posttoday
แอล.พี.เอ็น.ผนึก สสส. เสริมจุดแข็งชุมชนน่าอยู่

แอล.พี.เอ็น.ผนึก สสส. เสริมจุดแข็งชุมชนน่าอยู่

28 กันยายน 2558

จุดเริ่มต้นของ สสส.กับ แอล.พี.เอ็น.ที่จะทำงานร่วมกันเข้าไปดูแลสุขภาวะครอบครัวในชุมชนลุมพินี

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

บริษัท แอล.พี.เอ็น ดีเวล ลอปเมนท์ ขยับตัวอีกครั้ง เพื่อต่อยอดจุดแข็งจากการบริหารโครงการภายใต้แนวคิดชุมชนน่าอยู่ จนทำให้บริษัทยึดครองตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ความเคลื่อนไหวล่าสุดจะเป็นการตอกย้ำแนวคิด “ชุมชนน่าอยู่” ให้ชัดเจนขึ้นเป็น “ชุมชนน่าอยู่ สำหรับคนทุกวัย”  โดยร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. องค์กรที่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ ที่ต้องการมีต้นแบบในการนำองค์ความรู้นั้นไปใช้กับชุมชนเมือง ผ่านโครงการคอนโดมิเนียมซึ่งได้กลายเป็นชุมชนของคนเมืองให้บรรลุผล จึงเป็นการนำคุณค่าของทั้งสององค์กรมาต่อ ยอดกันแบบ วิน-วิน

ทิฆัมพร เปล่งศรีสุข ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท แอล.พี.เอ็น ดีเวลลอปเมนท์ กล่าวถึงแนวคิดเรื่องนี้ว่า เป็นความร่วมมือที่เรียกว่า Corporate Shared Value ที่ทำร่วมกันระหว่างบริษัทกับ สสส. หลังจากที่ได้มานั่งคุยร่วมกัน เรามีชุมชน มีการบริหารชุมชนภายใต้แนวคิดชุมชนน่าอยู่ที่ทำมานาน ขณะที่ สสส.มีองค์ความรู้เรื่องสุขภาพของชุมชนเมืองอยู่มากมาย และต้องการหาชุมชนต้นแบบที่เป็นชุมชนเมืองในยุคปัจจุบัน ซึ่งก็คือคอนโดมิเนียม เอาองค์ความรู้ต่างๆ มาใส่ให้เป็นโครงการนำร่องที่จะนำมาใช้กับชุมชนอื่นๆ ต่อไป จึงเป็นที่มาในการร่วมมือกัน

“งานของ สสส.ส่วนมากที่เห็นจะเป็นเรื่องยาเสพติด เหล้า บุหรี่ พอมานั่งคุยแล้วมันไปด้วยกันทั้งสองทาง เราสามารถเป็นเวทีให้เขาได้โดยใช้ชุมชนของ แอล.พี.เอ็น.ที่มีการจัดการอยู่แล้ว ให้เป็นชุมชนที่อยู่แบบร่วมใจกัน ห่วงใย และแบ่งปันกัน นี่คือหลักการแรกของเราที่จะให้ชุมชนนี้ปฏิสัมพันธ์กัน เพราะเมื่อไรที่มีความห่วงใยกัน แบ่งปันกัน ก็จะมีความผูกพันกันก็จะเกิดการรวมตัวกันขึ้น พอทาง สสส.เข้ามาก็ทำให้เห็นชัดยิ่งขึ้นในเรื่องของครอบครัว ในชุมชนจะแข็งแกร่งได้ครอบครัวต้องแข็งแกร่งด้วย
ถ้าครอบครัวไม่มีความสุข ชุมชนก็ไม่มีความสุข” ทิฆัมพร กล่าว

เรามองเห็นความต้องการมากขึ้น คือการเป็นชุมชนของคนทุกวัย จากแต่ก่อนยังจับไม่ชัดเจน เรื่องที่เป็นเรื่องของครอบครัวก็ให้คนในครอบครัวไปว่ากัน เรื่องของสุขภาพเราก็ไม่สามารถเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องได้ เมื่อ สสส.เข้ามาร่วมก็จะสอนวิธีดูแลเรื่องสุขภาพ เรื่องของการอยู่ร่วมกัน เรื่องของการลดความเครียด เพราะว่าสุขภาวะมันจะต้องไม่มีความเครียด การที่ไม่มีความเครียดต้องเรียนรู้ถึงสภาวะสภาพของจิตใจ ซึ่ง แอล.พี.เอ็น.เองทำไม่ได้ สสส.จะเอาความรู้ในเรื่องการจัดการความเครียดมาให้ในชุมชนตั้งแต่พนักงานของบริษัทที่ให้บริการอยู่ในชุมชน จนถึงคนในชุมชนของ แอล.พี.เอ็น.โดยใช้องค์ความรู้และเครือข่ายของ สสส.เข้ามาช่วยในเรื่องนี้

นี่คือจุดเริ่มต้นของ สสส.กับ แอล.พี.เอ็น.ที่จะทำงานร่วมกันเข้าไปดูแลสุขภาวะครอบครัวในชุมชนลุมพินี โดยที่เรายังคงแนวคิดการเป็นชุมชนน่าอยู่ แต่เราจะเข้าไปถึงคนทุกวัยในชุมชน เพราะคนทุกวัยความจริงแล้วทุกส่วนก็คือครอบครัวไม่ใช่แค่ครอบครัวที่อยู่ในชุมชน ความเป็นครอบครัวไม่จำเป็นต้องอยู่ในชุมชนนี้ก็ได้ นั่นคือการที่ทำให้คุณภาพกระจายออกไปมากขึ้น ไม่ได้ทำเพื่อชุมชนลุมพินีอย่างเดียว แต่ชุมชนลุมพินีอาจเป็นชุมชน
เริ่มต้นที่จะสามารถเชื่อมโยงชุมชนเข้ากับคุณภาพของ สสส. สามารถที่จะเกิดเป็นโมเดลอย่างหนึ่งที่ สสส. นำไปต่อยอดได้อย่างชัดเจน

“เราขอให้ สสส.เข้ามาสนับสนุนโดยตรงหรือทางอ้อม ยกตัวอย่างวันนี้เราเชิญ สสส.มาให้ความรู้กับประธานของแต่ละชุมชน ต่อไปสามารถเชิญ สสส.ไปให้ความรู้ในชุมชน หรือวันที่ประชุมเจ้าของร่วมทุกปี กิจกรรมทุกกิจกรรมที่มีอยู่ สสส.สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้เลย เขาสามารถทำพรีเซนต์ให้กับเราได้ หรือจะทำวีดิทัศน์ให้เรา หรือไปนั่งพูดให้เราก็ได้ เราจะทำเป็นขั้นๆ ไป ปีนี้เราจะเป็นอย่างนี้ ปีหน้าคิดอันนี้ได้ก็ต่อยอดไปอีกอันหนึ่ง โดยที่ สสส.จะเอาชุมชนเราเป็นตัวศึกษาหาข้อมูล เพราะฉะนั้นเป็นอะไรที่ไปได้อีกเยอะ” ทิฆัมพร กล่าว

ด้าน นพ.ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับ สนุนสุขภาวะองค์กร สสส. กล่าวว่า สสส.ทำเรื่องการกินเหล้า สูบบุหรี่ พฤติกรรมการขับรถ แต่เราไม่เคยนำองค์ความรู้เหล่านี้เข้ามาใช้ในคนกลุ่มใหญ่ เป็นเคสที่ได้ทำกับ แอล.พี.เอ็น.จุดหนึ่งที่น่าสนใจทาง แอล.พี.เอ็น.ลูกค้าเป็นคนในระดับกลาง ซึ่งมีโอกาสจะเจอแล้วเรียนรู้อะไรได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกินอยู่ การใช้ชีวิต ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่อยากให้เรียนรู้ร่วมกัน

สิ่งที่ สสส.จะเข้าไปทำร่วมกับ แอล.พี.เอ็น. คือการดูแลทุกคนในชุมชนได้จริง คนที่เป็นผู้จัดการชุมชนต้องดูแลคนได้ก่อนที่จะมีปัญหา และอีกเรื่องก็คือการที่เอาคอนเทนต์ที่ทาง สสส.มีทั้งหมดนำไปปรับปรุงเรื่องสุขภาพ สุขภาวะ ผ่านไปสู่ลูกบ้าน โดยมีองค์ความรู้เยอะมากที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ดูแลสังคม ครอบครัวจะได้มีความรู้ตลอด นี่ก็คือการจัดสมดุลชีวิตของคนเมือง

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ อีกประมาณ 20 ปี จะเกิดความรู้ที่หลากหลาย ต้องหาพื้นที่นำไปออกแบบว่าความรู้ชุดไหนที่เหมาะกับพื้นที่ อย่างเช่นลุมพินีทาวน์ชิพที่มีคนอยู่กันเป็นหมื่นห้อง เราจะทำอย่างไรกับคนที่มาอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมากแล้วมีหลายระดับ ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของ สสส. ถ้าเราทำที่ แอล.พี.เอ็น.เป็นผล เราจะสามารถเกิดกระบวนการใหม่ที่เราเลือก แอล.พี.เอ็น.ก่อน เพราะมีกลุ่มลูกบ้านที่ชัดเจน

ถือเป็นความพยายามอีกก้าวที่น่าสนใจสำหรับ แอล.พี.เอ็น.โดยการเสริมจุดแข็งที่มีอยู่ให้แข็งแกร่งและชัดเจนยิ่งขึ้น จากชุมชนลงลึกไปสู่ความเป็นอยู่ของคนในครอบครัวของ แอล.พี.เอ็น. และกระจายไปสู่สังคมภายนอก สร้างความเข้มแข็งให้กับแนวคิดชุมชนน่าอยู่จนยากที่ใครจะตามได้ทัน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน