
แนะบ้าน-อาคารเก่าเร่งสร้างแนวป้องนํ้า
นักวิชาการแนะบ้าน โครงการเก่าเร่งป้องกันน้ำ ห่วงกลายสภาพเป็นพื้นที่รับน้ำแทนโครงการใหม่
นักวิชาการแนะบ้าน โครงการเก่าเร่งป้องกันน้ำ ห่วงกลายสภาพเป็นพื้นที่รับน้ำแทนโครงการใหม่
นายไตรรัตน์ จารุทัศน์ หัวหน้าภาควิชาเคหการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ได้ทำการสำรวจวิจัยโดยนักศึกษา เพื่อเป็นความรู้และประโยชน์กับประชาชนและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในการเตรียมรับมือน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นอีก โดยได้มีการเผยแพร่ผลงานไปแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ ทั้งที่เพิ่งเกิดขึ้นและที่ยังอยู่ในความดูแลของผู้ประกอบการในเวลานี้ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาแนวทางป้องกันน้ำท่วมแล้ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกลุ่มลูกค้า
จากการศึกษาพบว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่าคือ โครงการที่อยู่อาศัยเก่าที่ผู้บริโภคดูแลกันเอง หรือชุมชนที่อยู่อาศัยต่างๆ ยังไม่มีการดำเนินการป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเหลือเวลาประมาณ 5 เดือนเท่านั้น ยิ่งที่อยู่อาศัยโครงการใหม่มีการป้องกันแล้ว นิคมอุตสาหกรรมมีการป้องกันเต็มประสิทธิภาพ มีความเป็นไปได้สูงที่น้ำจะไหลไปยังพื้นที่ที่ไม่ได้มีการป้องกัน
แนวทางคือ รัฐบาลต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการให้ความรู้ อาจรวมถึงการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับนำไปปรับปรุงบ้านให้สามารถรับมือน้ำท่วมได้ อีกทั้งสำนักงานเขตและสำนักงานแขวง ต้องเตรียมความพร้อมให้กับพื้นที่มากขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถสู้กับน้ำหรืออยู่กับน้ำได้
นายไตรรัตน์ กล่าวว่า งานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท พบว่า ผู้อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑลยังเชื่อมั่นในที่อยู่ของตนเอง เพราะปัจจัยด้านทำเล สถานที่ทำงาน และภาระทางการเงิน สามารถอยู่อาศัยต่อไปได้ มีเพียง 13% ที่ต้องการย้ายที่อยู่อาศัย แต่หากน้ำท่วมอีกครั้ง กลุ่มผู้บริโภคที่ยังคงยืนยันจะอยู่ที่เดิม 58% เลือกที่จะอพยพ 24% สู้น้ำ และ 18% อยู่กับน้ำ
ดังนั้น สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือป้องกันและรับมือน้ำท่วม เช่น ถมที่สูง ตั้งรั้วคอนกรีตทั้งบนและล่าง ทำประตูกั้นท่อระบายน้ำ ยกระบบไฟฟ้าสูง รวมถึงการทำประกันภัย ตลอดจนการเตรียมแผนอพยพเมื่อจำเป็นหากสถานการณ์รุนแรงมีปริมาณน้ำมากกว่าที่จะรับมือได้ เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน







