posttoday
"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

17 ตุลาคม 2569

วัส ติงสมิตร วิเคราะห์เงินบริจาคสุชาดา 1.5 แสนบาท ชี้ต้องพิสูจน์แหล่งที่มาและการรับรู้ของพรรค แยกปมทรัพย์สินส่วนตัวออกจากเหตุยุบพรรค

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระและอดีตผู้พิพากษา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง” วิเคราะห์กรณีร้องตรวจสอบเงินบริจาคของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย รวม 150,000 บาท โดยชี้ว่า การพิจารณาว่าจะนำไปสู่การยุบพรรคหรือไม่ ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการรับบริจาคของพรรคให้ชัดเจน

 

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบและพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคภูมิใจไทย ตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

 

ขณะที่ สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนชี้แจงว่า เงินบริจาคดังกล่าวหักจากเงินเดือน สส. ที่ได้รับจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความสมัครใจ มีบันทึกรายรับรายจ่ายและหลักฐานครบถ้วน พร้อมตอบโต้ว่าเป็นการนำประเด็นมาขยายผลทางการเมือง

 

 

นายวัสวิเคราะห์ว่า หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเงินบริจาคมาจากเงินเดือน สส. ย่อมเป็นรายได้ที่ถูกกฎหมาย และยอดรวม 150,000 บาทอยู่ภายใต้เพดานบริจาค 10 ล้านบาทต่อพรรคต่อปี การหักเงินเดือนบริจาคเข้าพรรคด้วยความสมัครใจจึงเป็นแนวทางที่ สส. สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม หากมีเงินบริจาคผ่านวิธีอื่นที่ยังอธิบายไม่ได้ ผู้เกี่ยวข้องต้องชี้แจงให้กระจ่าง

 

ข้อเท็จจริงเรื่องช่องทางบริจาคจึงเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบ เพราะข้อมูลที่นายวัสหยิบยกมาระบุว่า น.ส.สุชาดาบริจาคเงินให้พรรคอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนดำรงตำแหน่ง สส. ขณะที่คำชี้แจงของฝ่ายพรรคอ้างถึงการหักเงินเดือน สส.

 

 

สำหรับการเปรียบเทียบกับคดียุบพรรคอนาคตใหม่ นายวัสอ้างถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563 กรณีพรรคกู้เงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รวม 191.2 ล้านบาท โดยอธิบายว่า ศาลพิจารณาการรับประโยชน์อื่นใดจากเงินกู้ที่มีเงื่อนไขไม่ปกติทางการค้าและมีมูลค่าเกินเพดานบริจาค ก่อนนำไปสู่คำสั่งยุบพรรค

 

นายวัสเห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวแตกต่างจากกรณีเงินบริจาคของ น.ส.สุชาดา หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินเดือนที่ได้รับโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงต้องพิจารณารายละเอียดของแต่ละกรณีให้ครบถ้วน

 

ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาทของ น.ส.สุชาดาและสามี รวมถึงประเด็นการยื่นบัญชีทรัพย์สิน นายวัสระบุว่า เป็นเรื่องที่ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบ และต้องแยกความรับผิดเฉพาะบุคคลออกจากความรับผิดของพรรคการเมือง

 

ตามมุมมองของนายวัส แม้การตรวจสอบทรัพย์สินส่วนตัวจะพบความผิด ก็ไม่อาจนำมาเป็นเหตุยุบพรรคได้โดยอัตโนมัติ เว้นแต่มีหลักฐานพิสูจน์ว่า พรรคหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรครับบริจาคโดยรู้หรือควรรู้ว่าเงินนั้นได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยถึงแหล่งที่มาตามเงื่อนไขของกฎหมาย

 

นายวัสทิ้งท้ายว่า การตรวจสอบนักการเมืองและพรรคการเมืองเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไม่ขยายเรื่องที่ยังไม่ได้ข้อยุติจนเกินจริง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ข้อยุติ ดำเนินการตามกฎหมาย และแจ้งผลให้สังคมทราบโดยเร็ว

 

  • หากเงินบริจาคมาจากเงินเดือน สส. ตามคำชี้แจง วัสมองว่าเป็นรายได้ถูกกฎหมาย แต่เงินที่บริจาคด้วยวิธีอื่นต้องอธิบายให้ชัด

 

  • เทียบคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ 191.2 ล้านบาท ชี้ข้อเท็จจริงต่างจากเงินบริจาคสุชาดา 150,000 บาท

 

  • ย้ำข้อกล่าวหาเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวไม่ใช่เหตุยุบพรรคโดยอัตโนมัติ ต้องพิสูจน์เงื่อนไขการรับเงินที่กฎหมายห้าม

 

 แหล่งที่มา : เพจเฟซบุ๊ก:  “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง” 

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0iDhYZFVok5mS7wBWUzzci1qijUAknH57jx92MWvm4DjPUpAfZei2MzYdx7hBZAaNl&id=61594248939586

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้