
โฮมเวิร์ควางเป้าเปิดสาขาทั่วไทย
ซีอาร์ซี เพาเวอร์รีเทล ลงทุนไทวัสดุ-โฮมเวิร์ค ปีนี้ 8,000 ลบ. วางเป้าเปิดสาขาทั่วไทย 77 จังหวัด
ซีอาร์ซี เพาเวอร์รีเทล ลงทุนไทวัสดุ-โฮมเวิร์ค ปีนี้ 8,000 ลบ. วางเป้าเปิดสาขาทั่วไทย 77 จังหวัด
นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี เพาเวอร์รีเทล ผู้บริหารร้านจำหน่ายสินค้า-อุปกรณ์ตกแต่งบ้านและคอนโด อย่างครบวงจร โฮมเวิร์ค และไทวัสดุ เปิดเผยว่า แผนลงทุนของบริษัทในปี 55 เตรียมใช้งบลงทุน 8,000 ล้านบาท เพิ่มเท่าตัวจากปีก่อน เพื่อขยายสาขาใหม่ของร้าน โฮมเวิร์ค จำนวน 1 สาขา และเปิดสาขาร้านไทวัสดุ 10 สาขา จากปัจจุบันมีสาขาของ ร้านโฮมเวิร์ค 7 สาขา และไทวัสดุ 10 สาขา พร้อมกับตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 10 ปีข้างหน้าจะมีสาขาของร้าน ไทวัสดุ เปิดให้ครบทุกจังหวัดของไทยรวม 77 จังหวัด เพราะตลาดในต่างจังหวัดยังมีศักยภาพเติบโตสูงอยู่ และต้องการวัสดุเพื่อซ่อมแซมบ้าน รวมถึงสร้างบ้านใหม่สูงมาก
สำหรับการเปิดสาขาของร้าน โฮมเวิร์ค ในปีนี้ ที่เปิดเพียง 1 สาขานั้น มาจาก ราคาที่ดินที่ก่อสร้างแพงมาก โดยเฉพาะในเมือง ทำให้เปิดสาขาใหม่ได้มากนัก และยังไม่มีแผนเปิดสาขาในต่างประเทศ
พร้อมกันนี้จะเน้นแบรนด์เอ็กซ์คลูชีฟ หรือ แบรนด์ที่มีจำหน่ายในร้าน ได้แก่ แบรนด์คัซซ่า ที่เป็นกลุ่มสุขภัณฑ์และอุปกรณ์ห้องน้ำ คัซซ่า โฮม กลุ่มสินค้าตกแต่งบ้าน ลูซิน่า กลุ่มโคมไฟ และ ไจแอ้นท์ คิงคอง กลุ่มเครื่องมือช่างคุณภาพดี โดยบริษัทตั้งเป้าหมาย ยอดขายรวมในสิ้นปีนี้ จะอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท เติบโต 65% จากปีก่อน ขณะเดียวกัน พบว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน กลับมาซ่อมแซมบ้านและป้องกันบ้านจากปัญหาน้ำท่วมมากขึ้น
นอกจากนี้ ปัญหาต้นทุนด้านขนส่งสินค้าจาก ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นนั้น ทำให้ ต้นทุนค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น และคาดว่าจะทำให้ ผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) ในกลุ่มเหล็ก และกระเบื้อง อาจจะปรับขึ้นราคาได้ เพราะเป็นกลุ่มสินค้าที่มีต้นทุนค่าขนส่งจากราคาน้ำมันมากที่สุด คาดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้อาจจะขอขึ้นราคาได้ แต่ในปัจจุบัน กลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับวัสดุซ่อมแซมบ้านและซ่อมแซมบ้าน ยังไม่มี ซัพพลายเออร์รายใด ขอขึ้นราคา
ขณะที่ ภาพรวมร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ผ่านช่องทางห้างค้าปลีกประเภทโมเดิร์นเทรด มีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท เติบโต 5-6% ตามการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไทย







