
พฤกษาหั่นกำไร5%ร่วมบูม'บ้านประชารัฐ'
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้าร่วมพัฒนาโครงการบ้านประชารัฐ ที่เดินหน้าผลักดันโดยกระทรวงการคลัง ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้มีรายได้น้อยในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
โดย...ทีมข่าวธุรกิจตลาดโพสต์ทูเดย์
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้าร่วมพัฒนาโครงการบ้านประชารัฐ ที่เดินหน้าผลักดันโดยกระทรวงการคลัง ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับผู้มีรายได้น้อยในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ที่ความต้องการกระจายอยู่ทั่วทุกหัวระแหง ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่ในบริเวณกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองใหญ่
ปิยะ ประยงค์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจ ทาวน์เฮาส์ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนนำโครงการทาวน์เฮาส์พร้อมอยู่ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท เข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐ ซึ่งปัจจุบันมี 5 โครงการ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,000 ยูนิต มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาทและพร้อมที่จะขยายเฟสเพิ่มหากมีความต้องการเข้ามามาก ซึ่งปัจจุบันในกลุ่มนี้มีสัดส่วนเป็น 10% ของพอร์ตทาวน์เฮาส์ทั้งหมด หรือคิดเป็น 5% ของรายได้รวมบริษัท แต่เชื่อว่าโครงการบ้านประชารัฐจะช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้ได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าการนาโครงการเข้าร่วมโครงการบ้านประชารัฐบริษัทจะต้องลดกำไรลงถึง 5% จากกำไรปกติ 15% จะเหลือ 10% ก็ตาม
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2559 บริษัทมีแผนเปิดโครงการทาวน์เฮาส์ 44 โครงการ มูลค่ารวม 3.3 หมื่นล้านบาท รวมทั้ง 4-5 แบรนด์ คือ บ้านพฤกษา พฤกษาวิลล์ เดอะคอนเน็ค วิลเลจ พฤกษาวิลเลจ และพาทิโอ โดยเป็นทำเลกรุงเทพฯ 40 โครงการ ชลบุรี 2 โครงการ ภูเก็ต 1 โครงการ และเชียงใหม่ 1 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นแบรนด์บ้านพฤกษาที่มีระดับราคา 1.5-2.5 ล้านบาท มีทั้งหมด 16 โครงการ มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท
บริษัทตั้งเป้ายอดขายในส่วนของโครงการ ทาวน์เฮาส์จำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ 2.4 หมื่นล้านบาทเช่นกัน เติบโตจากปีที่ผ่านมา 10% นอกจากนี้ยังได้วางแผนในอนาคตอีก 5 ปี ตั้งเป้ายอดขาย 3 หมื่นล้านบาท เติบโตปีละ 10% และจะขยายเซ็กเมนต์จับตลาดระดับราคา 5-7 ล้านบาทมากขึ้น จากเดิมเป็นผู้นำในกลุ่มราคา 1-5 ล้านบาท มีส่วนแบ่งตลาดมาร์เก็ตแชร์ 30% เป็นอันดับ 1 ของตลาดทาวน์เฮาส์
ปิยะ กล่าวต่อว่า ภาพรวมตลาดบ้านทาวน์เฮาส์ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่า ตลาดจะเติบโตประมาณ 10% ในขณะที่กลุ่มทาวน์ เฮาส์ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในแบรนด์บ้านพฤกษา คาดว่าจะมีการเติบโตประมาณ 30%
"แม้ว่ากลุ่มลูกค้าทาวน์เฮาส์ที่ผ่านมาจะมีอัตราการปฏิเสธสินเชื่อสูงถึง 30% แต่ภายหลังบริษัทได้ตรวจสอบคุณสมบัติลูกค้าก่อนยื่นขอสินเชื่อ ทำให้ยอดปฏิเสธสินเชื่อลดลงมาอยู่ที่ 7-8% เท่านั้น นอกจากนี้การที่บริษัทใช้เวลาก่อสร้างบ้านเพียง 45 วัน ทำให้ลูกค้าที่ซื้อส่วนใหญ่ไม่สร้างหนี้เสีย" ปิยะ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการฉลองการพัฒนาโครงการ "บ้านพฤกษา" ครบ 100 โครงการ คือโครงการ "บ้านพฤกษา ไพร์ม สถานีรถไฟฟ้าบางพลู-ราชพฤกษ์" เพื่อขอบคุณลูกค้าบ้านพฤกษา 100 โครงการ จำนวนรวมกว่า 7.4 หมื่นยูนิต ที่มีสมาชิกถึงกว่า 2.9 แสนราย บริษัทจึงใช้กลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ โดยใช้บทเพลงเป็นสื่อกลางสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย และเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์บ้านพฤกษา ซึ่งใช้ "สิงโต นาโชค" นักร้องและนักแต่งเพลง มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ สร้างสรรค์ผลงาน และขับร้องเพลงพิเศษที่แต่งขึ้นจากความรู้สึกประทับใจของลูกค้าผ่านบทเพลง "ต้นไม้แห่งรัก" ที่สื่อให้เห็นถึงความรักและผูกพันที่มีต่อบ้านพฤกษา
ที่ผ่านมาบริษัทได้เริ่มพัฒนาทาวน์เฮาส์โครงการแรกคือ โครงการบ้านพฤกษา 1 ตั้งแต่ปี 2536 ซึ่งช่วงเวลา 22 ปีที่ผ่านมา มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้พัฒนากระบวนการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งการก่อสร้างด้วยโครงสร้างผนังรับน้ำหนักแบบหล่อในที่ (Load Bearing wall Structure) พัฒนาเป็นแผ่นคอนกรีตผนังเหล็กสำเร็จรูป (Pruksa Precast) ด้วยนวัตกรรมก่อสร้างบ้านคุณภาพระบบอุตสาหกรรม (Pruksa REM) และนำเทคโนโลยีการออกแบบ 3 มิติ ด้วยระบบ BIM มาใช้ รวมถึงการเพิ่มคุณค่าสินค้า และยังสร้างความเชื่อมั่นบริการหลังการขาย ด้วยการจัดตั้งทีม Home Care และระบบ Service & Tracking Online เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า เหล่านี้คือการเดินหน้าปรับตัวครั้งใหญ่ของพฤกษา







