
"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา
วัส ติงสมิตร วิเคราะห์เงินบริจาคสุชาดา 1.5 แสนบาท ชี้ต้องพิสูจน์แหล่งที่มาและการรับรู้ของพรรค แยกปมทรัพย์สินส่วนตัวออกจากเหตุยุบพรรค
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระและอดีตผู้พิพากษา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง” วิเคราะห์กรณีร้องตรวจสอบเงินบริจาคของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย รวม 150,000 บาท โดยชี้ว่า การพิจารณาว่าจะนำไปสู่การยุบพรรคหรือไม่ ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการรับบริจาคของพรรคให้ชัดเจน
ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบและพิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคภูมิใจไทย ตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560
ขณะที่ สส.พรรคภูมิใจไทยหลายคนชี้แจงว่า เงินบริจาคดังกล่าวหักจากเงินเดือน สส. ที่ได้รับจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ด้วยความสมัครใจ มีบันทึกรายรับรายจ่ายและหลักฐานครบถ้วน พร้อมตอบโต้ว่าเป็นการนำประเด็นมาขยายผลทางการเมือง
นายวัสวิเคราะห์ว่า หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าเงินบริจาคมาจากเงินเดือน สส. ย่อมเป็นรายได้ที่ถูกกฎหมาย และยอดรวม 150,000 บาทอยู่ภายใต้เพดานบริจาค 10 ล้านบาทต่อพรรคต่อปี การหักเงินเดือนบริจาคเข้าพรรคด้วยความสมัครใจจึงเป็นแนวทางที่ สส. สามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม หากมีเงินบริจาคผ่านวิธีอื่นที่ยังอธิบายไม่ได้ ผู้เกี่ยวข้องต้องชี้แจงให้กระจ่าง
ข้อเท็จจริงเรื่องช่องทางบริจาคจึงเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบ เพราะข้อมูลที่นายวัสหยิบยกมาระบุว่า น.ส.สุชาดาบริจาคเงินให้พรรคอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนดำรงตำแหน่ง สส. ขณะที่คำชี้แจงของฝ่ายพรรคอ้างถึงการหักเงินเดือน สส.
สำหรับการเปรียบเทียบกับคดียุบพรรคอนาคตใหม่ นายวัสอ้างถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 5/2563 กรณีพรรคกู้เงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รวม 191.2 ล้านบาท โดยอธิบายว่า ศาลพิจารณาการรับประโยชน์อื่นใดจากเงินกู้ที่มีเงื่อนไขไม่ปกติทางการค้าและมีมูลค่าเกินเพดานบริจาค ก่อนนำไปสู่คำสั่งยุบพรรค
นายวัสเห็นว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวแตกต่างจากกรณีเงินบริจาคของ น.ส.สุชาดา หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินเดือนที่ได้รับโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงต้องพิจารณารายละเอียดของแต่ละกรณีให้ครบถ้วน
ส่วนข้อสงสัยเกี่ยวกับทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาทของ น.ส.สุชาดาและสามี รวมถึงประเด็นการยื่นบัญชีทรัพย์สิน นายวัสระบุว่า เป็นเรื่องที่ ป.ป.ช. กำลังตรวจสอบ และต้องแยกความรับผิดเฉพาะบุคคลออกจากความรับผิดของพรรคการเมือง
ตามมุมมองของนายวัส แม้การตรวจสอบทรัพย์สินส่วนตัวจะพบความผิด ก็ไม่อาจนำมาเป็นเหตุยุบพรรคได้โดยอัตโนมัติ เว้นแต่มีหลักฐานพิสูจน์ว่า พรรคหรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรครับบริจาคโดยรู้หรือควรรู้ว่าเงินนั้นได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยถึงแหล่งที่มาตามเงื่อนไขของกฎหมาย
นายวัสทิ้งท้ายว่า การตรวจสอบนักการเมืองและพรรคการเมืองเป็นสิ่งจำเป็น แต่ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไม่ขยายเรื่องที่ยังไม่ได้ข้อยุติจนเกินจริง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ข้อยุติ ดำเนินการตามกฎหมาย และแจ้งผลให้สังคมทราบโดยเร็ว
- หากเงินบริจาคมาจากเงินเดือน สส. ตามคำชี้แจง วัสมองว่าเป็นรายได้ถูกกฎหมาย แต่เงินที่บริจาคด้วยวิธีอื่นต้องอธิบายให้ชัด
- เทียบคดีเงินกู้พรรคอนาคตใหม่ 191.2 ล้านบาท ชี้ข้อเท็จจริงต่างจากเงินบริจาคสุชาดา 150,000 บาท
- ย้ำข้อกล่าวหาเรื่องทรัพย์สินส่วนตัวไม่ใช่เหตุยุบพรรคโดยอัตโนมัติ ต้องพิสูจน์เงื่อนไขการรับเงินที่กฎหมายห้าม
แหล่งที่มา : เพจเฟซบุ๊ก: “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง”
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0iDhYZFVok5mS7wBWUzzci1qijUAknH57jx92MWvm4DjPUpAfZei2MzYdx7hBZAaNl&id=61594248939586







