posttoday
สคบ.ยืมมือเอกชน แก้ปมร้องเรียนบ้านไร้คุณภาพ

สคบ.ยืมมือเอกชน แก้ปมร้องเรียนบ้านไร้คุณภาพ

13 มิถุนายน 2557

สคบ.เปิดเวทีเชิญผู้ประกอบการ 3 สมาคมแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ร่วมหารือแก้วิกฤตบ้านไร้คุณภาพ

สคบ.เปิดเวทีเชิญผู้ประกอบการ 3 สมาคมแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ร่วมหารือแก้วิกฤตบ้านไร้คุณภาพ

แม้ว่าตัวเลขร้องเรียนเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ในปีนี้ จะมีแนวโน้มลดลงกว่า 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่ในมุมของ สคบ.แล้ว ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นภาคธุรกิจที่ถูกร้องเรียนเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องคุณภาพงานก่อสร้างบ้านและคอนโดมิเนียม ยังคงเป็นหัวข้อร้องเรียนหลักๆ ที่ไม่ลดลงเลย

อำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ที่ผ่านมา สคบ.มียอดร้องเรียนในทุกธุรกิจประมาณ 8,000-1 หมื่นเรื่องต่อปี โดยภาคอสังหาริมทรัพย์ถูกร้องเรียนเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่อง มีจำนวนกว่า 1,000 เรื่องต่อปี และน่าจะมีมากขึ้นถ้าสามารถรับเรื่องร้องเรียนในต่างจังหวัดได้ด้วย สำหรับกลุ่มผู้ร้องเรียนส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มชนชั้นกลาง แบ่งกลุ่มการร้องเรียนออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ 1.ช่วงก่อนซื้อ คือ ปัญหาจองซื้อ ผ่อนเงินดาวน์ กู้ไม่ผ่าน ถูกยึดเงินดาวน์ ฯลฯ

2.ช่วงระหว่างซื้อ คือ ปัญหาก่อสร้างล่าช้า โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้เพราะที่ดินโครงการนั้นๆ ยังติดจำนอง 3.ช่วงหลังซื้อ คือ เกิดความชำรุดบกพร่อง ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ส่งมอบทรัพย์สินส่วนกลางไม่ตรงตามสัญญา ฯลฯ โดยปัญหาช่วงหลังซื้อมีการร้องเรียนมากที่สุด ทั้งเรื่องคุณภาพบ้าน และไม่เป็นไปตามที่ระบุไว้ในสัญญา ทั้งส่วนกลาง และภายในห้องชุด อำพล กล่าวว่า ปัญหาบ้านร้าว บ้านทรุด ยังเป็นประเด็นใหญ่ที่เกิดขึ้น และผู้ประกอบการรายที่มีปัญหาก็ไม่ยอมแก้ไข หรือไม่สามารถตกลงกันได้

และปัจจุบันยังเริ่มมีปัญหาเรื่องการถมดินโดยไม่บดอัดแน่นตามหลักวิชาการในโครงการบ้านจัดสรรทำให้เกิดการทรุดตัวในระยะยาว ส่งผลให้อาคารทรุดตัวไม่เท่ากัน อาคารแตกร้าว คานทรุด มีผลต่อระบบท่อน้ำดี และท่อน้ำเสียในบ้าน แตกหัก

"สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ สคบ.ต้องหารือกับภาคเอกชน จะทำอย่างไรให้ปัญหาคุณภาพบ้านไม่ได้มาตรฐานลดน้อยลง โดยหวังเครือข่ายของภาคเอกชนในการดูแลมาตรฐานกันเอง เป็นไปได้หรือไม่ที่ 3 สมาคมแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์จะมีบทบาทมากถึงกับดำเนินการกับผู้ที่ไม่รับผิดชอบต่ออาชีพ พัฒนาที่อยู่อาศัยไม่ได้มาตรฐาน" อำพล กล่าว

ประเด็นเหล่านี้ในมุมของ สคบ.มองว่า คนซื้อบ้านกับ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ควรหาจุดกึ่งกลางร่วมกัน เพื่อลดปัญหาร้องเรียนต่างๆ โดย สคบ.ขอเสนอ 4 แนวทางให้ผู้ประกอบการนำไปหารือร่วมกัน ได้แก่ แนวทางที่ 1 กรณีที่กู้ไม่ผ่าน เสนอให้มีมาตรฐานในการคืนเงินกับผู้ซื้อ โดยการตกลงร่วมกัน และระบุในสัญญาตั้งแต่ต้น

แนวทางที่ 2 กรณีที่เคยเกิดขึ้นแล้ว และมีคำพิพากษาศาลฎีกาไว้แล้ว เสนอให้ใช้ตามแนวทางคำพิพากษาเดิม แนวทางที่ 3 กรณีที่สร้างไม่เสร็จตามกำหนด ควรระบุในสัญญาอย่างชัดเจนว่าจะคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย แนวทางที่ 4 กรณี ชำรุดบกพร่อง อยากให้ผู้ประกอบการตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ผู้บริโภคเป็นของตัวเอง เพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้น และหากซ่อมแซมแล้วยังมีข้อบกพร่อง ควรคืนเงินตามที่ตกลงกัน และให้ระบุเงื่อนไขเหล่านี้ในสัญญาซื้อขาย

อย่างไรก็ตาม ท่าทีของผู้ประกอบการจาก 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ยังไม่ชัดเจนตามที่ สคบ.ร้องขอ พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า สมาคมเป็นการรวมตัวกันเพื่อการค้า อาจเป็นเรื่องยากที่จะจัดการภาคบังคับกับสมาชิกได้ เพราะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่วิชาชีพที่มีใบอนุญาต แต่อยากจะขอให้ สคบ.ส่งเสริมผู้ประกอบการดีอาจเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคได้

ขณะที่ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ข้อเสนอของ สคบ.คงต้องหารือกับสมาคมอีกครั้ง โดยประเด็นเรื่องคืนเงินดาวน์ สคบ.ควรมีฐานข้อมูล ผู้ร้องเรียนด้วย เพราะผู้ร้องเรียนบางรายไม่ได้เป็นผู้บริโภค ตัวจริง แต่เป็นนักเก็งกำไร พอขายไม่ได้ อยากได้เงินดาวน์คืน ก็หาวิธีที่ทำให้กู้ไม่ผ่านแล้วมาร้องเรียนกับ สคบ.

จะเห็นว่าความต้องการของ สคบ.กับท่าทีของ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ดูจะยังอยู่คนละร่องคนละ รอย และถ้าหากจะให้ฟันธง ณ วันนี้ การจะให้เอกชนมาช่วยผ่อนคลายปัญหาการร้องเรียนคงเป็นเรื่องยากที่จะทำ ทางออกที่ สคบ.ควรเดินต่อ คือ การเพิ่มความเข้มของกฎหมายเอาผิดผู้ประกอบการที่ไม่รับผิดชอบต่อลูกค้าให้หนักขึ้นดูจะง่ายกว่า

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน