
ตลาดอสังหาฯอินเดียยังร้อนแรง
ตลาดที่อยู่อาศัยอินเดียยังร้อนแรงแม้ จีดีพี จะเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาสที่ผ่านมา
ตลาดที่อยู่อาศัยอินเดียยังร้อนแรงแม้ จีดีพี จะเพิ่มขึ้นในอัตราต่ำสุดในรอบ 6 ไตรมาสที่ผ่านมา
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส แถลงว่า เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าอินเดียกำลังมีภาวะฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ เช่นเดียวกับจีน ซึ่งจีนพยายามอย่างหนักในการควบคุมไม่ให้ฟองสบู่แตกอยู่ในขณะนี้ สำหรับอินเดียนั้น มีรายงานจาก the Global Property Guide ว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในอินเดียยังเติบโต แม้ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติจะเติบโตน้อยที่สุดในรอบ 6 ไตรมาส แต่ก็ยังสูงถึง 7.7% ซึ่งหากเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในโลก ยังถือว่าเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับสูง
ธนาคารอาคารสงเคราะห์แห่งชาติอินเดียรายงานว่า ราคาที่อยู่อาศัยในกรุงนิวเดลีเพิ่มขึ้น 33.6% ในเวลา 1 ปีที่ผ่านมา แต่ถ้าหักเงินเฟ้อแล้วจะเพิ่มขึ้นจริงถึง 22.7% โดยเฉพาะไตรมาสล่าสุด (ไตรมาสที่ 2/2554) ราคาเพิ่มขึ้น 15.8% ซึ่งนับเป็นการเจริญเติบโตอย่างน่าอัศจรรย์ จากการสังเกตราคาที่ดินในอินเดียพบว่า ในบางพื้นที่ราคาได้เพิ่มขึ้นประมาณ 100 เท่าในรอบประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ถือเป็นการก้าวกระโดดเป็นอย่างยิ่ง
ในกรณีประเทศไทยก็เคยเกิดขึ้นเช่นกัน โดยศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส เคยวิเคราะห์ไว้ว่าราคาที่ดินริมทะเล เพิ่มขึ้นประมาณ 100 เท่าในช่วง พ.ศ.2528-2554 (26 ปี) แต่ในกรณีกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ราคาเพิ่มขึ้น 42 เท่าในช่วงเวลาเดียวกันนี้ และบางปีในช่วง “โชติช่วงชัชวาล” ของไทย (25 ปีก่อน) ราคาที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเคยเพิ่มขึ้นถึง 100% เช่นกัน
นอกจากกรุงนิวเดลีแล้ว ราคาบ้านก็เพิ่มขึ้นในนครใหญ่อื่น ๆ แม้แต่นครที่มีกิจกรรมอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเคยตกต่ำในช่วงปี 2552 เช่น ไฮเดอราบัด โคชิ และเบงกาลูรา ก็ส่อแนวโน้มของการฟื้นตัวอย่างทั่วหน้า นครเหล่านี้ราคาบ้านเพิ่มขึ้นเพียง 4-5% เท่านั้น ในขณะที่นครโบปาล ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 34% ในห้วงไตรมาสเดียว นครแห่งนี้เคยมีแกสรั่วคนตายไปถึง 25,000 คน เกือบเป็นเมืองร้าง แต่ปัจจุบันนี้กลับเติบใหญ่เพราะการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามบางเมืองราคาที่ดินลดต่ำลงเช่นกัน เช่น นครไจเปอร์ ลดลง 4.5% นครโกลกัตตา ลดลง 8% นครที่มีราคาลดลงเพราะก่อนหน้านี้มีการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งในอัตราที่ค่อนข้างสูงเป็นพิเศษ
โดยรวมแล้วอินเดียซึ่งผ่านการเป็นประเทศแสนยากจนในช่วงสองทศวรรษก่อนหน้านี้ ได้พัฒนาเป็นประเทศที่ก้าวหน้าขึ้นตามการพัฒนาของอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการต่าง ๆ ประมาณกันว่าในจำนวนประชากร 1,000 ล้านคนนั้น มีประชากรที่มีฐานะดีเยี่ยมประมาณ 10% หรือ 100 ล้านคน ซึ่งมากกว่าประชากรไทยทั้งประเทศ หากสามารถเชิญชวนนักลงทุนอินเดียมาเช่าหรือซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย ก็อาจเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามนักลงทุนอินเดียไม่ได้มาไทยมากนัก ก็เพราะอัตราผลตอบแทนในการลงทุนในไทยค่อนข้างต่ำมากเมื่อเทียบกับอินเดีย







