
คอลลิเออร์ชี้ความเชื่อมั่นประเทศไทยเริ่มฟื้น
คอลลิเออร์ฯ ประเมินความเชื่อมั่นประเทศไทย หลังรัฐประหาร เริ่มฟื้นตัว ครึ่งปีหลังคึกคัก
คอลลิเออร์ฯ ประเมินความเชื่อมั่นประเทศไทย หลังรัฐประหาร เริ่มฟื้นตัว ครึ่งปีหลังคึกคัก
นายไทรมั่น ลัญฉน์ดี ประธานกรรมการบริหาร คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนลประเทศไทย ที่ปรึกษาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองของคนไทยที่ยืดเยื้อยาวนานมาสิ้นสุดลงเมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมารัฐประหารเพื่อยุติปัญหา และความขัดแย้งภายในประเทศ
นอกจากนี้ ตามมาด้วยการจัดตั้งทีมบริหารเพื่อสะสางปัญหาที่ค้างคามานานโดยเฉพาะเรื่องเงินจำนำข้าว ซึ่งถือว่าเป็นผลดีเพราะจะทำให้เงินส่วนนี้ที่จ่ายให้ชาวนากระจายไปสู่ส่วนอื่นๆ ในสังคมจากการจับจ่ายใช้สอย โดยทีมบริหารที่จัดตั้งขึ้นโดยคสช. ยังแถลงข่าวว่าจะยังคงเดินหน้าโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ต่อไป แต่อาจจะสลับกันในเรื่องของระยะเวลาในการเริ่มโครงการ
นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 ประเทศไทยเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจหดตัวอย่างต่อเนื่องจากช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2556 ซึ่งส่งผลต่อสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคอนโดมิเนียมที่จำนวนคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ ในช่วง 5 เดือนแรกลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่เพียงแค่ประมาณ 16,617 ยูนิต ลดลงประมาณ 21.6% จากจำนวนประมาณ 21,215 ยูนิตในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันแต่อาจจะยังไม่เห็นผลกระทบมากนัก เช่น ตลาดพื้นที่ค้าปลีกที่กลุ่มผู้เช่ารายย่อยบางรายที่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง เนื่องจากกำลังซื้อหดหายไปพอสมควรตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ตลาดอาคารสำนักงานยังคงมีการขยายตัวแม้ว่าบริษัทต่างชาติบางส่วนเลือกที่จะชะลอการลงทุนในไทยออกไปก่อน เช่นเดียวกันกับการลงทุนของต่างชาติที่ต้องการรอดูความชัดเจนต่างๆ ก่อนที่เดินหน้าลงทุนตามแผน รวมทั้งการที่ยังไม่มีคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่มีอำนาจเต็มเพื่ออนุมัติโครงการที่ขอส่งเสริมการลงทุน
ทั้งนี้ จากข้อมูลที่รวบรวมมาพบว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยมีผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในตลาดที่อยู่อาศัย นายสุรเชษฐ ได้คาดการณ์ถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังปี 2557 ว่า ถ้าภาวะเศรษฐกิจมีการขยายตัวสูงจะส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวสูงตามไปด้วยเช่นกัน การรัฐประหารในครั้งที่ผ่านมาแทบไม่มีผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพราะโครงการที่อยู่อาศัยที่เปิดขายใหม่ในปีพ.ศ.2550 ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
“แต่อัตราการซื้อขายหดตัวลงไป ซึ่งอาจจะเกิดจากการที่ผู้ซื้อชะลอการตัดสินใจออกไปเพื่อรอดูสถานการณ์ จากนั้นก็กลับขยายตัวอีกต่อเนื่อง”
สำหรับการคาดการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังปี 2557 และปี 2558 นั้นขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ในประเทศจะเป็นอย่างไร การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายต่างๆ ของ คสช. นั้นจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ซึ่งถ้ามาตรการต่างๆ ออกมาเร็ว และมีผลดีต่อส่วนรวมจะทำให้คนไทยมีความเชื่อมั่น และกลับมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อที่อยู่อาศัย ธนาคารต่างๆ จะพิจารณาการปล่อยสินเชื่อได้รวดเร็วขึ้น โครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ก็จะกลับมาเดินหน้าตามแผนงานต่อไป
ทั้งนี้ ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศขยายตัวมากขึ้น จำนวนของคอนโดมิเนียมที่คาดว่าจะเปิดขายในกรุงเทพฯ ในปี 2557 ทั้งปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นยูนิต ส่วนตลาดพื้นที่ค้าปลีกยังคงขยายตัวต่อไป โดยในช่วงที่เหลือของปี 2557 นี้มีโครงการพื้นที่ค้าปลีกที่มีกำหนดเปิดให้บริการมากกว่า 7 แสนตารางเมตร และตลาดอาคารสำนักงานเองก็ยังคงมีอัตราการเช่าที่ขยายตัวจากปี 2556 ประมาณ 2-3% ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายในประเทศ







