
Arincare ดัน Telepharmacy เจาะร้านยาทุกขนาด ชูระบบถูกกฎหมาย
Arincare เปิดตัว “Arincare Telepharmacy” ระบบเภสัชกรรมทางไกลที่ได้รับอนุญาตจาก อย. มุ่งเปิดโอกาสร้านยาเดี่ยวถึงเชน ให้บริการออนไลน์ถูกกฎหมาย พร้อมเก็บความสัมพันธ์คนไข้ไว้กับร้าน
KEY
POINTS
- Arincare เปิดตัวระบบเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) สำหรับร้านขายยาทุกขนาด ตั้งแต่ร้านเดี่ยวในชุมชนไปจนถึงธุรกิจเชน
- ระบบดังกล่าวได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำให้ร้านยาสามารถให้บริการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
- ออกแบบให้ร้านยาเป็นผู้ถือความสัมพันธ์กับคนไข้โดยตรง และไม่มีการเก็บส่วนแบ่ง (GP) เพื่อส่งเสริมรายได้จากค่าบริการวิชาชีพเภสัชกรรม
บริษัท อรินแคร์ จำกัด หรือ Arincare ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการร้านขายยา เปิดตัว “Arincare Telepharmacy” ระบบเภสัชกรรมทางไกลสำหรับร้านขายยาไทย ตั้งแต่ร้านเดี่ยวในชุมชนไปจนถึงธุรกิจเชน
โดยมุ่งให้ร้านยาสามารถให้บริการเภสัชกรรมทางไกลได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมรักษาความสัมพันธ์ระหว่างเภสัชกรกับคนไข้ให้อยู่กับร้านยาอย่างต่อเนื่อง
Arincare ระบุว่า ระบบได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามประกาศเรื่องรายชื่อโปรแกรมประยุกต์สำหรับการให้บริการเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmacy) ฉบับที่ 2 ณ วันที่ 24 สิงหาคม 2569
ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้ร้านขายยาและเภสัชกรดำเนินการให้บริการผ่านระบบที่ได้รับการรับรอง
ดันร้านยาชุมชนเข้าสู่ Telepharmacy
จุดต่างของ Arincare Telepharmacy คือการวางระบบให้ร้านยาเป็นผู้ถือความสัมพันธ์กับคนไข้ ไม่ใช่การทำหน้าที่เป็นเพียงช่องทางขายยาออนไลน์
ทั้งนี้ระบบสามารถเชื่อมต่อกับ LINE Official Account หรือแอปพลิเคชันของร้าน เพื่อให้เภสัชกรสามารถติดต่อและติดตามอาการคนไข้ต่อเนื่องหลังการให้บริการ
ระบบยังจัดเก็บประวัติการปรึกษาและการให้บริการ ทำให้ร้านสามารถนำข้อมูลมาใช้ประกอบการดูแลคนไข้ในครั้งต่อไป และสร้างฐานลูกค้าที่กลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง
แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทของร้านขายยาในฐานะหน่วยบริการสุขภาพใกล้บ้าน โดย Arincare มองว่า Telepharmacy ไม่ควรถูกจำกัดอยู่เฉพาะแพลตฟอร์มของผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ควรเป็นเทคโนโลยีที่ร้านยาในชุมชนสามารถเข้าถึงได้ด้วย
ใช้ได้ตั้งแต่ร้านเดี่ยวถึงเชนหลายสาขา
Arincare ระบุว่า จากประสบการณ์พัฒนาระบบร้านขายยามากกว่า 10 ปี บริษัทออกแบบ Telepharmacy ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานของร้านยาไทย
ร้านที่ใช้ระบบ Arincare อยู่แล้วสามารถเปิดใช้งานได้ทันที ขณะที่ร้านที่ใช้ซอฟต์แวร์อื่นสามารถนำระบบไปใช้แบบแยกส่วน (Stand-alone) โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบเดิม
สำหรับธุรกิจเชนหลายสาขา สามารถนำระบบไปใช้งานโดยไม่ต้องลงทุนพัฒนาระบบเอง และสามารถปรับแต่งรูปแบบการใช้งานให้สอดคล้องกับแบรนด์ของแต่ละธุรกิจได้
นอกจากนี้ บริษัทระบุว่า มีทีมช่วยจัดเตรียมและตรวจสอบเอกสาร รวมถึงให้คำปรึกษาเกี่ยวกับขั้นตอนการขอแก้ไขใบอนุญาตและการลงทะเบียน Telepharmacy กับ อย. เพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเริ่มต้นให้บริการ
ไม่เก็บ GP หวังสร้างรายได้ใหม่ให้เภสัชกร
อีกประเด็นที่ Arincare ให้ความสำคัญคือการผลักดัน “ค่าบริการเภสัชกรรม” (Pharmacist Fee) ให้เป็นรายได้ที่สะท้อนคุณค่าของวิชาชีพเภสัชกร โดยบริษัทระบุว่า ระบบไม่มีการเก็บส่วนแบ่ง (GP) จากการให้บริการ
โมเดลดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคติดต่อกับร้านและเภสัชกรโดยตรง ขณะที่ร้านยาไม่ต้องแบกรับต้นทุนส่วนแบ่งจากแพลตฟอร์มเพิ่มเติม ซึ่งบริษัทมองว่าจะช่วยให้เภสัชกรได้รับผลตอบแทนจากการให้คำปรึกษาและดูแลคนไข้ได้อย่างเหมาะสม และสร้างความแข็งแรงให้กับธุรกิจร้านยาชุมชนในระยะยาว
ชูมาตรฐานข้อมูล หัวใจการแข่งขันยุค AI
Arincare ยังวางเรื่องความเสถียรของระบบ บริการหลังการขาย และความปลอดภัยของข้อมูลคนไข้เป็นจุดสำคัญ โดยระบุว่าบริษัทได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 29110 มีรางวัล Asia-Pacific ICT Alliances Award (APICTA) และเป็นเจ้าของอนุสิทธิบัตรระบบ Integrated Telepharmacy และใบสั่งยาอิเล็กทรอนิกส์ (E-Prescription) ในประเทศไทย
บริษัทระบุว่า ระบบจัดเก็บข้อมูลบนโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์มาตรฐานระดับโลก โดยต้องการทำให้ร้านยาขนาดเล็กสามารถเข้าถึงมาตรฐานด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยในระดับเดียวกับผู้ประกอบการเชนขนาดใหญ่
ด้าน ธีระ กนกกาญจนรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท อรินแคร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทลงทุนในคุณภาพซอฟต์แวร์และโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง เพราะมองว่าร้านยาชุมชนเป็นรากฐานของระบบสาธารณสุขชุมชน และควรเป็นธุรกิจที่สามารถยืนและเติบโตได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง
“Telepharmacy ที่ได้มาตรฐานมักเป็นของร้านเชนใหญ่ แต่ Arincare Telepharmacy สร้างขึ้นเพื่อให้ร้านยาไทยทุกขนาดเข้าถึงเทคโนโลยีระดับเดียวกันได้อย่างถูกกฎหมาย และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเภสัชกรกับคนไข้ใกล้กันยิ่งกว่าเดิม”







