มกำลังการผลิตอีก 2 เตา พร้อมผุดสาขาใหม่อีก 15 แห่งตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 10% จากปีก่อนอยู่ที่ 6,513 ล้าน
นายมารุต แสงศาสตรา ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิค ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง แบรนด์ไดนาสตี้ ไทล์ท็อป เปิดเผยว่าขณะนี้บริษัทมีแผนจะลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 61 ล้านตร.ม.ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของประเทศ จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ 54 ล้านตร.ม. โดยจะใช้เงินลงทุนอีกจำนวน 280 ล้านบาท เพิ่มเตาเผาอีก 2 เตา จากปัจจุบันมีเตาเผาอยู่ 18 เตาและเดินเครื่องผลิต เต็มแล้ว 100% พร้อมกันนี้จะใช้งบจำนวน 187 ล้านบาท ในการเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัด 15 สาขา ที่มีการก่อสร้างถ.สายใหม่ รวมไปถึงปรับปรุงสาขาเก่า โดยเฉพาะในภาคใต้บางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย
“กระเบื้องปูพื้นและบุผนัง ที่จับตลาดระดับล่าง โดยเฉพาะลูกค้าต่างจังหวัดนั้นยังมีความต้องการสูง เนื่องจากราคาพืชผลทางการเกษตรนั้นมีราคาสูงขึ้น ทำให้ลูกค้ามีกำลังซื้อ แม้ว่าที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าเกษตรกรจะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมใหญ่ รวมถึงปัจจัยลบด้านการเมือง แต่ก็เชื่อว่าเป็นผลกระทบในระยะสั้น เนื่องจากรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับอาชีพหลักของประเทศ และยังคงมีการสนับสนุนในส่วนของการเกษตร อาทิ โครงการสร้างถ.เพิ่มในต่างจังหวัด โครงการไทยเข้มแข็งเป็นต้น”นายมารุตกล่าว
อย่างไรก็ตามบริษัทฯได้เร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับภาวะที่ต้นทุนในการผลิตสินค้าสูงขึ้น จากราคาน้ำมันและแก๊ส เช่นการหาเทคโนโลยีใหม่จากประเทศอิตาลีมาใช้ในการผลิต รวมไปถึงการวิเคราะห์เส้นทางการขนส่ง และการพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้สามารถยืนราคาขายเดิมไว้ได้โดยไม่ได้ขยับราคาขายขึ้น แต่เรื่องราคาน้ำมันก็มีแนวโน้มจะปรับสูงขึนถึง 140 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรล ก็อาจจะกระทบกับราคาแก๊สได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่นอกเหนือการควบคุม
นายมารุต กล่าวถึงการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 นั้น เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบกับธุรกิจของบริษัทฯ เนื่องจากสินค้าทั้งหมดจับตลาดระดับล่าง ซึ่งแม้จะมีคู่แข่งสำคัญอย่างจีน ก็ยังแข่งขันด้านราคาได้ค่อนข้างยาก
“ปัจจุบันจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตกระเบื้องรายใหญ่ของโลกนั้น เริ่มเข้ามาแข่งขันตลาดกระเบื้องในเมืองไทยลดน้อยลง เนื่องจากความต้องการใช้ในประเทศเขาก็มีสูง ขณะที่ผู้ผลิตในเมืองไทยก็สามารถผลิตได้ดี และมีราคาค่อนข้างต่ำ ส่วนการแข่งขันเรื่องตัดราคาขายนั้น ส่วนใหญ่จะมาจากผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศที่ผลิตสินค้าจับตลาดระดับบน จะนำสินค้ามาลดราคาขายเป็นช่วงๆ ที่กำลังการผลิตล้น”นายมารุตกล่าว







