posttoday
รีแคป ลุยซื้ออสังหาในญี่ปุ่นเพิ่ม

รีแคป ลุยซื้ออสังหาในญี่ปุ่นเพิ่ม

23 สิงหาคม 2554

“รีแคป” กองทุนสิงคโปร์ หยิบชิ้นปลามัน ลุยซื้ออสังหาฯในญี่ปุ่นเพิ่ม หลังราคาตกถึง 60%

“รีแคป” กองทุนสิงคโปร์ หยิบชิ้นปลามัน ลุยซื้ออสังหาฯในญี่ปุ่นเพิ่ม หลังราคาตกถึง 60%

นายสุชาติ เจียรานุสสติ กรรมการผู้จัดการ เรียล เอสเตท แคปิตอล เอเชีย พาร์ทเนอร์ส (รีแคป) ซึ่งเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์จากประเทศสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การลงทุนในภูมิภาคเอเชียมีความคึกคักขึ้น โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับผลกระทบจากพิบัติภัยสึนามิ ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกลงมากถึง 60% หรือมีราคาเพียง1 ใน 3 ของค่าก่อสร้าง โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม นอกจากนี้อสังหาฯที่ได้รับผลกระทบมากได้แก่ เชอร์วิสอพาร์ทเมนต์ และอาคารสำนักงาน ก็น่าสนใจในการลงทุนเช่นกัน

ทั้งนี้สาเหตุที่ราคาอสังหาฯในญี่ปุ่นลดลงอย่างมาก เริ่มตั้งแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง เพราะก่อนกองทุนจากอเมริกาและยุโรปเข้ามาลงทุนจำนวนมาก สถาบันการเงินให้สินเชื่อมากถึง 85% ของมูลค่าทรัพย์สิน เมื่อเลห์แมน บราเธอร์ส ประสบปัญหาปิดกิจการศาลฟ้องให้ขายทรัพย์สินที่มีทั่วโลก กองทุนเหล่านั้นจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ออกไปในราคาต่ำ ทำให้อสังหาฯในญี่ปุ่นอยู่ในภาวะชะลอตัว กระทั้งมาประสบพิบัติภัยสึนามิก็ยิ่งซ้ำเติมให้ธุรกิจโรงแรม เชอร์วิสอพาร์ทเมนต์และอาคารสำนักงานย่ำแย่ต้องขายกิจการในราคาที่ถูกมากดังกล่าว

ปัจจุบันรีแคปได้ซื้อกิจการโรงแรมเข้ามาไว้ในพอร์ตแล้ว 20 แห่ง และเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์อีก 1 แห่ง โดยก่อนหน้านี้ซื้อกิจการของกองทุนนิปปอน โฮเทล ฟันด์ อินเวสเมนท์ คอปอเรชั่น (8985) ที่มีโรงแรมในเครือ 19 แห่ง ล่าสุดเช้าวันนี้ (23 ส.ค.54) บริษัทได้เซ็นสัญญาซื้อกิจการโรงแรมเข้ามาอีก 1 แห่งมูลค่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จซึ่งต้องลงทุนเพิ่มอีกเล็กน้อยก็จะสามารถเปิดให้บริการได้

“รีแคปยังอยู่ระหว่างเสนอซื้อกิจการของบริษัทอีก 1 แห่งที่มีโรงแรมในเครือ 9 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ยังพร้อมที่ซื้อกิจการอสังหาฯเข้ามาเพิ่มหากมีดีลดีๆ ราคาถูกๆ ซึ่งเราเชื่อว่าราคาจะยังไม่ปรับขึ้นมาก แม้ว่าสถานการณ์ต่างๆในญี่ปุ่นจะเริ่มฟื้นตัวแล้ว ” นายสุชาติกล่าว

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของธุรกิจโรงแรมในญี่ปุ่นปัจจุบันกระเตื้องขึ้นจากนักท่องเที่ยวภายในประเทศ ทำให้มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็น 80% ในปัจจุบันและคาดว่าจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

ทั้งนี้รีแคปจะพิจารณาการลงทุนในประเทศที่ประสบปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน หรือแม้กระทั้งตัวบุคคล ซึ่งจะทำให้ราคาอสังหาฯ น่าสนใจ โดยประเทศที่น่าสนใจลงทุนรองจากญี่ปุ่น คือ เวียดนาม และจีน แต่ประเทศเหล่านี้มีข้อยุ่งยากในเรื่องของข้อกฎหมาย โดยเฉพาะเวียดนามที่ต้องใช้ใบอนุญาตก่อสร้างถึง 24 ใบ นอกจากนี้การทำสัญญายังสามารถเปลี่ยนแปลงได้แม้ว่าจะมีการเซ็นสัญญาไปแล้วก็ตาม

ส่วนการลงทุนในประเทศไทยนั้น มีแนวโน้มที่ดีขึ้น เนื่องจากการเมืองสงบ ได้รัฐบาลใหม่ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น รวมไปถึงภาวะตลาดอสังหาฯในประเทศก็น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นหลังจากที่ชะลอต่อมาอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนเลือกตั้ง

“ปัจจุบันไทยมีสินทรัพย์ออกมาขายน้อยมาก หาซื้อได้ยากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้ตกต่ำ ต่างจากช่วงก่อหน้านี้มาก ทำให้รีแคปหันไปลงทุนในประเทศอื่นมากกว่า อย่างไรก็ตามรีแคปยังให้ความสนใจที่จะลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่องหากมีโฮกาศที่เหมาะสม โดยเฉพาะธุรกิจรีเทล เนื่องจากมีการเติบโตที่ดี รวมไปถึงโรงแรม ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน เพราะไทยมีศักยภาพในหลายๆด้าน” นายสุชาติกล่าว

ล่าสุดบริษัท เอ็ม เรสซิเดนซ์   ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เตรียมจัดงานเปิดตัวโครงการ เอ็ม โซไซตี้ คอนโดมิเนียม เมืองทองธานี 3  อาคาร  1,046 ยูนิต  มูลค่า 2,000 ล้านบาท อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 ก.ย. ซึ่งโครงการดังกล่าวมีราคาขายเฉลี่ย  1.3 ล้านบาท  ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมียอดขายแล้ว 25 % อาคารดังกล่าวมีความคืบหน้าแล้ว 90% และอยู่ระหว่างตกแต่งด้านสถาปัตยกรรม คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบรูณ์ พร้อมเข้าอยู่ปลายปี 2555  

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI