
สุภาพบุรุษสุดฟิตบนชั้น 9 คฑา ฉมาดล
ฉบับนี้แวะไปเยี่ยมชมและพูดคุยกับ มะตูม-คฑา ฉมาดล วิศวกรหนุ่มวัย 27 ผู้ชนะเลิศปีล่าสุดจากโครงการเมน เฮลท์ กาย ชาเลนจ์ 2010....
ฉบับนี้แวะไปเยี่ยมชมและพูดคุยกับ มะตูม-คฑา ฉมาดล วิศวกรหนุ่มวัย 27 ผู้ชนะเลิศปีล่าสุดจากโครงการเมน เฮลท์ กาย ชาเลนจ์ 2010....
เรื่อง ณัฐพล ช่วงประยูร / ภาพ พงษ์ไทย วัฒนาวณิชย์วุฒิ
คนเงียบขรึม นอบน้อมถ่อมตัว มักมีดีแต่ไม่โอ้อวด ทว่าวันนี้เขาเปิดหมดทุกห้องที่อยู่ และเรื่องราวในตัวตน
ฉบับนี้แวะไปเยี่ยมชมและพูดคุยกับ มะตูม-คฑา ฉมาดล วิศวกรหนุ่มวัย 27 ผู้ชนะเลิศปีล่าสุดจากโครงการเมน เฮลท์ กาย ชาเลนจ์ 2010 ฝ่าด่านชายชาตรีนับพันคนมาเป็นที่สุดในระยะเวลา 5 เดือน ด้วยคุณสมบัติเพียบพร้อม มารยาทดี สุขภาพเด่น รูปร่างเข้าตา มาดแมนเข้าขั้น สมบูรณ์พร้อมความเป็นสุภาพบุรุษ
พื้นเพเป็นหนุ่มขอนแก่น เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่นั่น พ่อเป็นศัลยแพทย์ประสาท แม่เป็นแพทย์ด้านเอกซเรย์ มีน้องชายอายุห่างกัน 4 ปี 1 คน ซึ่งกำลังเรียนแพทย์ชั้นปี 5 แต่มะตูมมาสายวิศวกรรมพลังงาน โดยแรกเริ่มจบวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเกษตรที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไปศึกษาต่อปริญญาโทที่อังกฤษเพิ่ม 2 ใบ ใน 3 ปี หลักสูตรหนึ่ง วิศวกรรมพลังงาน ใบที่สอง อินโนเวชัน ครีเอทิวิตี แอนด์ เอนเตอร์ไพรส์ แมนเนจเมนต์
“เป็นวิศวะคนเดียวในบ้านครับ ตอนไปต่อผมเรียนภาษาอังกฤษ 3 เดือนแรกเรียนภาษา เรียนโท ปีละ 1 ใบ ระหว่างนั้นก็ทำงานพิเศษไปด้วย แล้ว 6 เดือนหลังอยู่เที่ยว ก่อนกลับมาเป็นวิศวกรพลังงานที่ กรีน เอ็นเนอร์จี้ เน็ตเวิร์ก บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน สิ่งที่ทำก็คือออกแบบระบบประหยัดพลังงานในโรงงาน ออกแบบโรงไฟฟ้าพลังงานลม และแสงอาทิตย์ หรือก๊าซชีวภาพครับ”
เดิมที่บ้านของครอบครัวในกรุงเทพฯ อยู่ที่รามอินทรา แต่พ่อแม่เห็นว่ามะตูมน่าจะเหนื่อยกับการตื่นเช้ากลับดึกเพื่อมาทำงานในเมือง จึงเลือกห้องชั้น 9 ของโครงการไว้ให้ลูกชายคนโต
“ท่านเลยจัดการเรื่องคอนโดที่สิริ แอท สุขุมวิทให้ครับ อันที่จริงผมก็ไม่ได้บ่นอะไร แต่ย้ายมาก็ทำให้มีเวลาเพื่อตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องตื่นเช้ามาก และเวลาหลังเลิกงานก็ยังได้ออกกำลังกายด้วย”
การเดินเข้าสู่เส้นทางโครงการสุภาพบุรุษเพียบพร้อมกับนิตยสารเมนเฮลท์ครั้งล่าสุด เกิดจากพ่อของเขาเห็นว่ามะตูมเป็นหนุ่มที่ดูแลสุขภาพตัวเองมาก คำท้าทายให้เข้าประกวดจึงลั่นออกมา กอปรกับพ่อหนุ่มมะตูมก็เป็นแฟนนิตยสาร และเป็นหนุ่มนักกีฬา ดูแลสุขภาพร่างกายเป็นทุนอยู่แล้ว จึงกระโดดรับคำท้าทันที
“มันไม่ใช่การประกวดเพื่อเป็นดารา นักร้อง หรือนายแบบ ผมรู้สึกว่ามันคือเวทีของบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์และตัวแทนของคนดูแลตัวเองได้ดี แลดูใส่ใจกับชีวิต ตอนมาร่วมในโครงการเองทีมบรรณาธิการก็ย้ำเสมอว่า เขาไม่ได้ต้องการนักเพาะกาย นายแบบ หรือดารา เขาต้องการสุภาพบุรุษ ทางคุณพ่อเองก็เชียร์ เพราะถ้านั่งกินข้าวอยู่ที่บ้านด้วยกัน หมอๆ ทั้ง 3 คน เขาจะดื่มน้ำอัดลม ขณะที่ผมดื่มน้ำเปล่า พวกแกงกะทิ และของทอดก็ไม่เตะเลย ที่บ้านผมก็กินกันปกติ”
ครอบครัวมะตูมยังใช้ชีวิตกันที่ขอนแก่น แม้ว่าเขาจะห่างบ้านมานาน แต่ก็ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่โทร.กลับไปติดตามความเป็นไป ด้วยความรักและเห็นคุณค่า
“การโทร.กลับไปหาเขาทุกวัน มันคือสิ่งหนึ่งในชีวิต ไม่ใช่ว่าผมอ่อนแอ อ่อนไหว ผมคิดเสมอว่า ไม่รู้ว่าครอบครัวเราจะอยู่อย่างนี้อีกนานเท่าไร พ่อแม่และน้องจะยิ้ม หัวเราะกับเรา และแข็งแรงแบบนี้ไปนานแค่ไหน ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่ข้างๆ เขา เราต้องฟังเขา เมื่อมีโอกาสได้พูดกัน ทุกวันก็ยังเป็นบทสนทนาทั่วไป ทำไรอยู่ กินข้าวหรือยัง วันนี้เป็นไงบ้าง
ถ้าอยู่กับตัวเอง ทำงานเลิกงานก็กลับบ้าน ไปยิม แล้วก็กลับมานอน ที่กรุงเทพฯ ผมเป็นคนมีเพื่อนสนิทด้วยน้อย ส่วนใหญ่พวกวิศวะที่เรียนมาด้วยกันจะไปประจำที่ชลบุรี ระยอง แต่จริงๆ การอยู่คนเดียวมันทำให้เราจัดการตัวเราเองง่ายกว่า ว่าจะทำอะไรตอนไหน แต่ก็ไม่เคยขัดถ้าเพื่อนโทร.มาชวนกินข้าวเย็น หรือไปนั่งคุยกัน แต่ถ้าเป็นกิจกรรมอื่นๆ วันหยุดผมก็ออกไปเล่นบาสเกตบอลกับก๊วนประจำ”
ด้านนอกห้องนอน พื้นที่โล่งกว้างพอสำหรับหนุ่มโสดอย่างเขา พื้นสีอ่อนตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีเข้ม สังเกตว่าชั้นวางของ กับครัวจะเน้นเป็นพิเศษ เพราะเขาชอบเก็บของ และปรุงอาหารกินเอง ขณะที่ในห้องนอนเป็นสีสว่าง มีห้องน้ำ และตู้เสื้อผ้าสองด้าน มุมทำงานและอ่านหนังสือ
“บ้านสำหรับผม คือ ที่ของเรา เปิดประตูเข้ามาจะนอนตรงไหน ท่าไหน ก็ได้ จะทำอะไรก็ที่ของเรา
เมื่อก่อนวัยรุ่น ผมจะโดนพ่อแม่บ่นว่าเป็นคนอยู่ไม่ติดบ้าน ไปข้างนอกกับเพื่อน ก็ไม่รู้อะไรเหมือนกันว่าอะไรทำให้ผมชอบอยู่บ้านมากกว่าไปข้างนอกครับ”
เห็นห้องโล่ง โปร่ง สบายอย่างนี้ แต่พอรื้อตู้เย็นดู โว้ว...เชื่อแล้วว่าเป็นหนุ่มดูแลสุขภาพตัวพ่อ รวมถึงบทสนทนาที่เปี่ยมความนอบน้อม อ่อนโยน ทว่ามั่นใจ และสมเป็นสุภาพบุรุษได้โล่จริง







