
นิทรรศการ Immortal Icons โดย Patrick Manthe จัดแสดงถึงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ห้อง 237 และ 243 (ชั้น 2)
Immortal Icons ได้แรงบันดาลใจจากผู้คนที่ฝากความทรงจำไว้ในประวัติศาสตร์เพราะบุคลิกลักษณะ ความสามารถ ความงาม ความลึกลับ และความสง่างาม
เกี่ยวกับนิทรรศการ
Immortal Icons ได้แรงบันดาลใจจากผู้คนที่ฝากความทรงจำไว้ในประวัติศาสตร์เพราะบุคลิกลักษณะ ความสามารถ ความงาม ความลึกลับ และความสง่างาม นิทรรศการนี้คือการแสดงความคารวะมนุษย์ผู้มีความสามารถรอบด้านและความหลากหลาย
งานจิตรกรรมแต่ละภาพแฝงไว้ซึ่งความหวังด้วยรูปแบบเฉพาะตัว อีกทั้งความคิดสร้างสรรค์และความเป็นไปได้ที่ถ่ายทอดผ่านอัตลักษณ์อันยอดเยี่ยมที่ฝากไว้ในขณะที่เผชิญหน้ากับความท้าทายเฉพาะและความไม่แน่นอนในช่วงชีวิตของเขา
ผืนผ้าใบที่ใหญ่ขึ้นและวัสดุที่ไม่เหมือนใครในคราเดียวกันได้นำมาใช้เพื่อเอื้อต่อการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลัน การหยดสี และฝีแปรงขนาดใหญ่อันแสดงให้เห็นถึงความฉับไวและความคดสร้างสรรค์ที่ขัดแย้งกับองค์ประกอบที่เต็มไปด้วยรายละเอียดในภาพจิตรกรรมซึ่งแฝงนัยยะถึงด้านที่มั่นคงขึ้นและสมดุลกันของมนุษย์
เกี่ยวกับศิลปิน
Patrick Manthe เกิดในปีค.ศ. 1974 และเติบโตที่เมืองคูร์แถบเทือกเขาแอลป์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เขาชอบงานกราฟิค ดีไซน์และศิลปะมาตั้งแต่เด็กและใช้เวลาส่วนใหญ่ในยามว่างไปกับการวาดรูปและสเก็ตช์ภาพ หลังจากจบการศึกษาด้านการฝึกอาชีพเป็นช่างเขียนแบบด้านสถาปัตยกรรมเป็นเวลา 4 ปี เขาทำงานต่ออีก 3 ปีก่อนสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านการโรงแรมและการจัดการท่องเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่กรุงเทพฯ มามากกว่า 7 ปีและดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของ Chatrium Hotel & Residence Riverside Bangkok และยังคงสร้างสรรค์งานด้านศิลปะเป็นส่วนใหญ่เพื่อการผ่อนคลายและไตร่ตรองซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการมองผ่านและสีหน้าของมนุษย์ในชั่วขณะหนึ่ง
ด้วยทักษะทั้งสองด้านที่ต่างกัน Patrick Manthe ได้เริ่มเส้นทางทำงานด้านการโรงแรมในระดับมืออาชีพ เขาสั่งสมประสบการณ์ในหลายประเทศทั่วโลก การอาศัยอยู่ที่ต่างประเทศและได้เรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ มีอิทธิพลต่องานศิลปะของเขาหลายปีเช่นกัน อีกทั้งได้ทดลองการแสดงออกที่แตกต่างออกไปและการสร้างสรรค์งานศิปะในรูปแบบอื่นๆ เช่น งานประติมากรรม งานจิตรกรรม งานคอลลาจกระดาษและงานถ่ายภาพ
การได้ใช้วัสดุที่น่าสนใจและแปลกใหม่ เช่น ผ้าลินินดิบ ผ้าใบกลับด้านและอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทำให้เขาสื่อถึงอารมณ์ของมนุษย์ได้ด้วยการผสานฝีแปรงที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน รวมถึงการหยดสีและการสาดสีซึ่งสร้างรายละเอียดด้วยความประณีตและมีสมาธิ ผลงานของเขามักใช้ผืนผ้าใบขนาดใหญ่ขึ้นและใช้สีเพียงไม่กี่สีในขั้นตอนการทำงาน งานจิตรกรรมของเขาชวนให้ผู้ชมดำดิ่งไปสู่ประสบการณ์ที่หายากอันเกิดจากองค์ประกอบแห่งการแสดงออกและบทกวีที่ค้นหาการสร้างสรรค์ความกลมกลืนอันเย้ายวน







