posttoday
L&Hผุด17โครงการใหม่มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

L&Hผุด17โครงการใหม่มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน

02 มีนาคม 2553

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เดินหน้าผุด 17 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท หวังโกยรายได้ 1.9 หมื่นล้าน ชี้ตลาดปี 53 ขยายตัว 7%

แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เดินหน้าผุด 17 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท หวังโกยรายได้ 1.9 หมื่นล้าน ชี้ตลาดปี 53 ขยายตัว 7%

L&Hผุด17โครงการใหม่มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้าน นพร สุนทรจิตต์เจริญ

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง แผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2553 ว่า ในปี 255 บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 17 โครงการ อยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 14 โครงการ และต่างจังหวัด 3 โครงการ มูลค่ารวม 30,495 ล้านบาท  แบ่งได้เป็น บ้านเดี่ยว 10 โครงการ ทาวน์เฮ้าส์ 3 และคอนโดมิเนียม 4 โครงการ ทำให้มีจำนวนโครงการที่เปิดดำเนินการในปีนี้ทั้งหมด 56 โครงการ และจะมีโครงการที่ปิดในระหว่างปี 16 โครงการ

 

ส่วนเป้าหมายการขายในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดโอนไว้ 19,610 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยต่อยูนิต 5.06 ล้านบาท  มีการขยายตัวสูงขึ้น 13.5% จากปีที่ผ่านมา  ส่วนของแผนการลงทุนในการซื้อที่ดินเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต ในทำเลต่างๆ ในเขต กทม. และปริมณฑล ประมาณ 6,000 ล้านบาท แต่การพิจารณาซื้อที่ดิน บริษัทจะพิจารณาทำเลที่สามารถนำมาพัฒนาโครงการได้ทันทีและมีศักยภาพที่ดี

สำหรับแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัย ปี 2553 บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ประเมินว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยจะยังเป็นความต้องการที่แท้จริง  โดยที่ตลาดมีแนวโน้มที่ขยายตัวจากปี 2552   ประมาณ 7%  ของบ้านจดทะเบียนเพิ่มโดยรวมทั้งหมด(สร้างเองและจัดสรร) ทั้งนี้ประมาณการบ้านจดทะเบียนเพิ่มประเภทจัดสรรในปี 2553 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 74,000 หน่วย  โดยมีปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย ที่สำคัญๆ  ดังนี้

 -ภาวะเศรษฐกิจไทย  มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในระดับ 4%  การขยายตัวทางเศรษฐกิจ  มีผลต่อความเชื่อมั่นในรายได้ของผู้บริโภคสูงขึ้น  ความเชื่อมั่นในการที่จะซื้อสินค้าคงทน โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์

-ปัญหาโครงการในมาบตาพุด  ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนของภาคเอกชนและต่างประเทศที่มีต่อประเทศไทย

-อัตราดอกเบี้ย  มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นเล็กน้อย

-อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มที่ปรับตัวสูงขึ้น  อยู่ระหว่าง 3.0%

-ระดับราคาน้ำมันที่ยังสูง จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะโครงการที่เปิดดำเนินการใหม่ๆ  ต้นทุนค่าพัฒนาที่สูงขึ้น

-มาตรการของรัฐในการกระตุ้นภาคอสังหารริมทรัพย์ที่สิ้นสุดลง จะกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน ประกอบกับแนวโน้มของราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น   ส่งมาผลต่อการปรับตัวของราคาที่อยู่อาศัย

-ความเข้มงวดของธนาคารพาณิชย์ในการพิจารณาสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ (Pre Finance)  และผู้บริโภค (Post-Finance)

ส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2552 บริษัทได้ส่งมอบบ้านให้แก่ลูกค้าจำนวน 3,713 หน่วย  โดยแบ่งแยกเป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 2,485 หน่วย คอนโดมิเนียม 835 หน่วย และทาวน์เฮ้าส์ 393 หน่วย โดยมีส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในตลาดบ้านเดี่ยว ในเขต กทม.และปริมณฑล  ยอดรวม ม.ค.– พ.ย. 2552  บริษัทมีส่วนตลาดเท่ากับ 24.5%  เพิ่มขึ้นจากเวลาเดียวกันของปี 2551 ที่มีส่วนตลาดเท่ากับ  17.72%             

 

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้