posttoday
คอลลิเออร์สแนะผู้ประกอบการมีออฟฟิศสำรองนอกเมือง

คอลลิเออร์สแนะผู้ประกอบการมีออฟฟิศสำรองนอกเมือง

02 มิถุนายน 2553

ม็อบแดงเผาเมืองเป็นบทเรียนใหญ่  คอลลิเออร์ส แนะธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่ ต้องมีออฟฟิศสำรองนอกเมืองเพื่อกันความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ร้ายซ้ำสอง

ม็อบแดงเผาเมืองเป็นบทเรียนใหญ่  คอลลิเออร์ส แนะธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่ ต้องมีออฟฟิศสำรองนอกเมืองเพื่อกันความเสี่ยงหากเกิดเหตุการณ์ร้ายซ้ำสอง

นายปฏิมา จีระแพทย์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่าจากการชุมนุมของกลุ่มนปช.จนไปสู่ความรุนแรงของการเผาเมือง โดยเฉพาะสถานที่สำคัญของธุรกิจอย่างย่านราชประสงค์ จนทำให้เกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่ามหาศาลนั้น ถึงเวลาแล้วที่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่ จะต้องเร่งปรับตัว ด้วยการหาสำนักงานสำรอง ที่อยู่ชานเมืองไว้รองรับ หากสำนักงานใหญ่ในเมืองไม่สามารถปฏิบัติงานได้

ทั้งนี้บทเรียนจากเหตุการณ์ ถล่มตึกเวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์ ที่สหรัฐอเมริกาหรือ  911  ทำให้เห็นว่าในช่วงเวลาดังกล่าว อาคารสำนักงานใหญ่ในเมือง หันไปใช้สำนักงานสำรอง (แบค ออฟฟิศ) เป็นที่ทำงานเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้  ซึ่งแบคออฟฟิศที่นั้นส่วนใหญ่ มีไม่ต่ำกว่า 2-3 แห่ง  ขณะที่ผู้ประกอบการในเมืองไทยนั้นยังให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวน้อย จะมีเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้นถึงจะแบคออฟฟิศชานเมืองไว้รองรับ รวมถึงให้ความสำคัญกับการซื้อประกันภัย การเกิดอัคคีภัย และเกิดจลาจลด้วย

อย่างไรก็ตามอาคารสำนักงานในเมืองถือว่าเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ และเชื่อว่าแม้จะมีเหตุการณ์เผาเมืองไม่ได้ทำผู้ประกอบการหนีออกอยู่นอกเมืองทั้งหมด  ซึ่งในปีนี้ตลาดอาคารสำนักงานในย่านใจกลางธุรกิจจะมีออกมาใหม่อีก 7 หมื่นตร.ม.

สำหรับธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ใจกลางเมืองอัตราการเข้าพัก จะซบเซาลง เนื่องจากปัญหาการเมืองในประเทศ อีกทั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ทำให้บริษัทข้ามชาติชะลอการเข้ามาลงทุน  จึงจะต้องจับตาดูการแข่งขันธุรกิจโรงแรมในเมืองที่ต้องปรับตัวเพื่อมารองรับลูกค้าระยะยาวมากขึ้น  และมีการประเมินว่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า จะมีโรงแรมออกมาสู่ตลาดอีก 9,000 กว่ายูนิต      ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมในช่วง ไตรมาสแรกของปีมีคอนโดเปิดตัวประมาณ 13,700 ยูนิต   ส่วนในไตรมาส 2  เชื่อว่าเปิดตัวลดลงกว่าครึ่งจากช่วงไตรมาสแรก และส่วนใหญ่จะขยับไปอยู่ชานเมืองเกาะแนวรถไฟฟ้าบีทีเอสส่วนต่อขยาย  ย่านบางนา    

นายปฏิมา กล่าวว่าในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ที่ดินใจกลางเมืองถูกเปลี่ยนมือ หลายแปลง เช่นที่ดินติดอาคารเวฟเพลส จำนวน 9 ไร่ ซึ่งเดิมเป็นของนายตัน ภาสกรนที  ที่ขายให้กับ บริษัทไรมอนแลนด์ เพื่อพัฒนาโครงการในรูปแบบมิกซ์ยูส  ปัจจุบันได้ถูกกลุ่ม ไทยซัมมิท แกรนด์เอสเตท  ซื้อเฉพาะบริเวณด้านหน้า 2 ไร่  ในราคาเฉลี่ย  1.2 ล้านบาทต่อตร.ว. ,บริษัท แสนสิริได้ซื้อที่ดินขนาด 2 ไร่   บริเวณถ.วิทยุ มาจากตระกูล สุทัศน์  ณ อยุธยา  และที่บริเวณถ.รัชดาภิเษก 15 ไร่ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ตัดแบ่งพื้นที่ จำนวน 9 ไร่เศษ ขายให้กับบริษัท เอไอเอ เพื่อพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานแห่งใหม่ เป็นต้น 

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI