
ตลาดหุ้นอินโดนีเซียระส่ำ!! เสี่ยงถูก MSCI ถอดพ้นดัชนีหุ้นโลก
MSCI ขู่ถอดอินโดนีเซียจากดัชนีหุ้นโลก กังวลโครงสร้างถือหุ้นไม่โปร่งใส เสี่ยงเงินทุนต่างชาติไหลออกหลายหมื่นล้านดอลลาร์ หลังตลาดหุ้นดิ่งหนักสุดในรอบ 28 ปี
อินโดนีเซียกำลังเผชิญความเสี่ยงครั้งใหญ่ หลัง MSCI ผู้จัดทำดัชนีตลาดหุ้นที่นักลงทุนทั่วโลกใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง เสนอถอดอินโดนีเซียออกจากดัชนีหุ้นระดับโลกทั้งหมด จากเดิมที่พิจารณาลดสถานะจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) เป็นตลาดชายขอบ (Frontier Market)
ข้อเสนอครั้งนี้รุนแรงกว่าการลดระดับตลาดทั่วไป โดยอาจทำให้อินโดนีเซียถูกจัดเป็นตลาดอิสระ (Standalone Market) ซึ่งมีประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้เพียงไม่กี่แห่ง เช่น เลบานอนและซิมบับเว
MSCI ระบุว่า ปัญหาการเปิดเผยข้อมูลผู้ถือหุ้นที่ไม่โปร่งใส การซื้อขายที่อาจมีการประสานกัน และการบังคับใช้กฎที่ไม่เพียงพอ ทำให้นักลงทุนประเมินสัดส่วนหุ้นที่ซื้อขายได้จริงและเชื่อถือราคาตลาดได้ยาก
ตลาดหุ้นดิ่ง เงินทุนเสี่ยงไหลออก
ข่าวดังกล่าวสร้างแรงกระแทกต่อตลาดการเงินอินโดนีเซีย โดยมูลค่าหุ้นในตลาดหายไปราว 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์ และดัชนี Jakarta Composite ร่วง 11.6% ในวันเดียว ซึ่งเป็นการลดลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินเอเชียปี 2541
เงินรูเปียห์อ่อนค่าลงสูงสุด 0.8% ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายเริ่มประเมินความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียจะขึ้นดอกเบี้ย เพื่อป้องกันเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นและขยายไปสู่ตลาดพันธบัตร
JPMorgan ประเมินว่า การถอดอินโดนีเซียออกจากดัชนีอาจทำให้เงินลงทุนที่อิงดัชนีไหลออกประมาณ 4,800 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ธนาคารต่าง ๆ ประเมินกรอบเงินไหลออกไว้ที่ 3,000–6,000 ล้านดอลลาร์ ส่วน UBS เตือนว่า นักลงทุนที่บริหารกองทุนเชิงรุกอาจถอนเงินเพิ่มอีก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์
ผลกระทบมีนัยสำคัญ เนื่องจากสินทรัพย์มูลค่ากว่า 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลกใช้ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ของ MSCI เป็นเกณฑ์อ้างอิง และหากอินโดนีเซียถูกถอดออก กองทุนที่ลงทุนตามดัชนีตลาดเกิดใหม่จะไม่มีแรงซื้อชดเชยจากกองทุนตลาดชายขอบเหมือนกรณีลดระดับตลาด
กระทบวงกว้างถึงเศรษฐกิจและการคลัง
อินโดนีเซียเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ส่งออกถ่านหินสำหรับผลิตไฟฟ้า น้ำมันปาล์ม และนิกเกิลรายใหญ่ของโลก แม้รายได้จากสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิดจะเพิ่มขึ้น แต่ประเทศยังต้องนำเข้าน้ำมัน ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากบริษัทที่เชื่อมโยงกับรัฐบาลระดมทุนได้ยากขึ้นหรือมีต้นทุนสูงขึ้น อาจส่งผลต่อฐานะการคลังของรัฐบาล ซึ่งอาจต้องรับภาระลงทุนเพิ่มหรือปรับลดโครงการบางส่วน
อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์มองว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมจะเกิดขึ้นทางอ้อมเป็นหลัก โดยช่องทางเงินทุนจากต่างประเทศเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้เร็วที่สุด
อินโดนีเซียเร่งแก้ปัญหา รอลุ้นตัดสินปีหน้า
หน่วยงานกำกับดูแลอินโดนีเซียพยายามแก้ข้อกังวลของ MSCI มาตลอดปี ทั้งเพิ่มข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลและเตรียมปรับเพิ่มสัดส่วนหุ้นที่ซื้อขายได้จริงขั้นต่ำ ล่าสุดยังประกาศลงโทษกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาการปั่นหุ้น 3 บริษัท
MSCI เปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวจนถึงเดือนเมษายน 2570 และคาดว่าจะมีคำตัดสินขั้นสุดท้ายภายในเดือนมิถุนายน หากไม่พบหลักฐานชัดเจนว่าการกำกับดูแลและการดำเนินงานของตลาดดีขึ้น
ด้านเจ้าหน้าที่รัฐบาลอินโดนีเซียยอมรับว่า MSCI เป็นผู้จัดทำดัชนีที่มีชื่อเสียงและควรรับฟังข้อเสนอแนะ แต่ย้ำว่า MSCI ไม่ได้ถูกต้องเสมอไป







